จาจ้า แจ็คสัน โคเอลโญ่ เป็นฮีโร่ ยิงทีมเก่า ไป 2 ประตู พา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้าน เฉือน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดไปแบบสนุก ศึกไทยลีก
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 เมื่อวันที่ 18 พ.ย.63 เป็นการลงสนามนัดกลางสัปดาห์ ที่ สิงห์ สเตเดียม “กว่างโซ้ง” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
“กว่างโซ้ง” ผ่านการลงสนาม 13 นัด เก็บ 23 คะแนน รั้งรองจ่าฝูงของตารางคะแนน และเกมนี้เป็นการลงสนามนัดสุดท้ายก่อนเดินทางไปแข่งขันฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ขณะที่ผู้มาเยือน เมืองทอง ลงสนาม 10 นัด มี 16 คะแนน อยู่อันดับ 8 ของตาราง

เปิดฉากเริ่มเกมเพียง 5 นาที ไดสุเกะ ซาโตะ แบ็กซ้ายทีมชาติฟิลิปปินส์ ของเมืองทอง ให้ตัวบังบอลพลาด โดน จาจ้า แจ็คสัน โคเอลโญ่ ชกบอลไปได้ ก่อนจะหลุดเข้าไปยิงทีมเก่า ให้เจ้าถิ่น สิงห์ เชียงราย ออกนำไปอย่างรวดเร็ว 1-0
ช่วงเวลาที่เหลือ เมืองทอง ที่สกอร์ตามหลัง พยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน ขณะที่เจ้าถิ่นเริ่มถอยลงไปตั้งรับแล้วรอสวนกลับเร็ว และเกมเหมือนจะจบลงด้วยผล เชียงราย นำ ทว่าช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีสุดท้าย วิลเลี่ยน ป็อปป์ ได้บอลหน้าเขตโทษ ก่อนไหลงามๆให้ ซาเดอร์ มีร์ซาเยฟ จับ 1 จังหวะก่อนยิงไกล บอลพุ่งเข้าประตูไปสุดงามให้ เมืองทอง ตามตีเสมอ 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง ไปจังหวะสวนกลับของ เมืองทอง เดแลย์ ไปทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษของตัวเอง ผู้ตัดสินเช็ค VAR และเป่าเป็นลูกจุดโทษ จาจ้า แจ็คสัน โคเอลโญ่ รับหน้าที่สังหารเข้าประตูไปในนาทีที่ 66 และเป็นประตูที่สองของ จาจ้า ในเกมนี้ ให้สิงห์ เชียงราย ขึ้นนำอีกครั้ง 2-1
นาทีที่ 85 พิชา อุทรา ได้บอลหลุดขึ้นมาทางด้านขวา ก่อนได้จังหวะเปิดเข้าไปในเขตโทษ แล้วเป็น แดร์เลย์ ได้จังหวะโหม่งโล่งๆ บอลเกือบจะเข้าประตู แต่กองหลังเจ้าถิ่นสกัดบอลได้บนเส้นประตู
โดยเกมนี้มีการทดเวลาบาดเจ็บถึง 7 นาที ช่วงสุดท้ายของการทดเจ็บ ชินภัทร ลีเอาะ ไปนอกเกมใส่ แดร์เลย์ ด้วยการเอาหัวโขก ผู้ตัดสินเช็ค VAR ย้อนหลัง ก่อนวิ่งมาแจกใบแดง ไล่ออกจากสนาม เชียงราย เหลือ 10 คน
แต่ทว่าไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มเติมได้ หมดเวลาการแข่งขัน สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เอาชนะ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด 2-1 ทำให้ “กว่างโซ้ง” รั้งอันดับ 2 ของตาราง ตามหลัง บีจี ปทุม 3 แต้ม แต่ “เดอะ แรบบิท” ลงเล่นน้อยกว่า 3 นัด ขณะที่ฝั่ง “กิเลนผยอง” รั้งอันดับ 8 ของตาราง