ลิเวอร์พูลฟอร์มโหดบุกถล่มเรนเจอร์ส “โมฮาเหม็ด ซาลาห์” กดแฮตทริก ขณะที่นาโปลี, บาเยิร์น มิวนิก และคลับ บรูช เข้ารอบน็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก

การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23 รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม กลุ่มเอ เรนเจอร์ส จากสกอตแลนด์ เปิดสนามไอบร็อกซ์ สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล รองแชมป์เก่าจากอังกฤษ

เกมนี้เจ้าบ้านจัด อันโตนิโอ โชลัก, สกอตต์ อาร์ฟิลด์, ไรอัน เคนต์ ลงสนาม ส่วนทีมเยือนใช้งาน ดาร์วิน นูนเญซ, โรแบร์โต ฟีร์มิโน, ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์

นาที 17 กองเชียร์เจ้าถิ่นเฮลั่นสนาม ไรอัน แจ๊ก ทำชิ่งเร็วให้ สกอตต์ อาร์ฟิลด์ กระชากมายิงจากบริเวณหัวกะโหลกหน้าเขตโทษ บอลพุ่งเรียดผ่านมือนายทวารเสียบตาข่าย เรนเจอร์สนำ 1-0

นาที 24 ลิเวอร์พูลได้เตะมุมฝั่งขวา คอสตาส ซิมิกาส เปิดมาบริเวณเสาแรกให้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน เอาชนะการชิงจังหวะกับคู่แข่งแล้วโขกเข้าไป จบครึ่งแรกสกอร์เสมอกัน 1-1

ครึ่งหลังนาที 55 โจ โกเมซ พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวา ก่อนจะเปิดเรียดไปหน้าประตูให้ โรแบร์โต ฟีร์มิโน สปีดแซงแนวรับแล้วยิงไม่เหลือ ลิเวอร์พูลแซงนำ 2-1

นาที 66 ฟาบิโอ คาร์วัลโญ จ่ายบอลไปที่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน ซึ่งชิ่งจังหวะเดียวด้วยลูกไขว้หลังให้ ดาร์วิน นูนเญซ บรรจงแปบอลผ่านนายทวารเข้าไปนิ่มๆ ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 3-1

นาที 71 ติอาโก อัลคันตารา ตักข้ามแนวรับให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกี่ยวบอลลงในเขตโทษแล้วสับไกยิงชนิดไม่มีใครประกบ แต่ไม่คมพอเลยโดน อัลลัน แม็กเกรเกอร์ เซฟไว้ได้ ลิเวอร์พูลชวดบวกสกอร์เพิ่ม

นาที 75 ดิโอโก โชตา ปั๊มบอลกับคู่แข่งแล้วลูกลอยเข้าทางด้านขวาของเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เกี่ยวลงได้ก่อนลากไปจิ้มผ่านนายทวารตุงตาข่าย ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 4-1

นาที 80 ลิเวอร์พูลพังตาข่ายสำเร็จอีกรอบ ดิโอโก โชตา ทำชิ่งให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ครองบอลหาจังหวะบริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนจะสบช่องแล้วยิงเสียบตาข่ายอย่างยอดเยี่ยม สกอร์กลายเป็น 5-1

นาที 81 สกอร์บอร์ดทำงานอีกครั้ง ดิโอโก โชตา จ่ายบอลให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษเยื้องไปทางขวา ก่อนปั่นบอลผ่านกองหลังเข้าเสาสองสวยงาม เป็นแฮตทริกของซาลาห์ด้วย พร้อมกับที่ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 6-1

นาที 87 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปาดบอลจากด้านซ้ายของเขตโทษเข้าไปหน้าประตู ดิโอโก โชตา ใช้เท้ารับแล้วถูกนายทวารสกัดมาเข้าทาง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ยิงตุงตาข่าย แม้ผู้กำกับเส้นจะยกธงล้ำหน้า แต่วีเออาร์เช็กแล้วไม่เป็นเช่นนั้น จึงเป็นลูกปิดท้ายให้ลิเวอร์พูลชนะ 7-1

ผลอีกคู่ นาโปลี (อิตาลี) ชนะ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) 4-2

เจ้าบ้านได้ประตูจาก อีร์บิง โลซาโน นาที 4, จาโคโม ราสปาโดรี นาที 16, ควิชา ควารัตส์เคเลีย นาที 62 (จุดโทษ), วิกเตอร์ โอซิเมน นาที 89 ส่วนทีมเยือนได้จาก ดาวี คลาสเซน นาที 49, สตีเฟน เบิร์กไวน์ นาที 83 (จุดโทษ) ผลแมตช์นี้ทำให้นาโปลีการันตีเข้ารอบน็อกเอาต์ด้วย

อันดับหลังผ่านไป 4 นัดเท่ากัน 1. นาโปลี (12 คะแนน : เข้ารอบแล้ว) 2. ลิเวอร์พูล (9 คะแนน) 3. อาแจ็กซ์ (3 คะแนน) 4. เรนเจอร์ส (0 คะแนน)

กลุ่มบี “ตราหมี”แอตเลติโก มาดริด จากสเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ ซิบิตัส เมโตรโปลิตาโน เสมอกับคลับ บรูช จากเบลเยียม 0-0

เกมนี้คลับ บรูชต้องเหลือผู้เล่น 10 คน คามาล โซวาห์ ถูกไล่ออกนาที 82

ผลแมตช์นี้ทำให้คลับ บรูช การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์แล้ว ซึ่งเป็นหนแรกของสโมสรนับตั้งแต่เปลี่ยนรูปแบบรายการนี้จากยูโรเปียน คัพ มาเป็นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และเริ่มมีการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อฤดูกาล 1992-93 เลยทีเดียว

ผลอีกคู่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (เยอรมนี) แพ้ ปอร์โต (โปรตุเกส) 0-3

ทีมเยือนได้จาก กาเลโน นาที 6, เมห์ดี ตาเรมี นาที 53 (จุดโทษ) และ 64 (จุดโทษ) เลเวอร์คูเซนพลาดโอกาสจากจุดโทษ เคเรม เดมีร์บาย ยิงพลาดนาที 16

อันดับหลังผ่านไป 4 นัดเท่ากัน 1. คลับ บรูช (10 คะแนน : เข้ารอบแล้ว) 2. ปอร์โต (6 คะแนน) 3. แอตเลติโก มาดริด (4 คะแนน) 4. ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (3 คะแนน)

กลุ่มซี “เจ้าบุญทุ่ม”บาร์เซโลนา จากสเปน เปิดสนามสปอติฟาย คัมป์ นู เสมอกับ “งูใหญ่”อินเตอร์ มิลาน จากอิตาลี 3-3

เจ้าบ้านได้ประตูจาก อุสมาน เดมเบเล นาที 40, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี นาที 82 และ 90+2 ส่วนทีมเยือนได้จาก นิโคโล บาเรลลา นาที 50, เลาตาโร มาร์ติเนซ นาที 63, โรบิน โกเซนส์ นาที 89 โดยเกมนี้ ซิโมเน อินซากี กุนซืออินเตอร์ โดนใบแดงนาที 90+7

ผลอีกคู่ วิกตอเรีย เพลเซน (สาธารณรัฐเช็ก) แพ้ บาเยิร์น มิวนิก (เยอรมนี) 2-4

เจ้าบ้านได้ประตูจาก อดัม วัลคาโนวา นาที 62, ยาน คลิเมนต์ นาที 75 ส่วนทีมเยือนได้จาก ซาดิโอ มาเน นาที 10, โธมัส มุลเลอร์ นาที 14, เลออน โกเร็ตซ์กา นาที 25 และ 35 ซึ่งผลแมตช์นี้ทำให้บาเยิร์นการันตีเข้ารอบน็อกเอาต์ด้วย

อันดับหลังผ่านไป 4 นัดเท่ากัน 1. บาเยิร์น มิวนิก (12 คะแนน : เข้ารอบแล้ว) 2. อินเตอร์ มิลาน (7 คะแนน) 3. บาร์เซโลนา (4 คะแนน) 4. วิกตอเรีย เพลเซน (0 คะแนน)

กลุ่มดี “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากอังกฤษ เปิดสนามท็อตแนม ฮอตสเปอร์ สเตเดียม เอาชนะ “อินทรีแดงดำ”ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต จากเยอรมนี 3-2

เจ้าบ้านได้ประตูจาก ซน ฮึง-มิน นาที 20 และ 36, แฮร์รี เคน นาที 28 (จุดโทษ) ส่วนทีมเยือนได้จาก ไดจิ คามาดะ นาที 14, ฟาริเด อาลิดู นาที 87 โดยแฟรงก์เฟิร์ตต้องเหลือ 10 คน ตูตา ถูกไล่ออกนาที 60

ผลอีกคู่ สปอร์ติง ลิสบอน (โปรตุเกส) แพ้ โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส) 0-2

ทีมเยือนได้จาก มัตเตโอ เก็นดูซี นาที 20 (จุดโทษ), อเล็กซิส ซานเชซ นาที 30 โดยสปอร์ติงต้องเหลือ 9 คน ริคาร์โด เอสกาโย ถูกไล่ออกนาที 19 และเปโดร กอนซัลเวส ถูกไล่ออกนาที 61

อันดับหลังผ่านไป 4 นัดเท่ากัน 1. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (7 คะแนน) 2. โอลิมปิก มาร์กเซย (6 คะแนน) 3. สปอร์ติง ลิสบอน (6 คะแนน) 4. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (4 คะแนน)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน