เรียกว่าเจอมรสุม และปัญหารุมเร้ามากมาย สำหรับสองสโมสรที่เคยยิ่งใหญ่ในไทยลีก อย่าง “ตำรวจ” และ “บีอีซี เทโรศาสน” ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนเกือบหายไปจากสารบบฟุตบอลไทย

 

จนกระทั่งฤดูกาล 2017 พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความต้องการรื้อฟื้นและนำสโมสรตำรวจกลับมาโลดแเล่นในไทยลีกอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการเจรจา และผนึกกำลังกันระหว่าง “ตำรวจ” และ “บีอีซี เทโรศาสน”

 

แม้ฤดูกาลที่ผ่านมาการรวมกันของ “ตำรวจ” และ “บีอีซี เทโรศาสน” จะฉุกละหุก ค่อนข้างกระทันหันพอสมควร จนทำอะไรได้ไม่เต็มที่นัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนชื่อสโมสร หรือเรื่องของนักเตะ ที่ต้องยืมตัวแข้ง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด กว่าค่อนทีมมาเล่น แต่พวกเขาก็ช่วยกันฝ่าฟันจนสามารถอยู่รอดในลีกสูงสุด ได้สำเร็จจากการจบอันดับ 14 ของตาราง

ในฤดูกาล 2018 นี้ “ตำรวจ” และ “บีอีซี เทโรศาสน” ได้รับอนุญาตจาก สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี เปลี่ยนชื่อเป็น “โปลิศ เทโร” โดยใช้ฉายา “มังกรโล่เงิน” พร้อมกับคอนเซปต์ “WE ARE NEW LEGEND” ทั้งยังมีการเตรียมพร้อม และวางแผนในระยะยาวได้ถนัดขึ้นเพื่อนำชื่อเสียงของทั้งสองสโมสรกลับมาอีกครั้ง

 

“ฤดูกาลที่แล้วมันกระทันหันเกินไป จึงต้องอาศัยพันธมิตรช่วยเหลือ แต่ปีนี้เรากลับมาพร้อมเกิน 100 เปอร์เซ็น เพราะมีการเตรียมพร้อมและวางแผนกันมาตลอดตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลที่แล้ว เราเรียนรู้ประสบการณ์ที่ผิดพลาด รู้ว่าปัญหาคืออะไร และนำมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งวางแผนระยะยาว ที่ผ่านมามักเกิดคำถามว่าการเข้ามาทำทีมของ “ตำรวจ” จะยืนระยะได้หรือไม่ จะจริงจังแค่ไหน มีแผนทำกี่ปี อยากให้จากนี้จับตาดูเราให้ดีทุกคนก็จะรู้ว่าเราเต็มที่กับฟุตบอลแค่ไหน” “รองบุ๊ง” พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร กล่าว

 

จากการเสริมทัพ และปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเกือบทั้งกะบิ ทำให้เห็นว่าปีนี้ “โปลิศ เทโร” กลับมาด้วยความพร้อม และต้องการทวงความยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ทั้งยังลบคำสบประมาท ที่แฟนบอลมักเรียกว่าเป็นทีม “เมืองทอง 2” ออกไปอย่างสิ้นเชิง โดยส่งนักเตะอย่าง เปโดร มาริโอ อบรานเต้, วีระวุฒิ กาเหย็ม, กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, ดัสกร ทองเหล่า และเสกสิทธิ์ ศรีใส กลับคืนต้นสังกัด มีเพียง มิเชล เอ็นดรี้ ศูนย์หน้าที่ “โปลิศ เทโร” ตัดสินใจซื้อขาดจากเมืองทอง แล้วเรียบร้อย

 

ส่วนนักเตะรายอื่นที่ต้องเก็บกระเป๋าออกจากทีมไปมี คาลิฟา ซิสเซ, แซดนีย์ อูริโคป, จาคา อิห์เบเชห์, ธฤติ โนนศรีชัย, ธนะศักดิ์ ศรีใส, เจนรบ สำเภาดี, พิชิตพงษ์ เฉยฉิว, สัจจา แสงสุวรรณ, ฤทธิพร หวานชื่น, ภรัณยู อุปละ

 

แต่ก็ทดแทนด้วยนักเตะชั้นแนวหน้า ไล่ตั้งแต่ดาวดังอย่าง อ่อง ธู ศูนย์หน้าทีมชาติเมียนมา จากสโมสรยาดานาร์บอน, มาร์เซล เอสซอมเบ จากการท่าเรือ เอฟซี, ภิญโญ อินพินิจ จากการท่าเรือ เอฟซี, ณรงค์ จันทร์เสวก จากชลบุรี เอฟซี, เกียรติประวุฒิ สายแวว จากชลบุรี เอฟซี, อดิศักดิ์ ศรีกำปัง จากสงขลา ยูไนเต็ด ทั้งยังยืม ปีกดาวดังดีกรีทีมชาติไทยอย่าง มงคล ทศไกร จากเชียงราย ยูไนเต็ด รวมถึงดึง นพพล พลคำ และสันติภาพ จันทร์หง่อม กลับมาจากการยืมตัว และอีก ฯลฯ

 

“จะเห็นว่านักเตะของเราชุดนี้แทบจะไม่มีนักเตะของเมืองทอง หลงเหลืออยู่เลย ปีนี้เราจะยืนด้วยตัวเอง นักเตะทุกคนที่เสริมทัพเข้ามาล้วนมาจากการคัดสรรอย่างดี โดยเฉพาะในรายของ อ่อง ธู ซึ่งเราติดตามฟอร์มาตั้งแต่เดือนเมษายน ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นดีลที่ประสบความสำเร็จที่สุดทั้งในเรื่องของการขยายฐานแฟนคลับไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องของการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม ทุกคนได้เห็นฟอร์มของ อ่อง ธู แล้วในการเตะปรีซีซั่นหลายๆนัด เขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้”

 

“โปลิศ เทโร ถือว่ายังใหม่สำหรับฟุตบอลไทยลีก เพราะหากจะนับกันจริงๆเราเพิ่งมีอายุเพียง ปีกว่าๆเท่านั้น แต่จากการรวมกันของโปลิศ และเทโร ซึ่งต่างมีจุดแข็งคนละด้าน โดยโปลิศ ถนัดด้านคอนเนคชั่น และการทำเพื่อสังคม ขณะที่เทโร มีประสบการณ์ทำทีมฟุตบอลมาหลายปี ทั้งยังมี ไบรอัน มาร์คาร์ ที่รู้จักและคุ้นเคยกับนักเตะทั้งไทย และต่างชาติ ทำให้การทำงานของเราเป็นไปอย่างราบรื่นและลงตัว เราวางแผนร่วมกันในระยะยาวเป็น 10 ปี โดยเรื่องที่เน้นที่สุดคือการสร้างเยาวชน ซึ่งจะเดินทางไปเปิดคลินิกสอนฟุตบอล และทำอะคาเดมี่ทั่วประเทศ เพราะเราต้องการเป็นทีมแห่งโอกาสที่จะสร้างให้เยาวชนหันมาใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยใช้กีฬา หากเด็กๆเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะงานเบาไปด้วย” ผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร กล่าว

 

“เป้าหมายในปีนี้แม้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะประกาศว่าจะพาทีมจบไม่เกินอันดับ 8 แต่บอกได้เลยว่าเราหวังมากกว่านั้น เพราะการทำทีมฟุตบอลหากไม่หวังเป้าหมายให้สูงเข้าไว้ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แต่สิ่งเหล่านี้อาจต้องใช้เวลาอาจจะ 5 ปี 3 ปี 2 ปี หรืออาจเร็วกว่านั้น แต่อยากให้แฟนบอลมั่นใจว่าเราจะพา โปลิศ เทโร กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งแน่นอน” ผู้อำนวยการสโมสรโปลิศ เทโร ปิดท้าย

 

มาดูกันว่า “มังกรไฟ” ที่กลายร่างเป็น “มังกรโล่เงิน” ตัวนี้ จะอาละวาดในไทยลีก และสร้างตำนานบทใหม่ดั่งคอนเซปต์ “WE ARE NEW LEGEND” ได้หรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน