หลังจากที่ทีมตะกร้อทีมชุดชายของไทย คว้าแชมป์เอเชียนเกมส์ สมัยที่ 7 ติดต่อกันมาครองได้สำเร็จ หลังเอาชนะ มาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ไปแบบเด็ดขาด 2-0 ทีมนั้น

นายกมล ตันกิมหงส์ หัวหน้าผู้ฝึกสอนตะกร้อทีมชายไทย กล่าวว่า วันนี้นักกีฬาเล่นได้นิ่งมากๆ ต้องชมทุกคน แม้สถานการณ์จะเป็นแบบพลิกไปพลิกมา แต่เราคุมเกมตัวเองเอาไว้ได้ ส่วนเหรียญทีมเดี่ยวจะมีการคุยอีกทีว่าส่งชื่อได้เมื่อไหร่ และดูสภาพของนักกีฬา แต่ตอนนี้ที่ดูไว้น่าจะเป็นทีมชุดแรก ภัทรพงษ์ ยุพดี เป็นตัวชง และ วรายุทธ์ จันทรเสนา เป็นตัวฟาด ส่วนตัวแบ๊กกำลังพิจารณาอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงข่าวที่กำลังเป็นกระแสในช่วงนี้ของทีมตะกร้อเรื่องการหักหัวคิวนักกีฬานั้น นายกมล กล่าวว่า “ผมไม่ทราบ ผมไม่ค่อยได้เล่นอินเตอร์เน็ตด้วย ไม่หมกมุ่นกับตรงนั้น ดังนั้นเรื่องนี้ผมไม่รู้เรื่อง สนใจแต่การทำทีมเท่านั้น ไม่สนใจข่าวอะไรข้างนอกเลย”

นายกมล กล่าวปิดท้ายว่า ได้คุยกับนักกีฬาอยู่ตลอดว่าท่านอดีตนายก พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ผู้ล่วงลับ ได้ฝากเอาเอาไว้ให้ช่วยดูแลสืบสานวงการตะกร้อต่อไป เวลาท่านอยู่จะพูดเสมอว่าเราจะต้องเป็นเบอร์ 1 ต้องรักษาเอาไว้ให้ได้

ภัทรพงษ์ ยุพดี กล่าวว่า ความยากคือเราเจอกับมาเลเซียตลอด เขาพยายามเรียนรู้เรา แต่เราเป็นเบอร์ 1 ไม่มีใครให้เรียนรู้มีแต่ต้องถีบตัวเองไปเรื่อยๆ มันยากสำหรับทุกคนเพราะตอนนี้ก็เหมือนเลเวลสูงสุดกันหมดแล้ว แต่ก็ต้องพัฒนาต่อไป

“การเจอกับมาเลเซียจะต้องเตรียมตัวให้ดี เชื่อว่าทุกคน ไม่ว่าใครที่ลงสนาม 5 คนไป จะทำได้ แค่อย่าประมาทก็พอ”

“เรื่องข่าวลือต่างๆ ผมคิดว่าทุกคนในทีมเห็นกันหมด แต่มันเป็นเรื่องในอดีต แล้วที่ออกมาก็เป็นทีมหญิงไม่เกี่ยวกับเรา ส่วนเรามีเป้าหมายอยู่ ก็มีสมาธิในแต่ละเกม ไม่ยุ่งหรือใส่ใจกับเรื่องตรงนั้น”

ด้าน “ซ้ายสั่งตาย” ศิริวัฒน์ สาขา กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซียหรือประเทศอื่นๆ ต่างก็พัฒนาตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง เป็นงานยากของเราในการพัฒนาตัวเองเอาชนะเขาให้ได้ในทุกๆ แมตช์ ส่วนเหรียญทีมเดี่ยวเชื่อว่าเราน่าจะทำได้ขอแค่เชื่อมั่นในตัวเองก็พอ

“พวกเราเล่นเพื่อทุกคนอยู่แล้ว และอยากเอาไปเป็นของขวัญให้กับพล.ต.จารึกด้วย ตอนนี้ได้ 1 เหรียญแล้ว อีกหนึ่งเหรียญจะพยายามทำให้ได้” ศิริวัฒน์ กล่าวปิดท้าย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน