เชลซีบุกเฉือนชัยเรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก คว้าตั๋วสู่น็อกเอาต์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ขณะที่เบนฟิกาเชือดยูเวนตุส ลิ่วพร้อมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ถล่มคู่แข่งยับ
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2022-23 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม กลุ่มอี เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก จากออสเตรีย เปิดสนามเรดบูลล์ อารีนา รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี จากอังกฤษ
เกมนี้เจ้าบ้านจัด จูเนียร์ อดามู, โนอาห์ โอกาฟอร์, ลูกา ซูชิช ลงสนาม ส่วนทีมเยือนใช้งาน ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง, ไค ฮาเวิร์ตซ์, คอเนอร์ กัลลาเกอร์
นาที 23 ไค ฮาเวิร์ตซ์ พยายามหาช่องสับไกยิงในเขตโทษแล้วโดนคู่แข่งสกัด แต่กลายเป็นว่าบอลมาเข้าทาง มาเตโอ โควาชิช ยิงสวนด้วยซ้ายเสียบตาข่าย เชลซีนำ 1-0
นาที 26 เชลซีได้เตะมุมฝั่งขวา คอเนอร์ กัลลาเกอร์ เปิดมาบริเวณเสาแรก ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง โหม่งแฉลบศีรษะคู่แข่งเล็กน้อยแล้วบอลตรงกรอบ ฟิลิปป์ โคห์น พุ่งปัดไว้ได้หวุดหวิด
นาที 32 ไค ฮาเวิร์ตซ์ จ่ายบอลทะลุแนวรับให้ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง รอรับโดยไม่มีกองหลังประกบ แต่จังหวะยิงของโอบาเมยองเจอ ฟิลิปป์ โคห์น พุ่งออกมาบล็อกได้ยอดเยี่ยม เชลซีจึงชวดประตูเพิ่ม
นาที 36 โอกาสเป็นของเชลซีอีก คอเนอร์ กัลลาเกอร์ ขยับไปรับบอลทางฝั่งขวาแล้วเปิดเข้ากลาง ไค ฮาเวิร์ตซ์ ขึ้นโขกกดลงพื้นเด้งตรงตัว ฟิลิปป์ โคห์น แต่โคห์นก็ตกใจรับซองแตก ดีที่ยังตามไปคว้าทัน
นาที 45+2 ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าด้านซ้ายของเขตโทษ ก่อนดีดต่อให้ ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง สับไกยิง ฟิลิปป์ โคห์น ล้มตัวปัดทิ้งเหลือเชื่อ เชลซีจึงชวดประตูนี้ แต่ก็ยังเป็นฝ่ายนำเมื่อจบครึ่งแรก 1-0
ครึ่งหลังนาที 48 ซัลซ์บวร์กได้สวนกลับ มักซิมิเลียน โวเบอร์ ได้บอลทางฝั่งซ้ายแล้วเปิดขึ้นหน้าลึกเข้าเขตโทษ จูเนียร์ อดามู จึงปราดเข้ายิงตุงตาข่าย สกอร์เสมอกัน 1-1
นาที 52 โอกาสเป็นของเชลซี ปิแอร์-เอเมอริก โอบาเมยอง หลุดเข้าเขตโทษแล้วโดนกองหลังเข้าสกัด บอลเด้งไปติดเซฟผู้รักษาประตูออกหลัง
จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดเข้ามาให้ จอร์จินโญ ขึ้นโขกบอลไปทางที่นายทวารหมดสิทธิ์เซฟแล้ว แต่ยังมี จูเนียร์ อดามู สกัดทิ้งจากปากประตูหวุดหวิด
นาที 64 คริสเตียน ปูลิซิช ครองบอลแล้วจ่ายต่อให้ ไค ฮาเวิร์ตซ์ ยิงจากบริเวณหน้าเขตโทษ บอลลอยสูงแล้วเช็ดคานเข้าไปสวยงาม เชลซีนำอีกครั้ง 2-1
นาที 67 ซัลซ์บวร์กมีโอกาสลุ้นตีเสมอ เบนยามิน เซสโก ครองบอลไม่ให้คู่แข่งเข้าแย่งได้ ก่อนจะสบช่องซัดเรียดจากหน้าเขตโทษ เกปา อาร์ริซาบาลากา ต้องพุ่งปัดทิ้ง
นาที 87 เป็นซัลซ์บวร์กที่ได้ลุ้นอีก อามาร์ เดดิช ได้บอลทางด้านขวาของเขตโทษแล้วสับไกยิง เกปา อาร์ริซาบาลากา ถึงกับรับไม่อยู่มือ แต่ยังมีผู้เล่นเชลซีตามมาช่วยเตะทิ้งได้ จบเกมเชลซีบุกชนะ 2-1 ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) แพ้ เอซี มิลาน (อิตาลี) 0-4 ผลนัดนี้ทำให้ดินาโมตกรอบโดยไม่เหลือลุ้นแม้แต่โควต้ายูฟ่า ยูโรปา ลีก
ทีมเยือนได้ประตูจาก มัตเตโอ กับเบีย นาที 39, ราฟาเอล เลเอา นาที 49, โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นาที 59 (จุดโทษ), โรเบิร์ต ลูบิชิช นาที 69 (ทำเข้าประตูตัวเอง)
อันดับหลังผ่านไป 5 นัดเท่ากัน 1. เชลซี (10 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 2. เอซี มิลาน (7 คะแนน) 3. เรดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (6 คะแนน) 4. ดินาโม ซาเกร็บ (4 คะแนน, ตกรอบ)

กลุ่มเอฟ ไลป์ซิก จากเยอรมนี เปิดสนามเรดบูลล์ อารีนา เอาชนะ “ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริด แชมป์เก่าจากสเปน 3-2
เจ้าบ้านได้ประตูจาก ยอสโก กวาร์ดิโอล นาที 13, คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู นาที 18, ติโม แวร์เนอร์ นาที 81 ส่วนทีมเยือนได้จาก วินิซิอุส จูเนียร์ นาที 44, โรดรีโก นาที 90+4 (จุดโทษ)
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เซลติก (สกอตแลนด์) เสมอ ชักตาร์ โดเน็ตส์ก (ยูเครน) 1-1
เจ้าบ้านได้ประตูจาก จอร์จอส เจียคูมานิส นาที 34 ส่วนทีมเยือนได้จาก ไมไคโล มูดริก นาที 58
อันดับหลังผ่านไป 5 นัดเท่ากัน 1. เรอัล มาดริด (10 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 2. ไลป์ซิก (9 คะแนน) 3. ชักตาร์ โดเน็ตส์ก (6 คะแนน) 4. เซลติก (2 คะแนน, ตกรอบ)

กลุ่มจี “เสือเหลือง”โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ จากเยอรมนี เปิดสนามซิกนัล-อิดูนา-ปาร์ก เสมอกับ “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากอังกฤษ 0-0 ผลนัดนี้ทำให้ดอร์ตมุนด์เข้ารอบน็อกเอาต์ ขณะที่แมนฯ ซิตี้ได้แชมป์กลุ่ม
เกมนี้แมนฯ ซิตี้มีโอกาสได้ประตูจากจุดโทษ ริยาด มาห์เรซ สังหารพลาดนาที 58
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เซบียา (สเปน) ชนะ เอฟซี โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) 3-0 โดยเซบียาการันตีไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก ส่วนโคเปนเฮเกนตกรอบ
เจ้าบ้านได้ประตูจาก ยุสเซฟ เอ็น-เนซีรี นาที 61, อิสโก นาที 88, กอนซาโล มอนติเอล นาที 90+2 เกมนี้ทีมเยือนเหลือ 10 คน ดาวิต โคโชลาวา ถูกไล่ออกนาที 90+4
อันดับหลังผ่านไป 5 นัดเท่ากัน 1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (11 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 2. โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ (8 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 3. เซบียา (5 คะแนน, ไปยูฟ่า ยูโรปา ลีก) 4. เอฟซี โคเปนเฮเกน (2 คะแนน, ตกรอบ)

กลุ่มเอช “เหยี่ยวลิสบอน”เบนฟิกา จากโปรตุเกส เปิดสนามเอสตาดิโอ ดา ลุซ เอาชนะ “ม้าลาย”ยูเวนตุส จากอิตาลี 4-3 ผลนัดนี้ทำให้เบนฟิกาเข้ารอบ และยูเวนตุสเหลือลุ้นแค่โควตายูฟ่า ยูโรปา ลีก
เจ้าบ้านได้ประตูจาก อันโตนิโอ ซิลวา นาที 17, เชา มาริโอ นาที 26 (จุดโทษ), ราฟา ซิลวา นาที 35 และ 50 ส่วนทีมเยือนได้จาก มอยส์ เคน นาที 21, อาร์คาดิอุส มิลิก นาที 77, เวสตัน แม็กเคนนี นาที 79
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (ฝรั่งเศส) ชนะ มักคาบี ไฮฟา (อิสราเอล) 7-2 ผลนัดนี้ทำให้เปแอสเชเข้ารอบ และมักคาบีเหลือลุ้นแค่โควตายูฟ่า ยูโรปา ลีก
เจ้าบ้านได้ประตูจาก ลิโอเนล เมสซี นาที 19 และ 45, คีลิยาน เอ็มบัปเป นาที 32 และ 64, เนย์มาร์ นาที 35, ชอน โกลด์เบิร์ก นาที 67 (ทำเข้าประตูตัวเอง), การ์ลอส โซเลร์ นาที 84 ส่วนทีมเยือนได้จาก อับดูลาย เซ็ก นาที 38 และ 50
อันดับหลังผ่านไป 5 นัดเท่ากัน 1. ปารีส แซงต์ แชร์กแมง (11 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 2. เบนฟิกา (11 คะแนน, เข้ารอบแล้ว) 3. ยูเวนตุส (3 คะแนน, เหลือลุ้นเพียงโควต้ายูฟ่า ยูโรปา ลีก) 4. มักคาบี ไฮฟา (3 คะแนน, เหลือลุ้นเพียงโควตายูฟ่า ยูโรปา ลีก)