เหลิม – ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด เรียกได้ว่าเป็นนักชกไทยที่ถูกพูดถึงอย่างมากในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน เพราะแม้ว่าไปไม่ถึงเหรียญทอง แต่ทุกไฟต์ของนักชกเหรียญเงินหางโจวเกมส์ ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนกีฬาไทยเป็นอย่างมาก

แม้ว่ารูปร่างจะเล็กกว่าคู่แข่งหลายๆคน แต่กำปั้นวัย 23 ปี มีสไตล์การชกที่ดุดันและพร้อมเดินหน้าเข้าแลกตั้งแต่ลั่นเสียงระฆังเริ่มต้นยกแรก

“เราเสมอต้นเสมอปลาย เดี๋ยวพี่นักพากย์เขาจะพากย์ไม่สนุก เพราะว่าทุกคนบอกว่าไอ้ธิติสรรณ์ ต่อยมันส์ว่ะ คนไทยคนนี้น่าเชียร์ พี่มาถามผมหน่อยว่าผมเจ็บไหม(หัวเราะ) พี่ดูหน้าตาผมเละหมดแล้ว แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ทำให้คนไทยรู้จักผมเยอะขึ้นมาก”

การได้เหรียญเงินของเจ้าตัวในครั้งนี้ ทำให้เขาได้โอกาสไปลุยในศึกใหญ่อย่าง โอลิมปิก เกมส์ เป็นครั้งที่สอง หลังจากที่ครั้งแรกต้องอกหักถอนตัวจากการชกที่กรุงโตเกียว เพราะมีอาการบาดเจ็บ ก่อนเริ่มต้นมหกรรมได้ไม่นาน

“ครั้งแรกยังแอบเสียดายอยู่ ครั้งแรกเป็นบทเรียน ที่ทำให้รู้ว่าครั้งต่อไปต้องมีเป้าหมายแล้ว เพราะตอนนั้นเพิ่งอายุ 19 แต่ว่าครั้งนี้ผ่านมา 3 ปี ผมก็ยังได้ไปอยู่ ถือว่าทำผลงานได้ดี มันทำให้ผมมีเป้าหมายว่าครั้งนี้ผมต้องเอาเหรียญทอง หรือเหรียญใดเหรียญหนึ่งในโอลิมปิกมาฝากพี่น้องชาวไทยให้ได้”

แต่สิ่งที่อยู่เบื้องหลังทั้งผลงานอันยอดเยี่ยม และสไตล์การเล่นที่ถูกอกถูกใจเหล่าแฟนๆนั้น คือเรื่องของความพยายาม และการไม่หยุดเรียนรู้ ที่เป็นวิธีคิดที่สำคัญของเจ้าตัว

“มันมีวิธีการตั้งเป้าหมาย วิธีหาความรู้ เพื่อพัฒนาตั้งแต่ตอนรอบที่แล้ว ผมเป็นคนที่ไม่หยุดพัฒนาอยู่แล้ว ทุกคนสามารถแนะนำผมได้ ผมจะไม่ปิดกั้นความเห็นของทุกคน ผมจะพัฒนาไปเรื่อยๆ จะไม่หยุด จะไม่มีคำว่าพัฒนามาแค่นี้แล้วหยุดอยู่ที่เดิม”

เชื่อได้เลยว่าระยะเวลาอีกเกือบ 1 ปี ก่อนจะถึงศึกใหญ่ที่กรุงปารีส นักชกรายนี้ จะยังแกร่งขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย คือ เหรียญโอลิมปิก

 

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน