เคานต์ดาวน์ความสนุกกับเกมการแข่งขันชิงชนะเลิศศึกคาราบาวคัพ ระหว่าง ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล พบ ‘สิงห์บลู’ เชลซี!! 27 ก.พ.นี้ ข่าวสด X คาราบาว พร้อมอุ่นเครื่องความมัน ชวนคอบอลทุกคนรู้จักทัวร์นาเมนต์ ‘คาราบาวคัพ’ ผ่านกูรูฟุตบอลอย่าง ณรินทร์ภัทร บุณยวีรพันธ์ เจ้าของเพจฟุตบอล ดูบอลกับแนท ที่มีผู้ติดตามนับแสนคน ซึ่งจะมาบอกเล่าเรื่องราวประวัติ ความสนุก แมตช์ประทับใจ ในเกมการแข่งขันคาราบาวคัพ พลาดไม่ได้ กับการวิเคราะห์เกมคู่ชิงชนะเลิศว่าทำไมคอบอลถึงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!!
EFL CUP ตำนานบอลถ้วยกว่า 6 ทศวรรษ
ณรินทร์ภัทรเริ่มเล่าให้ฟังว่า คาราบาวคัพนับเป็นถ้วยการแข่งขันฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของประเทศอังกฤษ แต่ก่อนจะมาเป็นคาราบาวคัพ ต้องย้อนกลับไปเมื่อ ค.ศ. 1960 ถ้วยนี้ดำเนินการแข่งขันโดยฟุตบอลลีกอังกฤษ (อีเอฟแอล) โดยอีเอฟแอลคัพเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ให้แต่ละสโมสรใน 4 ลีกสูงสุดของอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น พรีเมียร์ลีก, แชมเปียนชิพ, ลีก วัน, ลีก ทู รวมทั้งหมด 92 สโมสร มาแข่งขันกัน
เอกลักษณ์ของการแข่งขันอีเอฟแอลที่แตกต่างจากบอลลีกคือ รูปแบบการแข่งขัน ปกติเกมลีกจะแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ แต่อีเอฟแอลจะเตะกันกลางสัปดาห์ช่วงเวลากลางคืน ท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงบนสนาม ทำให้ผู้คนในอังกฤษได้รับชมกีฬาหลังเลิกงานช่วง 2-3 ทุ่มก่อนกลับบ้าน กลายเป็นอีกหนึ่งรสชาติของฟุตบอลอังกฤษ ผนวกกับกฎกติกาการแข่งแบบน็อกเอาต์ ที่ผู้แพ้ต้องตกรอบทันที ทำให้ทั้ง 92 สโมสร ต้องงัดแท็กติกเด็ดออกมาใช้กันอย่างเต็มที่
เพื่อชัยชนะและเข้ารอบในรอบถัดไป เราจึงได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดในทุกเกมอย่างไม่มีกั๊ก และหลายครั้งเราได้เห็นปรากฏการณ์ “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ของทีมเล็กที่สู้ยิบตาโค่นทีมใหญ่ ทั้งหมดล้วนกลายเป็นเสน่ห์และสีสันให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษให้สนุกขึ้นไปอีกขั้น
จาก EFL Cup สู่ ‘คาราบาวคัพ’
แต่กว่าจะมาถึงชื่อ ‘คาราบาวคัพ’ ถ้วยนี้เคยเปลี่ยนชื่อตามสปอนเซอร์มาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ มิลก์ คัพ, ลิตเติลวูดส์ ชาลเลนจ์ คัพ, รัมเบโลว์ส คัพ, โคคา-โคลา คัพ, เวิร์ตธิงตัน คัพ, คาร์ลิง คัพ, แคปิตอล วัน คัพ
ณรินทร์ภัทรขยายความต่อว่า กระทั่งฤดูกาลที่ 2017/2018 บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นำโดย เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ได้ตัดสินใจเซ็นสัญญาเป็นผู้สนับสนุนหลักทัวร์นาเมนต์การแข่งขันอีเอฟแอลคัพ ด้วยความตั้งใจที่จะนำแบรนด์ไทยบุกตลาดอังกฤษ และทำให้ ‘คาราบาว’ เป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยเปลี่ยนชื่อจากลีกคัพ ไปเป็นชื่อ ‘คาราบาวคัพ’ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน
“เราเคยวาดฝันอยากเห็นนักเตะไทยไปค้าแข้งในฟุตบอลอังกฤษ ทว่ามันอาจจะเกิดขึ้นไม่ง่ายดั่งหวัง แต่ด้วยความตั้งใจและความมุ่งมั่นของคาราบาวกรุ๊ปในการติดต่อกับอีเอฟแอล ในวันนี้เราได้เห็นแบรนด์ไทยไปอยู่ในระดับสากล เราได้เห็นตราสัญลักษณ์คาราบาวที่เราคุ้นเคยอยู่บนหน้าอกเสื้อของเหล่านักกีฬาที่เราชื่นชอบ เห็นป้ายโฆษณาในทุกสนาม กลายเป็นความภาคภูมิใจที่แบรนด์ไทยเป็นที่คุ้นตามากขึ้นในระดับสากล ซึ่งทั้งหมดตอกย้ำถึงวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ของแบรนด์ World Class Product, World Class Brand ที่ทางคาราบาวกรุ๊ป ได้ยึดมั่นเป็น Commitment ของแบรนด์อยู่ตลอดเวลา”

‘คาราบาวคัพ’ เวทีพัฒนาศักยภาพนักเตะเยาวชน
การแข่งขันคาราบาวคัพนับเป็นเวทีแห่งโอกาสและความฝันให้เหล่านักเตะเยาวชนและดาวรุ่งของสโมสรต่างๆได้ออกมาโชว์ศักยภาพให้แฟนบอลได้เห็นกลายเป็นโอกาสให้เหล่าผู้เล่นเยาวชนได้มาสัมผัสเกมการแข่งขันจริงได้ลงเล่นกับผู้เล่นซีเนียร์ภายในทีมซึ่งมีนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่เคยแจ้งเกิดในการแข่งขันอีเอฟแอลคัพมาก่อนไม่ว่าจะเป็นเซสก์ ฟาเบรกัส,เดวิดเบคแฮม,จอห์น เทอร์รี่ซึ่งนักเตะเหล่านี้ล้วนเริ่มอาชีพค้าแข้งในทีมชุดใหญ่ในรายการอีเอฟแอลคัพด้วยกันทั้งสิ้น
ในทางกลับกันสำหรับทีมเล็ก ก็กลายเป็นโอกาสในการคว่ำทีมใหญ่ และมีโอกาสขึ้นไปคว้าแชมป์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น สวอนซี, มิดเดิลสโบรห์, เบอร์มิงแฮม เป็นต้น ที่เคยคว้าแชมป์การแข่งขัน และได้ตั๋วการแข่งขันไปสู่เวทียุโรป
ปัจจุบัน ผู้ชนะรายการคาราบาวคัพจะได้ตั๋วเข้าไปเล่นรายการยุโรป อย่าง ยูโรป้าคอนเฟอเรนซ์ลีก ซึ่งนับเป็นถ้วยยุโรปลำดับที่ 3 โดยถ้วยดังกล่าวมีเป้าหมายให้ทีมเล็กๆ ได้มีโอกาสสัมผัสการแข่งขันเวทียุโรปมากขึ้น ทำให้มีรายได้มากขึ้น ได้ค่าลิขสิทธิ์ และที่สำคัญนับเป็นเกียรติประวัติของทีมที่หาซื้อไม่ได้
แมตช์ประทับใจจำไม่รู้ลืม ในเกมคาราบาวคัพ
ณรินทร์ภัทร เจ้าของเพจ ‘ดูบอลกับแนท’ ยังได้บอกเล่าความประทับใจในการแข่งขันคาราบาวคัพ ที่จำไม่รู้ลืม คราวนั้นเป็นการพบกันระหว่าง เชลซีกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 31 ตุลาคม ปี 2019 ซึ่งเป็นเกมในรอบที่ 4 ที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์
“สิ่งที่ผมประทับใจคือประตูชัยสุดสวยของแมนยูที่เกิดขึ้นในเกม ในวันนั้นรูปเกมค่อนข้างสูสี สถานการณ์กำลังเสมอกันอยู่ที่ 1 ประตูต่อ 1 เวลาถัดมาแมนยูได้ฟรีคิกในระยะประมาณ 30 หลา เมื่อสิ้นเสียงนกหวีด มาร์คัส แรชฟอร์ด ซัดฟรีคิกสุดสวยในลักษณะ knuckleball free kick ซึ่งเป็นลักษณะการยิงที่แรงและเร็ว จึงยากที่ผู้รักษาประตูจะพุ่งรับ ลูกนั้นจึงตุงตาข่ายเข้าไปอย่างสุดสวย และกลายเป็นประตูชัยในท้ายที่สุด” ณรินทร์ภัทรเล่าความประทับใจ

คู่ชิงหยุดโลก กับการโคจรมาพบกันของ ‘ลิเวอร์พูล’ และ ‘เชลซี’
กลับมาสู่เกมความสนุกคาราบาวคัพรอบชิงชนะเลิศ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ ระหว่างยอดทีมอย่าง ‘หงส์แดง’ ลิเวอร์พูล พบกัน ‘สิงห์บลู’ เชลซี ซึ่งณรินทร์ภัทรให้ทัศนะเกมคู่นี้ตอนหนึ่งว่า
“ผมเชื่อว่าปีนี้เป็นปีที่คู่ชิงดุเดือดและน่าดูมาก เพราะผู้จัดการทั้งสองทีมมีความสูสีกัน แล้วก็เป็นสองโค้ชระดับแถวหน้าของโลก ถ้านับจากสถิติที่เจอกันก็เรียกได้ว่าสูสี เชลซีเองมีทีเด็ดอยู่ที่แดนกลางที่มี จอจินโญ่ โควาซิช ก็องเต้ รวมถึงแผงหลังที่มี ติเอโก้ ซิลวา กับระบบหลัง 3 ที่ทำให้เชลซีมีการป้องกันพื้นที่ด้านหลัง ที่เหนียวแน่นรัดกุม บอลของทูเคติลเน้นการครองบอลที่เหนียวแน่น การเคาะบอลไปมากลางสนามที่คู่ต่อสู้แย่งยากมาก
“ขณะเดียวกันลิเวอร์พูลมีทีเด็ดอยู่ที่บอลเร็ว บอลคอร์สจากด้านข้างของวิงแบ็ก ที่น่ากลัว รวมถึงมีจังหวะบีบพื้นที่ด้านบนที่แข็งแกร่ง แผนเกมรุกที่เข้าขากัน ถ้าถาม…ผมว่าทั้งคู่สูสีกัน ในบางช่วงที่ลิเวอร์พูลพลาด เชลซีก็พร้อมที่จะลงโทษ ถ้าเชลซีพลาด ลิเวอร์พูลก็พร้อมทำสกอร์ ผมว่าถ้าจะให้ใครเหนือกว่าผมว่าไม่มี ถ้าจะให้วิเคราะห์มีโอกาสที่คู่นี้จะเสมอกัน และไปยิงจุดโทษชี้ขาดครับ
“การที่คุณได้เห็นกุนซือยอดแท็กติกทั้งสองได้มาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ คนดูได้กำไรแน่นอน ผนวกกับการที่เรามีผู้สนับสนุนรายการแข่งขันที่เราดูมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มบริษัทของไทย นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ผมรู้สึกภูมิใจที่คาราบาวได้เติมเต็มความสุขให้คนไทยและคอบอลทั้งโลก ด้วยเกมคุณภาพแมทช์ชิมแชมป์สุดยิ่งใหญ่คาราบาวคัพ ที่กำลังจะเตะกันในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ระหว่างลิเวอร์พูลกับเชลซี ซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นเกม 5 ดาวแน่นอนในการเจอกันของทั้งคู่ เพราะฉะนั้นห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง”ณรินทร์ภัทรทิ้งท้าย
ในคาราบาวคัพ ซึ่งเป็นแมชชิงแชมป์สุดยิ่งใหญ่ที่ทุกคนรอคอย