ว่ายน้ำ เตรียมเเผนเฟ้นหานักกีฬากระโดดน้ำสายเลือดใหม่ทั้งในและต่างเเดน รวมถึงการปั้นดาวรุ่ง พุ่งเป้านักยิมนาสติก ที่อยากหันมาเล่นกีฬากระโดดน้ำ หลังขาดนักกีฬา
ว่ายน้ำ โดยดร.นิลมณี ศรีบุญ ประธานฝ่ายกีฬากระโดดน้ำ กล่าวถึงเเผนงานในอนาคตของทีมกระโดดน้ำทีมชาติไทยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเเผนฝึกซ้อม เพื่อสู้ศึกซีเกมส์ 2021 ที่ประเทศเวียดนาม โดยยังคงใช้นักกีฬาตัวหลักจากซีเกมส์ครั้งที่เเล้ว 3 คนและมอบหมายให้ โค้ชเเชนนอล ผู้ฝึกสอนชาวออสเตรเลียคนใหม่ ติดต่อทาบทามนักกีฬาเหล่าดาวรุ่งในสหรัฐอเมริกาไว้บ้างเเล้ว
นอกจากนี้ยังติดตามดูตัวนักกระโดดน้ำหน้าใหม่ของไทย โดยพุ่งเป้าไปยังนักกีฬายิมนาสติกอายุระหว่าง 12-13 ปี ที่อยากหันมาลองเล่นกีฬากระโดดน้ำ เพราะต้องใช้ทักษะความยืดหยุ่นจากกีฬายิมนาสติกเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อการฝึกซ้อมเเละพัฒนาที่รวดเร็ว หากใครสนใจสามารถติดต่อเข้ารับการคัดเลือกที่สมาคมได้ทุกเวลา ซึ่งจะมีการเริ่มต้นฝึกซ้อมจริงจังตั้งเเต่วันที่ 1 มี.ค.เป็นต้นไป ที่ศูนย์กีฬาทางน้ำ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
ล่าสุดทางพล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล อุปนายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำฯ ได้เข้าเยี่ยมชมการฝึกซ้อมของนักกีฬากระโดดน้ำทีมชาติรุ่นพี่ ที่เก็บต่อเนื่องตั้งเเต่ช่วงต้นปีกับบรรดานักว่ายน้ำของชมรมว่ายน้ำ และระบำใต้น้ำธรรมศาสตร์ รวมถึงสโมสรว่ายน้ำทหารอากาศ ซึ่ง พล.อ.ศิริชัย ได้กล่าวให้กำลังใจนักกีฬา พร้อมรับฟังปัญหาต่างๆ โดยยืนยันจะช่วยผลักดันกีฬากระโดดน้ำของไทยให้ถึงที่สุด
ดร.นิลมณี กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ไม่สามารถปั้นดาวรุ่งดวงใหม่ได้ทันในช่วงที่เป็นการผลัดใบของนักกีฬาทีมชาติ เนื่องจากกีฬากระโดดน้ำยังไม่เป็นที่นิยมในไทย ผู้ที่สนใจเล่นกีฬาชนิดนี้มีน้อยมาก ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าที่ควร ส่วนใหญ่มองว่าหากเลือกที่จะมาเป็นนักกระโดดน้ำจะไม่สามารถนำไปเป็นอาชีพต่อยอดหลังการเลิกเล่นได้ ซึ่งจะเเตกต่างจากนักว่ายน้ำที่ยังเป็นโค้ชให้ตามสโมสรต่างๆ ได้ นับเป็นปัญหาที่ทางสมาคมรับทราบมาอย่างยาวนาน เเละพยายามหาทางออกให้นักกีฬาที่เลือกเส้นทางสายนี้สามารถไปต่อได้หลังการเลือกเล่น
หลังจากนี้ทางฝ่ายกีฬากระโดดน้ำของสมาคม จะพยายามผลักดันให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นให้ได้ เพื่อจะได้มีตัวเลือกนักกีฬาหน้าใหม่สู่ทีมชาติมากขึ้น โดยเป้าหมายหลักตอนนี้อยู่ที่ซีเกมส์ปลายปีนี้ ที่เวียดนาม ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถคว้าเหรียญได้ไม่ต่ำกว่าผลงานครั้งก่อนที่ได้มา 1เหรียญเงิน กับ 2 เหรียญทองเเดง เเม้ซีเกมส์ครั้งนี้จะเป็นสายเลือดใหม่ถึงครึ่งทีม
หากสถานการณ์โควิดดีขึ้น มีเเผนที่จะพานักกีฬาไปฝึกซ้อมยังต่างเเดน ในช่วงกลางปีที่มาเลเซีย ที่ถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งของกีฬากระโดดน้ำในระดับอาเซียน รวมถึงการไปฝึกซ้อมที่เวียดนามในช่วงเดือนก.ย. เพื่อปรับสภาพร่างกาย ก่อนการเเข่งซีเกมส์ในช่วงเดือนพ.ย.