ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ บิ๊กแมตช์ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “ผีแดง” แมนฯยู รองจ่าฝูง เปิดบ้านต้อนรับ”ไก่เดือยทอง”สเปอร์ ทีมอันดับ 3 ที่มี 20 คะแนนเท่ากัน

เกมนี้ โชเซ มูรินโญ กุนซือทีมแมนฯยู ส่ง โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวเก่งลงล่าตาข่ายคู่กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกทีมชาติอังกฤษ แดนกลางมี อันเดอร์ เอร์เรรา ทำเกมกับ เฮนริก มคิตาร์ยัน
แนวรับได้ เอริก ไบญี และ ฟิล โจนส์ ฟิตสมบูรณ์ลงสนาม

ด้านทีมเยือน สเปอร์ ของมัวริซิโอ โปเช็ตติโน กุนซือชาวอาร์เจนตินา ไม่มี แฮร์รี เคน กองหน้าดาวซัลโวพรีเมียร์ ลีก ขณะนี้ จำนวน 8 ประตู เนื่องจากบาดเจ็บจากเกมถล่มลิเวอร์พูล 4-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่แนวรุกอื่นทั้งเดเล อัลลี ซน เฮือนมิน คริสเตียน เอริกเซน ลงตัวจริง

Soccer Football – Premier League – Manchester United vs Tottenham Hotspur – Old Trafford / Reuters

ก่อนเริ่มเกมมีการยืนไว้อาลัยให้กับทหารผ่านศึก

สำหรับรายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

แมนฯยู- ดาบิด เดอ เคอา, คริส สมอลลิ่ง, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, เอริก ไบญี, ฟิล โจนส์, แอชลีย์ ยัง, อันเดอร์ เอร์เรรา, เนมันยา มาติช, เฮนริก มคิตาร์ยัน, มาร็คัส แรชฟอร์ด และ โรเมลู ลูกากู
สเปอร์ – อูโก ยอริส, แซร์จ ออริเยร์, เบน เดวิส, โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์, แยน แฟร์ตองเกน, เอริก เดียร์, คริสเตียน เอริกเซน, แฮร์รี วิงก์, เดเล อัลลี, มุสซา ซิสโซโก และซน เฮือนมิน

เกมครึ่งแรก สองทีมเปิดแลกกันสนุก นาทีที่ 11 อูโก ยอริสป้องกันลูกยิงของลูกากูไว้ได้
จากนั้นนาทีที่ 13 แมนฯยูได้ฟรีคิกระยะ 25 หลาหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย มาร์คัส แรชฟอร์ดซัดบอลพุ่งเข้ากรอบ แต่อูโก ยอริส นายทวารสเปอร์พุ่งปัดไว้ได้อยางหวุดหวิด

Action Images via Reuters

นาทีที่ 28 เป็นโอกาสของสเปอร์บ้าง เมื่อ เดอ เคอารับพลาด และจังหวะชนกับฟิล โจนส์ บอลหลุดไปเข้าทางซน เฮือนมิน แต่หัวหอกเกาหลีใต้หันหลังให้ประตู จึงไหลบอลให้ซิสโซโกซัด บอลข้ามคาน
สเปอร์ครองบอลบุกได้มากกว่า แต่จังหวะสุดท้ายไม่เด็ดขาด

นาทีที่ 41 เดอ เคอาเซฟลูกยิงของเดียร์ หลังจากนั้นสองทีมไม่สามารถทำประตูได้ จบครึ่งแรก เสมอ 0-0

เกมครึ่งหลัง ก็ยังสูสี นาทีที่ 51 แมนฯยูมีโอกาสได้ประตู เมื่อแอชลีย์ ยังพาบอลขึ้นมาทางด้านซ้าย ก่อนเปิดเข้าในเขตโทษ แต่แรชฟอร์ดเข้าชาร์จไม่ทัน

นาทีที่ 54 มคิตาร์ยันยิงไกล บอลพุ่งเข้ากรอบ ยอริสรับจังหวะแรกไม่ติดมือ ยังดีที่เบน เดวิส เตะสกัดทิ้งไปได้ ก่อนที่ แรชฟอร์ดจะเข้าซ้ำ

Soccer Football – Premier League – Manchester United vs Tottenham Hotspur – Old Trafford, Manchester, Britain – October 28, 2017 Tottenham’s Jan Vertonghen attempts to block a shot from Manchester United’s Romelu Lukaku Action Images via Reuters

Action Images via Reuters

นาทีที่ 77 เป็นทีของสเปอร์บ้าง เอริกเซ่นได้บอลหน้าเขตโทษ ชิพต่อให้อัลลีสอดขึ้นมายิงในเขตโทษ แต่บอลหลุดกรอบหวุดหวิด

REUTERS/Andrew Yates

อีกสองนาทีต่อมา ลูกากูได้โขกบริเวณหน้าประตู แต่บอลชนเสากระดอนออกไป

กระทั่งนาทีที่ 81 แมนฯยูได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะเตะมาจากหน้าประตู ลูกากูโหม่งเช็ดต่อให้อองโทนี มาร์ซิอัล ตัวสำรองที่ลงมาแทนแรชฟอร์ดจับบอลได้ ก่อนหลุดไปยิงในกรอบเขตโทษ บอลเข้าเสาสอง ท่ามกลางแฟนผีแดงเฮทั้งสนาม
แมนฯยูนำ 1-0

Soccer Football – Premier League – Manchester United vs Tottenham Hotspur – Old Trafford, Manchester, Britain – October 28, 2017 Manchester United’s Anthony Martial scores their first goal Action Images via Reuters

หลังเสียประตู สเปอร์พยายามโหมบุก หวังทวงคืน แต่แมนฯยูไม่ยอมพลาด

นาทีสุดท้าย เจสซี ลินการ์ดได้หลุดเดี่ยวไปยิงบริเวณกรอบเขตโทษ แต่ซัดข้ามคาน

จบเกม แมนฯยูเฉือนชนะ 1-0 เก็บ 3 แต้มสำเร็จ ยังอยู่อันดับสอง มี 23 แต้ม จาก 10 นัด ส่วนสเปอร์มี 20 แต้มเท่าเดิม จากการลงเตะ 10 นัด

หลังเกม อองโธนี มักซิอัล ผู้ทำประตูโทนของเกมนัดนี้กล่าวว่า “ผู้จัดการทีมบอกผมให้พยายามหาพื้นที่ ผมรู้ว่าลูกากูเก่งในการโหม่ง และผมก็เจอพื้นที่และทำประตูได้ เราเพิ่งแพ้ในนัดที่แล้ว การชนะครั้งนี้จึงสำคัญกับเรา ผมดีใจที่ทำประตูได้”

เมื่อถามว่า นี่จะช่วยผลักดันให้มูรินโญเลือกลงตั้งแต่ต้นเกมเลยหรือไม่ มักซิอัลกล่าวว่า “ไม่ ผมต้องการเล่น ผมไม่อยากนั่งเก้าอี้ข้างสนาม แรชฟอร์ดเองก็เล่นดีมาก และผู้จัดการทีมก็ต้องการให้โอกาสเรา”

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน