ราชันชุดขาวไม่จบเส้นทางยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาลนี้ง่ายๆ หลังเปิดบ้านชนะสิงห์หนุ่ม ผ่านเข้ารอบสำเร็จ ขณะที่อตาลันตาเชือดอาแจ็กซ์ คว้าตั๋วสู่รอบต่อไป

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม กลุ่มบี “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เปิดสนามสตาดิโอ อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน รับการมาเยือนของ “สิงห์หนุ่ม”โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก จากเยอรมนี

เกมนี้เจ้าถิ่นจัด คาริม เบนเซมา, โรดรีโก, วินิซิอุส จูเนียร์ ลงนำแนวรุก ส่วนทีมเยือนมี บรีล เอ็มโบโล, อลาสซาน เปลยา, มาร์กุส ตูราม เป็นตัวจริง

เริ่มเกมมาแค่ 9 นาที ลูกัส บาซเกซ พาบอลควบสูงขึ้นมา แล้วบรรจงหยอดเข้าเขตโทษให้ คาริม เบนเซมา ขึ้นขวิดเสียบตาข่าย มาดริดนำ 1-0

นาที 32 โรดรีโก โยกหลอกกองหลังทางกราบขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ คาริม เบนเซมา ขึ้นโขกผ่านเซฟนายทวารเข้าไป เจ้าถิ่นนำห่าง 2-0

นาที 39 มาดริดเกือบได้เพิ่มอีก ลูกัส บาซเกซ เปิดจากฝั่งขวาเข้ากลางให้ ลูกา โมดริช ตวัดยิงวอลเลย์ ผู้รักษาประตูพุ่งปัดโดนปลายนิ้วไปชนเสาหวุดหวิด

นาที 43 ลูกา โมดริช สบโอกาสสับไกยิงในเขตโทษเสียบตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าว่ามีการล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะก่อนหน้านี้ไปแล้ว จบครึ่งแรกมาดริดนำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังนาที 63 โอกาสเป็นของมาดริด โทนี โครส รับบอลจ่ายจากเพื่อนแล้วกระชากเข้าไปยิงด้วยซ้ายจากบริเวณเส้นหน้าเขตโทษ ยานน์ ซอมเมอร์ ออกแรงบินปัดทิ้ง

นาที 73 มาดริดน่าบวกเพิ่มสุดๆ โทนี โครส เปิดบอลให้ เซร์คิโอ รามอส โหม่งตรงกรอบถูก ยานน์ ซอมเมอร์ พุ่งปัดไปเข้าทาง คาริม เบนเซมา ยิงซ้ำชนคานเหลือเชื่อ

นาที 78 เจ้าถิ่นอับโชคอีก คาริม เบนเซมา ไหลบอลให้ ลูกัส บาซเกซ หลุดเข้าไปเข่นในพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาเต็มๆ จบเกมมาดริดชนะไป 2-0

อีกคู่ในกลุ่มนี้ อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี เสมอกับชักตาร์ โดเน็ตส์ก จากยูเครน 0-0

ทำให้จบ 6 นัด มาดริดคว้าแชมป์กลุ่ม(10 คะแนน) ขณะที่มึนเชนกลัดบักกับชักตาร์มี 8 แต้มเท่ากัน แต่มึนเชนกลัดบักเฮดทูเฮดดีกว่า จึงได้รองแชมป์กลุ่มและเข้ารอบพร้อมมาดริด ส่วนชักตาร์จบอันดับ 3 ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก ด้านอันดับ 4 อินเตอร์(6 แต้ม) ตกรอบสนิท

กลุ่มดี อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จากเนเธอร์แลนด์ แพ้คารังต่อ “เทพธิดา”อตาลันตา จากอิตาลี 0-1 ทีมเยือนได้จาก หลุยส์ มูริเอล นาที 85 เกมนี้อาแจ็กซ์เหลือ 10 คน ไรอัน กราเฟนเบิร์ช ถูกไล่ออกนาที 79

อีกคู่ มิดทิลลันด์ จากเดนมาร์ก เสมอกับลิเวอร์พูล จากอังกฤษ 1-1 เจ้าถิ่นได้จาก อเล็กซานเดอร์ โชลซ์ นาที 62(จุดโทษ) ส่วนทีมเยือนได้จาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาที 1

ทำให้จบ 6 นัด ลิเวอร์พูลได้แชมป์กลุ่ม(13 แต้ม) อันดับ 2 อตาลันตา(11 แต้ม) เข้ารอบทั้งคู่ อันดับ 3 อาแจ็กซ์(7 แต้ม) ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก ส่วนอันดับ 4 มิดทิลลันด์(2 แต้ม) ตกรอบสนิท

กลุ่มเอ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย แพ้ต่อ “ตราหมี”แอตเลติโก มาดริด จากสเปน 0-2 ทีมเยือนได้จาก มาริโอ เอร์โมโซ นาที 39, ยานนิก แฟร์เรรา การ์รัสโก นาที 86

อีกคู่ บาเยิร์น มิวนิก แชมป์เก่าจากเยอรมนี เอาชนะโลโคโมทีฟ มอสโก จากรัสเซีย 2-0 เจ้าถิ่นได้จาก นิคลาส ซือเล นาที 63, เอริก มักซิม ชูโป-โมติง นาที 80

แข่งครบ 6 นัด บาเยิร์นเป็นแชมป์กลุ่ม(16 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 แอตฯมาดริด(9 คะแนน) เข้ารอบทั้งคู่ อันดับ 3 ซัลซ์บวร์ก(4 คะแนน) ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก อันดับ 4 โลโคโมทีฟ(3 คะแนน) ตกรอบสนิท

กลุ่มซี “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ เอาชนะโอลิมปิก มาร์กเซย จากฝรั่งเศส 3-0 เจ้าถิ่นได้จาก เฟร์รัน ตอร์เรส นาที 48, เซร์คิโอ อเกโร นาที 77, ราฮีม สเตอร์ลิง นาที 90

อีกคู่ โอลิมเปียกอส จากกรีซ แพ้ต่อปอร์โต จากโปรตุเกส 0-2 ทีมเยือนได้จาก โอตาวิโอ มอนเตโร นาที 10(จุดโทษ), มาเตอุส อูริเบ นาที 77 เกมนี้โอลิมเปียกอสเหลือ 10 คน รูเบน เซเมโด ถูกไล่ออกนาที 79

จบไป 6 นัด แมนฯซิตี้ได้แชมป์กลุ่ม(16 คะแนน) ตามด้วยอันดับ 2 ปอร์โต(13 คะแนน) เข้ารอบทั้งคู่ ส่วนโอลิมเปียกอสกับมาร์กเซยมี 3 แต้มเท่ากัน แต่โอลิมเปียกอสเฮดทูเฮดดีกว่า จึงได้ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก ขณะที่มาร์กเซยตกรอบโดยสิ้นเชิง

สรุปทีมที่ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ บาเยิร์น มิวนิก, แอตเลติโก มาดริด, เรอัล มาดริด, โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัก, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปอร์โต, ลิเวอร์พูล, อตาลันตา

เชลซี, เซบียา, โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์, ลาซิโอ, ยูเวนตุส, บาร์เซโลนา, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, ไลป์ซิก โดยการจับสลากประกบคู่จะมีขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน