กีฬา เจ็ตสกี ไทยสร้างการเติบโตระดับโลกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เผยแผนเป้าหมายใหญ่ในการนำเข้าทีมนักกีฬาและแฟนนานาชาติ เพื่อช่วยชาติสร้างเงินรายได้และเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมประชาสัมพันธ์เมืองไทยไปกว่า 100 ประเทศ ซึ่งนับเป็นมูลค่าสื่อมหาศาล หลังแบรนด์กีฬาไทยเติบโตแข็งแกร่งบนเวทีโลกและขึ้นเป็นองค์กรดูแลเวิลด์แรงกิ้งของโลกอย่างเป็นทางการแล้ว ด้าน ปริเขต เปิดใจกีฬาเจ็ตสกีไทยพัฒนาอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ ต้องพลิกรูปแบบออกไปสู้บนเวทีโลก เพื่อกีฬาไทยจะเติบโตได้ตามแผนรัฐฯ ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีเวิลด์คัพ และเวิลด์ซีรี่ส์ เปิดเผยว่า “กีฬาเจ็ตสกีกำลังพลิก ทำงานและการบริหารงานกีฬา ออกไปแข่งขันบนเวทีโลก เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนให้กับการพัฒนากีฬาเจ็ตสกีไทย ซึ่งมีผลต่อการสร้างประโยชน์ให้แก่ชาติไทยอย่างสูง เพราะตั้งเป้าหมายที่จะช่วยสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของชาติด้วยเม็ดเงินมากกว่า 4,000 ล้านบาท ต่อปี

ก่อนหน้านี้ ไทยพัฒนาจนสนามเวิลด์คัพเป็นสนามเจ็ตสกีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อปี 2018 แต่ผลปรากฏว่า ชาติคู่แข่งก็ได้เห็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นในเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ที่เฉพาะทีมแข่งก็มีกว่า 2,000-3,000 คน เข้ามาแข่งขัน สร้างเม็ดเงินรวมหลายร้อยล้านบาท จึงอยากล้มทัวร์นาเม้นท์ของไทย ไปสร้างที่ชาติของตน เพราะชาติเขาใหญ่กว่า มีเงินมากกว่า ไทยจัดแค่ปีละครั้งเดียวล้มได้ง่ายๆ และที่สำคัญคือมองว่า ไทยไม่เคยมีความสามารถเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์กีฬาอะไรเลย น่าจะเอาชนะง่ายๆ ตรงจุดนี้เป็นประเด็นที่น่าคิดมาก

จุดนี้เองจึงทำให้เราจะต้องพาแบรนด์ไทยออกไปสู่เวทีโลก และเราทำสำเร็จในปี 2019 โดยได้สร้างระบบการเก็บคะแนนชิงแชมป์โลก ขึ้นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 38 ปี ของกีฬาเจ็ตสกีโลก สร้างเครือข่ายไปเก็บคะแนนสนามแรกที่ทวีปยุโรป สนาม 2 ที่ทวีปอเมริกา และผูกให้ต้องมาชิงชนะเลิศที่เมืองไทย เป็นการขยายตัวจากทัวร์เน้าเม้นท์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของไทย ภายใต้การยอมรับของสมาคมเจ็ตสกีโลก IJSBA, สหรัฐอเมริกา ซึ่งปีนั้น การกีฬาแห่งประเทศไทย ประเมินว่าเพียงทัวร์นาเม้นท์เดียว ไทยได้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวกว่า 700 ล้านบาท

ความสำเร็จที่ไทยขึ้นเป็นองค์กรผู้นำโลกอย่างเป็นทางการ ทำให้ขับเคลื่อนประโยชน์ด้านต่างๆ ให้กับประเทศไทยได้เต็มรูปแบบ แบ่งเป็นด้านเศรษฐกิจ 4 กลุ่มคือ 1.เวิลด์ฮับ (World HUB) นำเข้าท่องเที่ยวต่างชาติ 1,000 ล้านบาท 2.การเติบโตกีฬาในประเทศ 800 ล้านบาท 3.สร้างตลาดธุรกิจกีฬาในประเทศ 2,000 ล้านบาท และ 4.ด้านการเริ่มต้นพัฒนาอุตสาหกรรมและการส่งออก 200 ล้านบาท รวมเป้าหมายกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี และด้วยความเป็นหนึ่งบนเวทีโลกนี้เอง ทำให้เทปการแข่งขันได้ถูกจองไปออกอากาศในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกแล้ว โดยเราสอดแทรกการท่องเที่ยวไทยเข้าไปด้วย จึงนับเป็นความสำเร็จในด้านมูลค่าสื่ออีกมหาศาล ซึ่งต้องขอขอบคุณ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนากีฬาชาติ ที่ช่วยกันสร้างความสำเร็จให้แก่ประเทศไทย”