อินทรีเหล็ก เยอรมัน สุดโหดถล่ม โปรตุเกส เละ นักเตะฝอยทองช่วยทำประตู ส่วน โรนัลโด ซัลโวใกล้เทียบเท่าสถิติดาวยิงสูงสุดของโลก ขณะที่ สถานการณ์ล่าสุด เยอรมนีขึ้นมารองจ่าฝูง ส่วนโปรตุเกสหล่นไปอันดับ 3 เมื่อวัดจากเฮดทูเฮด โดยนัดสุดท้ายนั้น ทั้งคู่จะเข้ารอบทันทีถ้าชนะคู่แข่งได้ ผลบอลยูโร

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ศึกฟุตบอลยูโร 2020 กลุ่มเอฟ นัดสอง “ฝอยทอง” โปรตุเกส พบ “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี คืนวันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 23:00 น. เกมที่สนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า ประเทศเยอรมนี

เผยรายชื่อ 11 ผู้เล่นทั้งสองทีมมีดังนี้

โปรตุเกส(4-2-3-1) : รุย ปาตริซิโอ – เนลสัน เซเมโด, เปเป, รูเบน ดิอาส, ราฟาเอล เกร์เรยโร – ดานิโล เปเรยรา, วิลเลียม คาร์วัลโญ – แบร์นาร์โด ซิลวา, บรูโน แฟร์นานเดส, ดิโอโก โชตา – คริสเตียโน โรนัลโด

เยอรมนี(3-4-3) : มานูเอล นอยเออร์ – มัตธิอัส กินเทอร์, มัตส์ ฮุมเมิลส์, อันโตนิโอ รูดิเกอร์ – โยซัว คิมมิช, โทนี โครส, อิลคาย กุนโดกัน, โรบิน โกเซนส์ – ไค ฮาเวิร์ตซ์, แซร์ช กนาบรี, โธมัส มุลเลอร์


“ฝอยทอง” ทีมชาติโปรตุเกส ทีมอันดับ 5 ของโลก และแชมป์เก่ารายการนี้ ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะเกมล่าสุด ถล่มเอาชนะ ฮังการี ขาดลอย 3-0 ทำให้ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มเอฟ
ด้าน “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ทีมอันดับ 12 ของโลก ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายศึกยูโร 2020 ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม ในรอบคัดเลือก ฟอร์มล่าสุดแพ้ฝรั่งเศส 0-1 ยังไม่มีแต้ม และจำเป็นต้องเก็บชัยชนะในนัดนี้

เริ่มเกม เยอรมันเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกก่อน โยนบอลเข้าใส่ทางกราบซ้ายและขวาสลับกัน เคาะบอลเข้าตามช่อง เพียงแค่นาที 5 นาทีเท่านั้น แซร์ซ กนาบรี เข้าชาร์จ จิ้มบอลเข้าประตูให้แฟนอินทรีเหล็กได้เฮกันลั่น ทว่าผู้เล่นโปรตุเกสเข้าไปโวยผู้ตัดสิน ว่ามีจังหวะล้ำหน้าจึงต้องเช็ค วีเออาร์ ก่อนจะกลับคำตัดสินไม่ให้ประตูดังกล่าว

จังหวะถัดมาเยอรมนียังคงเปิดเกมรุกเข้าใส่ มีโอกาสสับไกยิงอีกหลายครั้ง ทว่าแนวรับของนักเตะฝอยทองยังคงทำหน้าที่เคลียร์บอลพ้นอันตรายออกไปได้หมด ตัว คริสเตียโน โรนัลโด จอมทัพ
ยังต้องลงมาช่วยเพื่อน ทว่าถึง นาที 15 โปรตุเกสอาศัยจังหวะสวนกลับเร็ว แบร์นาโด้ ซิลวา ได้บอล ขึ้นทางกราบขวาก่อนเปิดยาวข้ามฟากมาให้ ดิโอโก้ โชต้า พักอกก่อนดีดผ่านให้ โรนัลโด้ แปเผาขนเป็นสกอร์ขึ้นนำ 1-0 และยังเป็นประตูที่ 107 ในสีเสื้อทีมชาติของดาวเตะคนดังอีกด้วย
โดยสถิติดังกล่าว ไล่ตาม อาลี ดาอี ดาวยิงอิหร่านที่ทำไว้ในสูงสุด ในเกมระดับทีมชาติด้วยผลงาน 109 ประตู ซึ่งห่างอีกเพียงแค่ 2 ลูกเท่านั้น

หลังขึ้นนำ เป็นโปรตุเกส ที่เริ่มกลับมาครองพื้นที่ได้มากขึ้น แถม “ซีอาร์เซเว่น” โรนัลโด้ เองยังโชว์ฟอร์มเดาะบอลขั้นเทพหลอกผู้เล่นเยอรมันให้แฟนๆฮือฮาชอบใจกันอีกด้วย ทั้งสองทีมเริ่มตั้งหลักมีโอกาสผลัดกันรุกรับสูสี และเริ่มปะทะกันหนักขึ้น จนเกมต้องเบรกเป็นระยะๆ ถึงนาที 35 กองเชียร์อินทรีเหล็กได้เฮกันบ้าง จากจังหวะ โธมัส มุลเลอร์ ได้บอลเปิดข้ามฟากไปให้ โยชัว คิมมิช ต่อให้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ระยะเผาขน ทว่าบอลถูก รูเบน ดิอาส กองหลังฝอยทองที่เบียดสกัด ลูกจึงพลาดพุ่งเข้าประตูตัวเอง เป็นสกอร์ให้เยอรมันตีเสมอ 1-1

ไม่เพียงเท่านั้้น ถัดมาเพียงแค่ 4 นาที เยอรมันยังได้ประตูที่สอง เมื่อ โธมัส มุลเลอร์ เปิดบอล เกือบถึงเส้นหลัง โจชัว คิมมิช ตวัดบอลก่อนย้อนมาหน้าประตูบอลถูกตัว ราฟาเอล เกร์เรยโร่ เข้าประตูตัวเองเป็นลูกที่สองของผู้เล่นโปรตุเกส แม้จะมีการเช็ควีเออาร์ แต่ก็ยืนยันไม่เป็นลูกล้ำหน้า จึงเป็นสกอร์ให้ เยอรมัน ขึ้นนำ 2-1 ล่วงเข้าช่วงทดเจ็บ 3 นาที ยังไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดครึ่งแรก เยอรมนี พลิกสถานการณ์กลับมานำ โปรตุเกส อยู่ 2-1 ประตู

เริ่มครึ่งหลัง แฟร์นานโด ซานโตส กุนซือฝอยทอง ปรับแผนเปลี่ยนผู้เล่น ส่ง เรนาโต ซานเชส แทน แบร์นาร์โด ซิลวา และเป็นโปรตุเกสที่บุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง ทว่าจังหวะโต้กลับเร็วถึงนาที 51

เยอรมันก็หนีห่างเป็น 3-1 เมื่อ โรบิน โกเซ่นส์ แปะบอลให้ ไค ฮาเวิร์ดซ์ จิ้มเผาขน เป็นสกอร์ให้ตัวเองสมใจ และยังเป็นประตูที่ 4 ในนามทีมชาติให้กับตัวเองอีกด้วย ด้านโปรตุเกส หลังเสียประตู เริ่มออกอาการช็อตดื้อๆ ถึงนาที 57 โปรตุเกสเปลี่ยนผู้เล่นส่ง ราฟา ซิลวา เข้า ดึง วิลเลียม คาร์วัลโญ ออก


แต่สถานการณ์ยิ่งย่ำแย่ไปอีก เมื่อถึงนาที 60 เยอรมันก็ได้ประตูอีก เมื่อ คิมมิช ได้บอลทางกราบขวาโยนเข้ามาเสาสองให้ โรบิน โกเซ่นส์ ลอยตัวโหม่งโล่งๆ ตอกฝาโลงเป็นสกอร์ 4-1 จากนั้นอินทรีเหล็ก เก่อนตัวเองจะถูกปลี่ยนตัวออก ให้ มาร์เซล ฮัลส์เตนแบร์ก ลงแทน และ เอ็มเร ชาน แทน มัตส์ ฮุมเมิลส์ เกมไม่จบเท่านั้น ถึงนาที 67 โปรตุเกสได้ฟรีคิก โรนัลโด้ ตวัดบอลหน้าประตูย้อนกลับมาให้ ดิโอโก โชตา จิ้มเผาขน เป็นประตูให้ โปรตุเกส ไล่มาเป็น 2-4

ล่วงเข้าช่วงท้ายเกม ทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ครบ 90 นาที อินทรีเหล็ก เยอรมนี ถล่ม โปรตุเกส ไปแบบขาดลอย 4-2 ประตู

สถานการณ์ล่าสุด ผ่านไป 2 นัด ทั้งคู่มี 3 แต้มเท่ากัน ขณะที่ ฝรั่งเศส มี 4 แต้ม และ ฮังการี มี 1 คะแนน แต่เยอรมนีขึ้นมารองจ่าฝูง ส่วนโปรตุเกสหล่นไปอันดับ 3 เมื่อวัดจากเฮดทูเฮด โดยนัดสุดท้ายนั้น ทั้งคู่จะเข้ารอบทันทีถ้าชนะคู่แข่งได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน