วันที่ 21 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือ “วาด้า” สั่งคาดโทษแบนจนไม่สามารถใช้ธงชาติไทยในเวทีนานาชาติ รวมถึงพลาดโอกาสสำคัญในการเป็นเจ้าภาพกีฬาระดับนานาชาติไปเป็นเวลา 1 ปี นั้น
ล่าสุด “บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เปิดเผยถึงความหน้าในการแก้ไขร่างกฎหมายควบคุมสารต้องห้ามทางการกีฬาให้สอดรับกับมาตรฐานของ วาด้า ว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้เร่งแก้ปัญหาดังกล่าว นับตั้งแต่มีคำตัดสินอย่างเป็นทางการช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่เนื่องจากคำตัดสินกระทบกฎหมายไทยหลายมาตรา จึงต้องใช้เวลาพิจารณานานเกิน 3 เดือน ซึ่งเป็นกรอบที่วาด้าวางไว้
“เราต้องแก้จุดที่มีปัญหาตั้งแต่นิยามต่างๆ ที่ไม่ตรงกับกฎระเบียบวาด้า เช่น การใช้คำว่าสารกระตุ้น เนื่องจากวาด้าต้องการให้ครอบคลุมวิธีการต้องห้าม เช่น การปั่นเลือดและการโด๊ป รวมถึงการกำหนดให้นักกีฬาไทยสามารถตรวจสารกระตุ้นช่วงกลางคืนได้ แต่ก่อนเราให้นักกีฬากรอกใบยินยอมในการตรวจกลางวันกลางคืน ซึ่งวาด้าเคยยอมรับวิธีการนี้ แต่เปลี่ยนภายหลัง เพราะกังวลว่าหากเกิดใบยินยอมปลอมแล้วจะขัดกับข้อกฎหมาย และจะเกิดความไม่ชัดเจนในการตีความ และกำลังจะนำเรื่องเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าอย่างช้าคงเป็นวันที่ 28 ธ.ค.นี้” ดร.ก้องศักด ระบุ
ผู้ว่าการ กกท. กล่าวต่อไปว่า หลังจากผ่าน ที่ประชุม ครม.ก็ต้องมารอดูว่าทางคณะรัฐมนตรีจะออกเป็น พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือ พระราชบัญญัติ ซึ่งหากออกเป็น พระราชกำหนด ก็จะลดขั้นตอนลงไป คาดว่ากฎหมายจะแล้วเสร็จอย่างช้า มกราคม 2565 แต่หากออกเป็น พระราชบัญญัติ ก็จะต้องผ่านขั้นตอนของรัฐสภา ซึ่งก็อาจจะต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เชื่อว่าในที่ประชุมที่มีทั้ง ส.ส.พรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน และ ส.ว. จะไม่มีใครต่อต้านการผลักดันเรื่องเร่งด่วนนี้ เพราะถือเป็นผลประโยชน์สำคัญของชาติ ทั้งนี้คาดว่าอย่างช้าคงไม่เกิน กุมภาพันธ์ 2565 หลังจากนั้นก็จะมาประกาศเป็นกฎหมาย และออกกฎหมายลูกออกมาบังคับใช้ต่อไป
“หลังจากทุกขั้นตอนของการแก้ไขกฎหมายในประเทศเรียบร้อย ก็จะดำเนินการ ประสานกับวาด้า เพื่อขอให้ปลดโทษแบนเร็วกว่ากำหนด ซึ่งจะเน้นในเรื่องการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันก่อน ส่วนเรื่อง ไม่สามารถใช้ธงชาติไทยในเวทีนานาชาติได้นั้น คงต้องมีการทำเรื่องอุทธรณ์ต่ออนุญาโตตุลาการศาลกีฬาโลก อีกครั้ง ซึ่งวาด้าเองก็ให้การยอมรับด้วยเช่นกัน”
“กกท. จะรีบผลักดันทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมกราคมปีหน้า พร้อมรับประกันว่า นักกีฬาทีมชาติไทยจะสามารถใช้ธงไตรรงค์เป็นสัญลักษณ์การแข่งขันซีเกมส์ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 12-23 พฤษภาคม ปี 2565 รวมถึงการแข่งขันเอเชียนเกมส์ วันที่ 10-25 กันยายน ปี 2565 ได้อย่างแน่นอน” ดร.ก้องศักด กล่าว