พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ุม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานประชุมร่วมกับสโมสรสมาชิกในไทยลีก 16 ทีม กรณีลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล ไทยลีก ฤดูกาล 2023/2024 ที่สำนักงานสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อ 11 ก.ค.
ก่อนหน้านี้ ฟุตบอลไทยลีกเกิดปัญหามีผู้เสนอซื้อสิทธิ์เพียงรายเดียวที่ 50 ล้านบาท ทำให้มีแนวทางที่สโมสรสมาชิกจะแยกตัวเพื่อไปจัดการแข่งขันและหาสิทธิประโยชน์กันเอง แต่หลังการประชุมกว่า 1 ชม. ผ่านไป ก็ยังไม่สามารถหาผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้ และได้ข้อสรุปว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะผลิตสัญญาณถ่ายทอดสด ไทยลีก เอง ส่วนสโมสรสมาชิกจะรับสัญญาณไปถ่ายทอดสดในช่องทางสื่อสารของตัวเองไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก, ยูทูบ, แอปพลิเคชัน และไฟเขียวให้สโมสรสมาชิกหารายได้จากการถ่ายทอดสดของตัวเอง
อย่างไรก็ตามสโมสรทั้ง 16 ทีมจะรวบรวมนำไปขายลิขสิทธิ์เอง จากนั้นนำเงินทั้งหมดมาหารแบ่งเท่าๆ กัน และจะแบ่งให้ไทยลีก 2 และไทยลีก 3 ด้วยก่อนนัดหารืออีกครั้งวันที่ 28 ก.ค.66 เพื่อไปขายลิขสิทธิ์ ทั้งนี้การแยกตัวไปตั้งบริษัทใหม่จะไม่เกิดขึ้น แต่ บ.ไทยลีก จำกัด เชิญ 16 สโมสรเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผู้ถือหุ้นเพื่อร่วมการตัดสินใจและบริหารการใช้เงิน รวมถึงการตรวจสอบที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา หรือตรวจสอบทางเว็บไซต์ของการกีฬาแห่งประเทศไทยและกรมสรรพากร
หลังการประชุมพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยหลังประชุมว่าสมาคมฯ ไม่ได้ล้มเหลวในการหาผู้ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทย และถือว่าบรรลุเป้าหมายด้วยซ้ำ โดยนับจากนี้เราจะไม่ต้องยึดติดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่ได้ช่องทางที่หลากหลายมากขึ้นด้วยซ้ำ เราจะไม่ทอดทิ้ง ไทยลีก 2-3 เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของฟุตบอลลีกแน่นอน
“ข้อเท็จจริงคือเราสามารถบันทึกข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว แต่เหตุผลไม่ได้แจ้งในที่ประชุมเพราะไม่อยากให้กระทบกับใคร และอาจนำไปสู่การฟ้องร้องได้ ตอนนี้สโมสรจะไปช่วยหาเงินกันเอง แต่หากมีใครสนใจซื้อลิขสิทธิ์ก็ให้สโมสรเป็นผู้ตัดสินใจเพราะถือว่าตอนนี้พวกเขาคือคนที่มีอำนาจในการพิจารณา”