เชลซีย้ำแค้นเอซี มิลาน ขึ้นนำจ่าฝูงกลุ่มยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเรอัล มาดริด แม้จะทำได้แค่เสมอ แต่ก็เพียงพอจะเข้าสู่รอบน็อกเอาต์

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม กลุ่มอี “ปีศาจแดงดำ”เอซี มิลาน จากอิตาลี เปิดสนามซาน ซิโร รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี จากอังกฤษ แมตช์แรกที่พบกันเชลซีเปิดบ้านชนะ 3-0

เกมนี้เจ้าบ้านจัด โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ลงเจอทีมเก่า ผนึกกำลังร่วมกับ บราฮิม ดิอาซ, ราฟาเอล เลเอา ส่วนทีมเยือนใช้งาน ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง, ราฮีม สเตอร์ลิง, เมสัน เมาต์

ครึ่งแรกนาที 18 เมสัน เมาต์ หลุดเข้าเขตโทษแล้วโดน ฟิคาโย โทโมรี ตามดึงไม่ให้ยิงถนัด ผู้ตัดสินจึงเป่าเป็นจุดโทษ พร้อมแจกใบแดงไล่โทโมรีออกจากสนามด้วย จอร์จินโญ สังหารให้เชลซีนำ 1-0 พร้อมกับที่มิลานเหลือผู้เล่นน้อยกว่าด้วย

นาที 34 มาเตโอ โควาชิช จ่ายบอลให้ เมสัน เมาต์ ชิ่งเร็วจังหวะเดียวเข้าเขตโทษ ก่อนจะเป็น ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง ปราดเข้าถึงแล้วซัดไม่เหลือ เชลซีนำห่าง 2-0

นาที 44 เชลซีเกือบมีประตูอีก เทรโวห์ ชาโลบาห์ จ่ายบอลให้ เมสัน เมาต์ ใช้เหลี่ยมพลิกหลบคู่แข่งแล้วยิงจากนอกเขตโทษ ชิเปรียน ทาทารูซานู ต้องพุ่งปัดทิ้ง จบครึ่งแรก “สิงโตน้ำเงินคราม” นำอยู่ 2-0

ครึ่งหลังนาที 54 โอกาสเป็นของเชลซี มาเตโอ โควาชิช วอลเลย์จากหน้าเขตโทษไปเข้าทาง ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง พยายามตวัดยิงเปลี่ยนทางบอล ชิเปรียน ทาทารูซานู ยังเซฟเอาไว้ได้หวุดหวิด

หลังจากนั้นรูปเกมค่อนข้างเนือยๆ แทบไม่มีจังหวะลุ้นยิงประตูแบบน่ากลัวมากนัก จบเกมเชลซีบุกชนะไป 2-0

ผลอีกคู่ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) เสมอ เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย) 1-1 เจ้าบ้านได้ประตูจาก โรเบิร์ต ลูบิชิช นาที40 ส่วนทีมเยือนได้จาก นิโคลัส ไซวัลด์ นาที 12

อันดับล่าสุดหลังผ่าน 4 นัดเท่ากัน 1. เชลซี (7 คะแนน) 2. เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (6 คะแนน) 3. เอซี มิลาน (4 คะแนน) 4. ดินาโม ซาเกร็บ (4 คะแนน)

กลุ่มเอฟ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก จากยูเครน ดวลแข้งแชมป์เก่า “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด จากสเปน เตะที่สนามสตาดิโอน วอยสกา โปลสคีโก ของโปแลนด์ โดยผลจบเสมอกัน 1-1

เจ้าบ้านได้ประตูจาก โอเล็กซานเดอร์ ซุบคอฟ นาที 46 ส่วนทีมเยือนได้จาก อันโตนิโอ รูดิเกอร์ นาที 90+5

ผลอีกคู่ เซลติก (สกอตแลนด์) แพ้ ไลป์ซิก (เยอรมนี) 0-2 ทีมเยือนได้ประตูจาก ติโม แวร์เนอร์ นาที 75, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก นาที 84

อันดับล่าสุดหลังผ่าน 4 นัดเท่ากัน 1. เรอัล มาดริด (10 คะแนน : เข้ารอบแล้ว) 2. ไลป์ซิก (6 คะแนน) 3. ชักตาร์ โดเน็ตส์ก (5 คะแนน) 4. เซลติก (1 คะแนน)

กลุ่มจี เอฟซี โคเปนเฮเกน จากเดนมาร์ก เปิดสนามปาร์เกน เสมอกับ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ 0-0

เกมนี้แมนฯ ซิตี้เหลือ 10 คน เซร์คิโอ โกเมซ ถูกไล่ออกนาที 30 แถมทีมเยือนยังพลาดโอกาสจากจุดโทษ ริยาด มาห์เรซ ยิงพลาดนาที 25

ผลอีกคู่ โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (เยอรมนี) เสมอ เซบียา (สเปน) 1-1 เจ้าบ้านได้ประตูจาก จูด เบลลิงแฮม นาที 35 ส่วนทีมเยือนได้จาก ต็องกีย์ นิย็องซู นาที 18

อันดับล่าสุดหลังผ่าน 4 นัดเท่ากัน 1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (10 คะแนน : เข้ารอบแล้ว) 2. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (7 คะแนน) 3. เซบียา (2 คะแนน) 4. เอฟซี โคเปนเฮเกน (2 คะแนน)

กลุ่มเอช ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากฝรั่งเศส เปิดสนามปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ เสมอกับ “เหยี่ยวลิสบอน”เบนฟิกา จากโปรตุเกส 1-1

เจ้าบ้านได้ประตูจาก คีลิยาน เอ็มบัปเป นาที 40 (จุดโทษ) ส่วนทีมเยือนได้จาก เชา มาริโอ นาที 62 (จุดโทษ)

ผลอีกคู่ มักคาบี ไฮฟา (อิสราเอล) ชนะ ยูเวนตุส (อิตาลี) 2-0 เจ้าบ้านได้ประตูจาก โอเมอร์ อัตซิลี นาที 7 และ 42

อันดับล่าสุดหลังผ่าน 4 นัดเท่ากัน 1. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (8 คะแนน) 2. เบนฟิกา (8 คะแนน) 3. ยูเวนตุส (3 คะแนน) 4. มักคาบี ไฮฟา (3 คะแนน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน