บิ๊กแมตช์ ฟุตบอลยุโรป ลา ลีกา สเปน ในศึก เอล กลาสิโก “บุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เปิดบ้านพบ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกที่ บาร์ซ่า ไม่มี ลิโอเนล เมสซี และเรอัล มาดริด ไม่มี เซร์คิโอ รามอส นับตั้งแต่ปี 2004 โดยทั้งสองย้ายไปอยู่กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมงทั้งคู่
เกมนี้ โรนัลด์ คูมัน วาง เมมฟิส เดอ ปาย , อันซู ฟาติ และ เซอร์จิโญ เดสต์ เป็นแผงหน้า และ นาที 25 เดอ ปาย ฉีกแนวรับเรอัล มาดริดขึ้นมาก่อนใส่พานให้ เดสต์ ยิงหน้าปากประตู แต่ดันแปเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าผิดหวัง
นาที 32 เกมสวนกลับของ เรอัล มาดริด เล่นงาน เจ้าถิ่นได้ทันที ดาวิด อลาลา ฉกบอลจาก เมมฟิส เดอ ปาย ได้ก่อนจะวิ่งทำทางขึ้นมาและรับบอลจากโรดริโ ตั้งป้อมกดด้วยซ้ายบอลเสียบหน้าต่างขึ้นนำ 1-0
ครึ่งหลัง บาร์เซโลน่า ปรับแผนถอดออสการ์ มินกูเอซ่า แบ๊กขวาออกและส่ง เฟลิเป คูตินโญ่ ลงมาเล่นริมเส้นฝั่งขวาแทน และให้ เดสต์ ลงไปรับบทฟูลแบ็กมากขึ้น
เกมรุกของ บาร์เซโลน่า แทบทำอะไรเรอัล มาดริด ไม่ได้เลย นาที 73 กุน อเกโร หัวหอกอาร์เจนติน่าถูกส่งสนามแทน อันซู ฟาติ ซึงทำให้บาร์เซโลน่า เริ่มดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่มีจังหวะปิดเกม นาทีที่ 90+4 บาร์ซ่า โหมจนเกือบได้เฮ แต่คูตินโญ่ ยิงในจังหวะชุลมุนหน้าปากประตูวืดเปิดช่องให้ เรอัล มาดริด สวนเร็ว อเซนซิโอ กดมุมแคบติดมือ มาร์ก เตอร์ สเตเกน ล้มตัวปัดแต่ไม่พ้นอันตราย ลูคัส วาสเกวซ เข้าซ้ำไม่เหลือซาก เรอัล มาดริด นำ 2-0
บาร์ซ่ามีฮึด ในนาที 90+7 เดสต์ เปิดเข้ากลางให้ อเกโร่ ตวัดยิงเร็วตีไข่แตก 1-2 เป็นลูกแรกในสีเสื้อ บาร์ซ่า แต่ไม่ทันแล้วจบเกม เก็บ 3 คะแนน มี 20 คะแนน จาก 9 นัดเท่ากับ เซบีญ่า และ เรอัล โซเซียดัด แต่ลูกได้เสียดีกว่า



