“เสธน้อย” พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ ประธานคณะกรรมการฝ่ายพัฒนาเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เผยถึงความพร้อมของทัพกำปั้นไทย ชุดทำศึกกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่หางโจว ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 23 ก.ย-8 ต.ค. ว่า สมาคมฯเตรียมความพร้อม และตั้งความหวังไว้สูงพอสมควร เพราะเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงเหรียญรางวัลให้ชิงชัยเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้เพื่อจัดแรงกิ้งต่อยอดนักกีฬาไปโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ด้วย เราจึงต้องเตรียมตัวให้ดีที่สุด
พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ เผยอีกว่า เราเก็บตัวกันมาอย่างยาวนาน และทำการบ้านอย่างหนัก เพราะคู่แข่งพัฒนาขึ้นมาเร็วมาก โดยเฉพาะประเทศที่ซุ่มซ้อมไม่เปิดตัว ทำให้ยากต่อการหาข่าว หาผลการชก และสไตล์ของพวกเขา ซึ่งเราต้องใช้ความสามารถอย่างมากเพื่อหาทางรับมือว่าจะสู้กับเขาอย่างไรบ้าง
“เอเชียนเกมส์ ครั้งนี้ เราส่งนักกีฬาชาย 6 คน หญิง 6 คน รวม 12 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นรุ่นที่ชิงเหรียญในโอลิมปิกเกมส์ ทั้งนั้น และครั้งนี้จะส่งผลถึงจำนวนโควตาการไปโอลิมปิกเกมส์ ของนักมวยทีมชาติไทย ส่วนคู่แข่งที่น่ากลัวก็จะเป็นชาติที่แยกตัวจากรัสเซีย อย่าง คาซัคสถาน หรือ อุซเบกิสถาน ขณะที่จีน เจ้าภาพก็มาแรง เพราะเก็บตัวซ้อมอย่างต่อเนื่อง ไม่เผยให้เราเห็น ต้องหาข่าวเอง รวมถึงส่งคนไปซ้อมกับเขาบ้างเพื่อล้วงข้อมูล”
“ทุกประเทศมีความหวัง เราก็เช่นกัน อยู่ที่การวางแผนชกว่าจะทำอย่างไร แต่มั่นใจว่าทัพกำปั้นไทยจะคว้าเหรียญมาครองได้อย่างแน่นอน แต่ยังไม่อยากระบุว่าเป็นเหรียญอะไร”
สำหรับทัพมวยสากลทีมชาติไทย ชุดเอเชียนเกมส์ ประกอบด้วย ชาย รุ่น 51 กิโลกรัม ธิติสรรค์ ปั้นโหมด, รุ่น 57 กิโลกรัม รุตชกาญจน์ จันทร์ตรง, รุ่น 63.5 กิโลกรัม บรรจง สินศิริ, รุ่น 71 กิโลกรัม พีระภัทร์ เยี๊ยะสูงเนิน, รุ่น 80 กิโลกรัม วีระพล จงจอหอ, รุ่น 92 กิโลกรัม จักรพงษ์ ยมโคตร
นักมวยหญิง รุ่น 50 กิโลกรัม จุฑามาศ รักสัตย์, รุ่น 54 กิโลกรัม จุฑามาศ จิตพงศ์, รุ่น 57 กิโลกรัม พรทิพย์ บัวป่า, รุ่น 60 กิโลกรัม ธนัญญา สมนึก, รุ่น 66 กิโลกรัม จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง, รุ่น 75 กิโลกรัม ใบสน มณีก้อน
ทั้งนี้ พล.ต.ท. ภานุรัตน์ หลักบุญ ในฐานะผู้จัดการทีมประกาศอัดฉีดเหรียญทองรับ 1 ล้านบาท เหรียญเงิน 500,000 บาท และเหรียญทองแดง 300,000 บาท