ศึกยูโร 2020 เดินทางมาถึงแมตช์สุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งสถานการณ์โดยรวมยังถือว่าเปิดกว้าง มาดูกันว่าแต่ละทีมมีเงื่อนไขอย่างไรในการเข้าสู่รอบ น็อกเอาต์

สำหรับในรอบแบ่งกลุ่ม จะคัดเอา 2 ทีมอันดับแรกแต่ละกลุ่ม เข้าสู่รอบ น็อกเอาต์ โดยอัตโนมัติทันที ส่วนทีมอันดับ 3 จะต้องไปแย่งโควต้าตามผลงานที่ดีที่สุด โดยจาก 6 ทีม จะได้ไปต่ออีก 4 ทีม ขณะที่ทีมอันดับ 4 ตกรอบทันที

กลุ่มเอ

อิตาลี (6 แต้ม) : เข้ารอบแน่นอนแล้ว โดยขอแค่ไม่แพ้เวลส์จะได้แชมป์กลุ่มทันที

เวลส์ (4 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแล้ว ขอแค่ไม่แพ้อิตาลี หรือถ้าแพ้ก็ต้องลุ้นให้สวิตเซอร์แลนด์ไม่ชนะตุรกี ถึงจะเข้ารอบอัตโนมัติ

สวิตเซอร์แลนด์ (1 แต้ม) : ต้องชนะตุรกีสถานเดียว ซึ่งถ้าเวลส์แพ้อิตาลีด้วย สวิตเซอร์แลนด์ก็จะมีโอกาสวัดลูกได้เสียกับเวลส์เพื่อแย่งรองแชมป์กลุ่มกัน ทั้งนี้ แม้ผลเสมอตุรกีจะเพียงพอให้สวิตเซอร์แลนด์จบอันดับ 3 แต่ก็หมดสิทธิ์แย่งโควต้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุดอยู่ดี

ตุรกี (0 แต้ม) : หมดสิทธิ์เข้ารอบอัตโนมัติแล้ว แต่ต้องชนะสวิตเซอร์แลนด์ให้ขาดลอยที่สุดไว้ก่อน เพื่อให้พอมีหวังลุ้นโควต้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุด

***แมตช์สุดท้าย สวิตเซอร์แลนด์-ตุรกี, อิตาลี-เวลส์***

กลุ่มบี

เบลเยียม (6 แต้ม) : เข้ารอบแน่นอนแล้ว ไม่ว่าจะในฐานะอันดับ 1-3 ก็ตาม โดยขอแค่ไม่แพ้ฟินแลนด์จะได้แชมป์กลุ่มทันที

รัสเซีย (3 แต้ม) : ถ้าชนะเดนมาร์ก หรือถ้าเสมอแล้วฟินแลนด์ไม่ชนะเบลเยียม ก็จะเข้ารอบทันที โดยยังมีโอกาสทั้งจบอันดับ 3 หรือตกรอบเลยอยู่ด้วย

ฟินแลนด์ (3 แต้ม) : ถ้าชนะเบลเยียม หรือถ้าเสมอแล้วรัสเซียแพ้เดนมาร์ก ก็จะเข้ารอบทันที โดยยังมีโอกาสทั้งจบอันดับ 3 หรือตกรอบเลยอยู่ด้วย

เดนมาร์ก (0 แต้ม) : โอกาสเดียวที่จะเข้ารอบอัตโนมัติ ต้องชนะรัสเซียให้ได้ 2 ประตูขึ้นไป แล้วลุ้นให้ฟินแลนด์แพ้อิตาลี จึงจะเป็นฝ่ายชนะในมินิลีก 3 ทีม แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องชนะรัสเซีย อย่างน้อยเพื่อลุ้นจบอันดับ 3

***แมตช์สุดท้าย รัสเซีย-เดนมาร์ก, ฟินแลนด์-เบลเยียม***

กลุ่มซี

เนเธอร์แลนด์ (6 แต้ม) : เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มแน่นอนแล้ว

ยูเครน (3 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน โดยขอแค่ไม่แพ้ออสเตรีย จะเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มทันที

ออสเตรีย (3 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน โดยต้องชนะยูเครน ถึงจะเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่ม

นอร์ทมาซิโดเนีย (0 แต้ม) : ตกรอบเรียบร้อยแล้ว

***แมตช์สุดท้าย นอร์ทมาซิโดเนีย-เนเธอร์แลนด์, ยูเครน-ออสเตรีย***

กลุ่มดี

สาธารณรัฐเช็ก (4 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน ขอแค่ไม่แพ้อังกฤษจะเข้ารอบทันที

อังกฤษ (4 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน ขอแค่ไม่แพ้สาธารณรัฐเช็กจะเข้ารอบทันที

โครเอเชีย (1 แต้ม) : ต้องชนะสกอตแลนด์สถานเดียวเพื่อลุ้นโควต้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเป็นอย่างน้อย โดยยังมีโอกาสชิงรองแชมป์กลุ่มได้ด้วย หากสาธารณรัฐเช็กแพ้อังกฤษ

สกอตแลนด์ (1 แต้ม) : ต้องชนะโครเอเชียสถานเดียวเพื่อลุ้นโควต้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเป็นอย่างน้อย โดยยังมีโอกาสชิงรองแชมป์กลุ่มได้ด้วย หากอังกฤษแพ้สาธารณรัฐเช็ก

***แมตช์สุดท้าย โครเอเชีย-สกอตแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก-อังกฤษ***

กลุ่มอี

สวีเดน (4 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน ขอแค่ไม่แพ้โปแลนด์จะเข้ารอบทันที

สโลวะเกีย (3 แต้ม) : ขอแค่ไม่แพ้สเปนจะเข้ารอบอัตโนมัติทันที แต่ถ้าแพ้ก็มีโอกาสถึงขั้นตกรอบได้

สเปน (2 แต้ม) : แม้จะยังมีโอกาสตกรอบค่อนข้างสูง แต่ขอแค่ชนะสโลวะเกียจะเข้ารอบอัตโนมัติทันที

โปแลนด์ (1 แต้ม) : ต้องชนะสวีเดนสถานเดียว โดยจะเข้ารอบอัตโนมัติทันทีหากคู่สโลวะเกีย-สเปนมีผลแพ้ชนะ

***แมตช์สุดท้าย สโลวะเกีย-สเปน, สวีเดน-โปแลนด์***

กลุ่มเอฟ

ฝรั่งเศส (4 แต้ม) : การันตี 3 อันดับแรกแน่นอน ขอแค่ไม่แพ้โปรตุเกสจะเข้ารอบทันที

เยอรมนี (3 แต้ม) : ยังมีโอกาสถึงขั้นตกรอบ แต่ขอแค่ชนะฮังการี หรือถ้าเสมอแล้วโปรตุเกสไม่ชนะฝรั่งเศส ก็จะเข้ารอบทันที

โปรตุเกส (3 แต้ม) : ยังมีโอกาสถึงขั้นตกรอบ แต่ขอแค่ชนะฝรั่งเศส หรือถ้าเสมอแล้วเยอรมนีแพ้ฮังการี ก็จะเข้ารอบทันที

ฮังการี (1 แต้ม) : ต้องชนะเยอรมนีสถานเดียวเพื่ออันดับ 3 เป็นอย่างน้อย โดยจะเข้ารอบอัตโนมัติทันทีหากโปรตุเกสแพ้ฝรั่งเศสด้วย หรืออีกทางต้องให้ฝรั่งเศสแพ้โปรตุเกส แล้วไปวัดลูกได้เสียกับฝรั่งเศสต่อไป

***แมตช์สุดท้าย โปรตุเกส-ฝรั่งเศส, เยอรมนี-ฮังการี***

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน