การแข่งขันฟุตบอลคนตาบอด เอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 4 ที่ สนามก่งซู่ คาแนล สปอร์ตส์ พาร์ค สเตเดียม เมืองหางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ทีมชาติไทย ทีมแรงกิ้งอันดับ 5 ของโลก ลงสนามนัดที่ 4 พบกับ จีน เจ้าภาพ โดย 3 นัดแรก ไทย ชนะ มาเลเซีย 3-0, แพ้ อิหร่าน 0-2 และเสมอ ญี่ปุ่น 1-1 ขณะที่ จีน ชนะมา 3 นัดรวดมี 9 คะแนนนำเป็นจ่าฝูง
เกมนี้ เจอร์มัน อัลแบร์โต มาร์เกวซ เฮดโค้ชทีมชาติไทยปรับแผน ด้วยการส่ง สมชาย มากอง ออกสตาร์ทตัวจริง 5 คนแรกร่วมกับ พรชัย กสิกรอุดาลไพศาล (GK), สนั่น เพชรกระจ่างสุข, ประครอง บัวใหญ่, ปัญญาวุฒิ คุพันธ์ และ กิตติกร บัวดี ส่วน จีน เจ้าภาพ มี รุย มิง ซู และ ยู ตัน ยู เป็นตัวชูโรง
เปิดฉากมาแข้งไทยสู้กับเจ้าภาพได้อย่างคู่คี่ แต่นาทีที่ 6 เจีย บิน ซาง ก็ยิงให้ จีน ออกนำไปก่อน 1-0 หลังจากนั้น ไทยพยายามจะทวงคืนแต่ก็ทำได้แค่หวาดเสียวจบครึ่งแรก จีน ออกนำไป 1-0
ครึ่งหลังแข้งทีมชาติไทย พยายามเดินหน้าเปิดเกมรุกเข้าใส่เพื่อหวังตีเสมอ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จบเกมพ่ายจีน ไปหวุดหวิด 0-1 ทำให้ลงแข่งไปแล้ว 4 นัดมี 4 คะแนน ส่วน จีน ชนะรวด 4 นัดรั้งตำแหน่งจ่าฝูง
หลังจบเกม ประจักษ์ ฤทธิ์นุช ผู้ฝึกสอนฟุตบอลคนตาบอลทีมชาติไทย เผยว่า เจอกับจีนถือว่าเป็นงานยาก เพราะเป็นทีมที่เล่นได้ดีและมีระบบแต่นักเตะทุกคนก็ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ และเล่นกันได้ดีมากหลังจากนี้ยังเหลืออีก 1 แมตช์เจอกับ อินเดีย ซึ่งต้องให้ได้เพื่อที่จะทำอันดับไปลุ้นชิงเหรียญทองแดง
สำหรับ แข้งตาบอดทีมชาติไทย จะลงสนามนัดสุดท้ายรอบแรกพบ อินเดีย วันที่ 27 ตุลาคม โดยรอบแรกจะนำอันดับ 1-2 เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ อันดับ 3-4 ชิงเหรียญทองแดง