ลิเวอร์พูลไม่พลาดทุบเรนเจอร์ส ขณะที่อินเตอร์ มิลาน เฉือนชัยบาร์เซโลนา ส่วนบาเยิร์น มิวนิก, คลับ บรูช และนาโปลี ชนะรวด 3 แมตช์ ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม กลุ่มเอ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าจากอังกฤษ เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของเรนเจอร์ส จากสกอตแลนด์
เกมนี้เจ้าบ้านจัด ดาร์วิน นูนเญซ, ดิโอโก โชตา, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงสนาม ส่วนทีมเยือนใช้งาน อัลเฟรโด โมเรลอส, ไรอัน เคนต์, ยอห์น ลุนด์สตรัม
เริ่มเกมมาแค่ 3 นาที เป็นฝั่งลิเวอร์พูลมีโอกาสลุ้นก่อน ดิโอโก โชตา ถูกคู่แข่งเสียบสกัดแล้วบอลกระฉอกไปหา ดาร์วิน นูนเญซ วอลเลย์ในพื้นที่เขตโทษ อัลลัน แม็กเกรเกอร์ ยังทุบทิ้งออกไปได้
นาที 7 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกระยะประมาณ 25 หลา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ปั่นบอลข้ามกำแพงเสียบเสาอย่างเฉียบคม เจ้าบ้านนำ 1-0
นาที 15 ยังเป็นลิเวอร์พูลที่ได้ลุ้นต่อเนื่อง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้บอลทางริมเส้นด้านขวาแล้วเลี้ยงขึ้นมาจนเข้าถึงพื้นที่เขตโทษแล้วปั่นกะให้เสียบเสาสอง อัลลัน แม็กเกรเกอร์ พุ่งปัดออกไป
นาที 34 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลขึ้นหน้าลอยข้ามแนวรับไปถึง ดาร์วิน นูนเญซ ใช้เท้าพักลงในเขตโทษแล้วสับไกยิงโดยไม่มีกองหลังขวางทัน แต่บอลไปตรงตัว อัลลัน แม็กเกรเกอร์ เซฟไว้ได้ ลิเวอร์พูลจึงชวดบวกประตูเพิ่ม
นาที 41 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แทงบอลทะลุแนวรับเข้าเขตโทษให้ ดาร์วิน นูนเญซ โฉบมาสับไกยิง แต่ก็ยังติดเซฟ อัลลัน แม็กเกรเกอร์ ลิเวอร์พูลจึงไม่ได้ประตูจากจังหวะนี้
นาที 43 ลิเวอร์พูลสบโอกาสอีกหน ดิโอโก โชตา แทงบอลทะลุช่องให้ ดาร์วิน นูนเญซ สปีดมายิงจากบริเวณหัวกะโหลกหน้าเขตโทษ แต่ก็เจอ อัลลัน แม็กเกรเกอร์ ทุบออกไป จบครึ่งแรก “หงส์แดง” ยังนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังนาที 52 หลุยส์ ดิอาซ จะกระชากหาช่องยิงในเขตโทษแล้วโดน ยอห์น ลุนด์สตรัม และลีออน คิง รุมปะทะล้มลง ผู้ตัดสินจึงให้จุดโทษลิเวอร์พูล โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สังหารไม่พลาดกลายเป็น 2-0
นาที 59 ลิเวอร์พูลเกือบได้เพิ่ม ผู้เล่นเรนเจอร์สสกัดบอลมาเข้าทาง ดิโอโก โชตา เข่นด้วยซ้ายในเขตโทษ อัลลัน แม็กเกรเกอร์ ปัดทิ้งได้แบบเหลือเชื่อ
นาที 85 เรนเจอร์สเกือบตีไข่แตก แรบบี มาตอนโด หลุดเข้ามาทางด้านซ้ายของเขตโทษแล้วสับไกยิงติดเซฟ อลิสซอน เบ็กเกอร์ บอลยังพุ่งไปที่บริเวณปากประตู แต่ก็เจอ คอสตาส ซิมิกาส เตะทิ้งทันก่อนจะถูกผู้เล่นคู่แข่งยิงซ้ำ จบเกมลิเวอร์พูลชนะไป 2-0
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน อาแจ็กซ์ จากเนเธอร์แลนด์ แพ้ นาโปลี จากอิตาลี 1-6
เจ้าบ้านได้ประตูจาก โมฮัมเหม็ด คูดุส นาที 9 ส่วนทีมเยือนได้จาก จาโคโม ราสปาโดรี นาที 18 และ 47, โจวานนี ดิ ลอเรนโซ นาที 33, พิโอเตอร์ ซีลินสกี นาที 45, ควิชา ควารัตสเคเลีย นาที 63, โจวานนี ซิเมโอเน นาที 81 โดยอาแจ็กซ์เหลือ 10 คน ดูซาน ทาดิช ถูกไล่ออกนาที 73
อันดับหลังผ่านไป 3 นัดเท่ากัน 1. นาโปลี (9 คะแนน) 2. ลิเวอร์พูล (6 คะแนน) 3. อาแจ็กซ์ (3 คะแนน) 4. เรนเจอร์ส (0 คะแนน)

กลุ่มบี ปอร์โต จากโปรตุเกส เปิดสนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เอาชนะ “ห้างขายยา”ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน จากเยอรมนี 2-0
เจ้าบ้านได้ประตูจาก ไซดู นาที 69, กาเลโน นาที 87 โดยเลเวอร์คูเซนต้องเหลือ 10 คน เจเรมี ฟริมปง ถูกไล่ออกนาที 88
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน คลับ บรูช จากเบลเยียม ชนะ แอตเลติโก มาดริด จากสเปน 2-0
เจ้าบ้านได้ประตูจาก คามาล โซวาห์ นาที 36, เฟร์รัน ฆุตกลา นาที 62
อันดับหลังผ่านไป 3 นัดเท่ากัน 1. คลับ บรูช (9 คะแนน) 2. ปอร์โต (3 คะแนน) 3. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (3 คะแนน) 4. แอตเลติโก มาดริด (3 คะแนน)

กลุ่มซี “งูใหญ่”อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี เปิดสนามสตาดิโอ จูเซ็ปเป เมอัซซา เอาชนะ “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา จากสเปน 1-0
เจ้าบ้านได้ประตูชัยจาก ฮาคาน ชัลฮาโนกลู นาที 45+2
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน บาเยิร์น มิวนิก จากเยอรมนี ชนะ วิกตอเรีย เพลเซน จากสาธารณรัฐเช็ก 5-0
เจ้าบ้านได้ประตูจาก เลอรอย ซาเน นาที 7 และ 50, แซร์ช กนาบรี นาที 13, ซาดิโอ มาเน นาที 21, เอริก มักซิก ชูโป-โมติง นาที 59
อันดับหลังผ่านไป 3 นัดเท่ากัน 1. บาเยิร์น มิวนิก (9 คะแนน) 2. อินเตอร์ มิลาน (6 คะแนน) 3. บาร์เซโลนา (3 คะแนน) 4. วิกตอเรีย เพลเซน (0 คะแนน)

กลุ่มดี “อินทรีแดงดำ”ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต จากเยอรมนี เปิดสนามดอยช์ บังก์ ปาร์ก เสมอกับ “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากอังกฤษ 0-0
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน โอลิมปิก มาร์กเซย จากฝรั่งเศส ชนะ สปอร์ติง ลิสบอน จากโปรตุเกส 4-1
เจ้าบ้านได้ประตูจาก อเล็กซิส ซานเชซ นาที 13, อามิน ฮาริต นาที 16, เลโอนาร์โด บาเลร์ดี นาที 28, ช็องเซล เอ็มเบมบา นาที 84 ส่วนทีมเยือนได้จาก ตรินเกา นาที 1 เกมนี้สปอร์ติงเหลือผู้เล่น 10 คน อันโตนิโอ อาดัน ถูกไล่ออกนาที 23
อันดับหลังผ่านไป 3 นัดเท่ากัน 1. สปอร์ติง ลิสบอน (6 คะแนน) 2. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (4 คะแนน) 3. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (4 คะแนน) 4. โอลิมปิก มาร์กเซย (3 คะแนน)