ยอดเจตสกีไทยลุยชิงแชมป์โลก ที่สหรัฐอเมริกา ลดฮวบ ‘เปิ้ลนาคร’ ชี้ จากเกือบ 30 คน ในปีที่แล้ว ลดเหลือ 13 คน วอนชาวโซเชียลอย่าด่า ออกมาสู้เพื่อนักกีฬาไทยทุกคน
ความเคลื่อนไหวก่อนการแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลก รายการ “ไอเจเอสบีเอ เวิลด์ ไฟนัล” ที่เลคฮาวาซู ซิตี้ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-8 ต.ค.66 นี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.ย.66 สมาคมกีฬาเจตสกีแห่งประเทศไทยฯ ได้นำนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันเข้าทดสอบสมรรถภาพทางกาย ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา โดยมี นักกีฬาเข้าร่วมทดสอบสมรรถภาพทางกายครั้งนี้ทั้งหมด 13 คน รวมไปถึง “ออก้า” นครา ศิลาชัย ลูกชายของ นาคร ศิลาชัย นักแสดงพิธีกรชื่อดัง ซึ่งเป็นหนึ่งในนักกีฬาชุดนี้ด้วย
นาคร ศิลาชัย กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการเข้ามาสมรรถภาพทางกาย ซึ่งนักกีฬาทุกคนจะต้องผ่านด่านนี้เป็นด่านแรกก่อนจะเดินทางไปแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ซึ่งนักกีฬาเจตสกีทีมชาติไทยเตรียมเข้าร่วมการแข่งขันเจตสกีที่ใหญ่ที่สุดของโลก รายการ เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ซึ่งมีมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี โดยที่ผ่านมานักกีฬาได้รับกำลังใจทั้งจาดเสียงเชียร์ และการผลักดันจากสื่อมวลชน ที่สำคัญก็คือเงินสนับสนุนสำหรับนักกีฬาที่จะไปแข่งขัน รวมไปถึงเมื่อได้แชมป์ รองแชมป์ต่างๆมาก็จะได้รับเงินอัดฉีด ซึ่งเคยได้มาอย่างต่อเนื่องทุกปี กระทั่งปีที่ผ่านมา มีการยกเลิกเงินสนับสนุน ซึ่งพวกเราเองก็เป็นแค่นักกีฬา ดังนั้นพวกเราก็ไม่สามารถที่จะมีปากมีเสียงได้ที่จะทำให้มันกลับมาได้ นอกจากทำหน้าที่ของตัวเอง
“จากปีที่แล้วที่เราคว้าอันดับ 1 ของโลกมาได้ (คะแนนรวม) เรามีนักแข่งที่ส่งไปเข้าร่วมการแข่งขันเกือบ 30 คน แต่ปีที่เราเหลือเพียงแค่ 13 คนเท่านั้น ดังนั้นการที่เราจะได้อันดับ 1 เหมือนปีที่แล้วนั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว เนื่องจากนักกีฬาบางส่วนที่เขาไม่สามารถที่จะหาเงินไปแข่งขันเองได้ เขาก็ต้องสละสิทธิ์ไป ทั้งๆที่ความสามารถของหลายๆคนนั้น ดีกรีระดับแชมป์โลกเลยก็ว่าได้”
เปิ้ลนาคร กล่าวต่อไปว่า ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปแข่งขัน ตัวอย่างเช่นรายการนี้ เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก ที่สหรัฐอเมริกา ต่อคนอยู่ที่กว่า 1ล้านบาท ซึ่ง 1 ทีมจะประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งทีมงาน, ทีมช่าง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก รวมไปถึงค่าข่นส่งอุปกรณ์ต่างๆ ทุกอย่างเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก ที่ผ่านมานักกีฬาหลายคนต้องถอดสร้อยทองตัวเองเอาไปขายเพื่อ ส่งตัวเองไปแข่งขันก่อน เพื่อกลับมาจะได้รับเงินสนับสนุน แต่ทว่ามีหลานคนต้องถอดทองเกือ
“การที่ออกมาโพสต์ออกตัวแทนนักกีฬา ไม่ได้ใช้อารมณ์ ทุกอย่างได้ผ่านการประชุมร่วมกันกับสมาคมกับนักกีฬาทีมชาติทั้งหมดมาแล้ว ทุกคนเห้นตรงกันว่าสิ่งที่พวกเขารวมตัวกันมา มันเป็นเสียงที่ค่อนข้างจะเงียบ ก็เลยต้องออกมาพูด ออกมาโพสต์เพื่อผลประโยชน์ของนักกีฬาทุกคน รวมไปถึงนักกีฬาประเภทอื่นด้วย แต่ปรากฏว่ามีหลายๆคน ออกมาด่าว่าทำเพื่อ ออก้า ทำเพื่อลูก ในใจลึกๆก็อยากจะถามเขาว่า พ่อคุณไม่เคยทำเพื่อคุณเลยเหรอ มีพ่อคนไหนที่ไม่เคยทำเพื่อลูกบ้าง แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือการออกมาพูดครั้งนี้ ขอเงินสนับสนุนออก้าที่ไปแข่งไม่ได้อยู่ในส่วนที่จะได้รับเงินสนับสนุนอยู่แล้ว เราไม่ได้มาทำเพื่อตรงนี้อยู่แล้ว เรารู้กฎเกณฑ์นี้อยู่แล้ว ดังนั้นเราไม่ได้ออกมาสู้เพื่อออก้า เราออกมาสู้เพื่อนักกีฬาไทยทุกคนอันนี้บางคนไม่ทราบก็ด่าว่าเปิ้ลมึงทำเพื่อลูก” เปิ้ลนาคร กล่าว