คำประชดประชันในวันนั้นพัฒนาให้กลายเป็นนักแม่นปืนทีมชาติในวันนี้
.
‘อัส’ หรือ ‘นภิศ ต่อตั้งพานิช’ เล่นกีฬามาตั้งแต่ยังเยาว์วัย แต่ไม่ใช่กีฬายิงปืนอย่างที่คิด
เขาใช้เวลา 7 ปี ไปกับการเล่นกีฬาฟุตบอล ด้วยความที่เขาไม่ค่อยวิ่ง มักจะยืนรอบอลแล้วค่อยเล่น จนโค้ชได้พูดขึ้นมาว่า ให้ไปยิงปืนแทนเพราะเป็นกีฬาที่ไม่ค่อยวิ่ง
ซึ่งเป็นคำหวังดีกึ่งประชดของโค้ช ที่กลายเป็นผลักดันให้เขากลายเป็นนักแม่นปืนทีมชาติ
.
ด้วยพรสวรรค์ที่ทำให้เวลาการฝึกซ้อมยิงปืนของเขาที่มีเพียงแค่ 7 เดือนกลายเป็นช่วงเวลาที่มากพอจะติดทีมชาติไทยของชายคนนี้

เขาใช้เวลาให้การฝึกซ้อมหาเทคนิคของตัวเองจนเจอ แล้วฝึกซ้อมซ้ำๆ

จนชำนาญ “อัส” ได้บอกไว้ว่า กีฬายิงปืนไม่เหมือนกีฬาอื่น ต่อให้เรายิงท่าเดียวกับคนเก่งๆ และทำเหมือนเขาทุกอย่าง ยังไงก็คงไม่เก่งขึ้น เราต้องหาเทคนิคที่เหมาะกับตัวเราเอง นั่นคือเคล็ดลับของการยิงปืน
.
บทเรียนสำคัญที่ทำให้ได้เรียนรู้ คือ เมื่อตอนที่เขาได้พยายามหนัก
จนเครียดเกินไป ทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมายในช่วงคัดเลือกไปโอลิมปิก จิตใจเขาไปจดจ่ออยู่ที่ “โตเกียวเกมส์ 2020” จน ไม่ได้โฟกัสกับเกมปัจจุบันทำให้ต้องพลาดไป

ไม่ใช่แค่เฉพาะ กีฬายิงปืน แต่แทบจะทุกกีฬาต้องใช้สมาธิ ในการจดจ่อกับเกมปัจจุบัน ไม่ต้องไปนึกถึงเรื่องอื่น
เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องนำความกดดันเข้ามาสู่เกมนั้น ทำให้เราเล่นได้ไม่ดีนั่นเอง

การทำอะไรด้วยความรู้สึกที่สบายและไม่เครียดจนเกินไปจะทำให้ทุกอย่างออกมาดีเสมอ
.
#กล้าที่จะเล่น #กล้าที่จะฝัน
#กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ #การกีฬาแห่งประเทศไทย
#พร้อมสนับสนุนทุกความฝันกีฬาไทย
#ร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาไทย #ซีเกมส์ครั้งที่31

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน