“เพชฌฆาตเงียบ” นิตินัดดา แก้วคำไสย์ เคยสร้างผลงานพาตะกร้อหญิงไทยประสบความสำเร็จมากมายในอดีต มาวันนี้ “น้องปริม” ปริมประภา แก้วคำไสย์ ผู้เป็นน้องสาว ได้ก้าวขึ้นมาสานต่อเรื่องราว ด้วยเหรียญทอง “หางโจวเกมส์”

ปริมประภา เกิดมาในครอบครัวนักตะกร้อ ที่มี สิทธิ เเก้วคำไสย์ คุณพ่อ และ นิตินัดดา พี่สาว เป็นอดีตนักเตะกร้อทีมชาติไทย เธอเล่าว่าญาติพี่น้องของเธอทุกคนจะได้รับการฝึกฝนให้เล่นตะกร้อตั้งแต่เด็ก ซึ่งเธอเอง ก็ถูกฝึกฝนมาตั้งแต่ 8 ขวบ ก่อนที่อายุได้ 10 ขวบ จะเกิดความตั้งใจด้วยตัวเอง ว่าต้องการมุ่งสู่เส้นทางลูกหวายตามรอยของพี่สาว

“พี่คือแรงบันดาลใจให้หนูต้องการจะติดทีมชาติ แม้ตั้งแต่ยังเด็กเราจะไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกันเท่าไหร่ ด้วยอายุที่ห่างกัน 11 ปี ทำให้เราอยู่ในวัยที่ห่างกัน พี่ต้องออกจากบ้านมาฝึกซ้อมกับทีมชาติ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ติดต่อกันอยู่ตลอด เราตั้งใจไว้ว่าวันหนึ่งจะได้เล่นอยู่ในทีมชาติด้วยกัน”

ความฝันของเธอสองคนพี่น้องเกือบเป็นจริง เมื่อ ปริมประภา ถูกเรียกให้ไปฝึกซ้อมกับทีมชาติชุดเตรียมเอเชียนเกมส์ ตอนอายุ 14 ปี แต่ถึงอย่างนั้นQ เธอก็หลุดทีม และไม่เคยได้รับการเรียกติดทีมชาติอีกเลย จนเวลาล่วงเลยมายังปัจจุบัน ที่ “ปริม” อายุได้ 26 ปี และพี่สาวของเธอก็เลิกเล่นไปแล้ว

แม้ทางเดินของ นิตินัดดา กับ ปริมประภา จะสวนทางกัน ในวันที่ นิตินัดดา กลับไปอยู่บ้านที่ร้อยเอ็ด ปริมประภา ก็ถูกเรียกติดทีมชาติอีกครั้ง ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 “หางโจวเกมส์” แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวของเธอก็ดีใจด้วยจากใจจริง

“วินาทีที่พี่รู้ว่าหนูติดทีมชาติเขาก็ร้องไห้เลย เขาดีใจมาก แม้จะเสียดายที่ไม่ได้เล่นด้วยกัน แต่เขาก็ดีใจกับความสำเร็จครั้งนี้ เมื่อกี้รับเหรียญเสร็จโทรไปหา เขาก็ร้องให้อีก ดีใจที่ได้เหรียญทอง”

แม้จะคว้าเหรียญทองมาได้แล้วแต่ ปริมประภา ยังต้องการความสำเร็จ และรักษาฟอร์มของตัวเองเอาไว้ให้ได้ เพราะเธอต้องการจะเข้าใกล้กับสิ่งที่พี่สาวเคยทำไว้ให้ได้มากที่สุด

“พี่เคยคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์มาได้ 3 ครั้ง ส่วนหนู อาจจะทำได้ไม่เท่า ด้วยอายุตอนนี้อย่างมากคงเล่นเอเชียนเกมส์ ได้อีกสักครั้ง ก็ตั้งใจอยากจะติดทีมชาติไทยในครั้งหน้า และคว้าเหรียญเทองเอเชียนเกมส์ ให้ได้อีกสักครั้ง”

จาก นิตินัดดา ถึง ปริมประภา วันนี้พี่น้อง แก้วคำไสย์ ได้สัมผัสเหรียญทอง และกลายเป็นฮีโร่นักกีฬาของชาวไทย แม้จะต่างยุคต่างสมัยกันก็ตาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน