ซาอุดิอาระเบีย ถอนตัวจากการร่วมเสนอตัวชิงเจ้าภาพ ฟุตบอลโลก 2030 เป็นที่เรียบร้อยและเบนเข็มฉายเดี่ยวเพื่อชิงสิทธิ์ในปี 2034 แทน เนื่องจากจะได้รับการสนับสนุนจากชาติยุโรปท่วมท้นแน่นอน

ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งกำลังบูมฟุตบอลลีกในประเทศด้วยการดึงนักเตะระดับโลกทั้ง คริสเตียโน โรนัลโด, ซาดิโอ มาเน่, เนย์มาร์, คาริม เบนเซม่า ไปเล่น ตัดสินใจแยกทางกับ อียิปต์ และ กรีซ ในการชิงเจ้าภาพ เวิลด์ คัพ ปี 2030 ตามรายงานข่าวของ เดอะ ไทม์ส ระบุว่า รัฐบาลซาอุดิอาระเบีย เดินสายล็อบบี้กับชาติยุโรปให้มาสนับสนุนการเป็นเจ้าภาพในปี 2034 แทน เนื่องจากในปีดังกล่าว ประเทศในยุโรป ยังไม่มีชาติใดแสดงความต้องการท้าชิงและพร้อมจะเทคะแนนเสียงให้ ชาติอาหรับเงินหนา โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2034 ซาอุดิอาระเบีย จะต้องแข่งขันกับ กลุ่มชาติอาเซียน (ไทย, สิงคโปร์, มาเลเซีย), ออสเตรเลีย – อินโดนีเซีย, จีน, อินเดีย, อุซเบกิสถาน-คาซักสถาน, อียิปต์ และ ไนจีเรีย

เบื้องต้น คาดว่า ซาอุดิอาระเบีย จะใช้เมือง นีออม อภิมหาโปรเจ็กต์ 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 18 ล้านล้านบาท เมืองที่เปลี่ยนทะเลทราย เป็นเมืองแห่งเทคโนโลยี ตลอดแนวชายฝั่ง 170 กม. ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ใกล้กับทะเลแดง ซึ่งจะเป็นเมืองแห่งสิ่งแวดล้อม ที่ปลอดรถยนต์ ปลอดสารพิษ และสามารถควบคุมสภาพอากาศได้ถึงขั้นมีสกีรีสอร์ต ซึ่งจะช่วยให้ ฟุตบอลโลก ของซาอุดิอาระเบีย ไม่ต้องประสบปัญหาความร้อน เหมือน ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์เป็นเจ้าภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน