ชนาธิป สรงกระสินธ์ โชว์เหมาคนเดียว 2 ประตูใส่ต้นสังกัดเก่า แต่บีจีพ่ายฟรอนตาเล โอกาสตกรอบถ้วยเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ค่อนข้างสูง
ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางตัวเก่งทีมชาติไทย ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงเกมที่ “เดอะ แรบบิท”บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ออกไปเยือนคาวาซากิ ฟรอนตาเล ต้นสังกัดเก่าฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก นัดที่ 4 กลุ่มไอ ที่โทโดโรกิ สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ 7 พ.ย.
เดอะ แรบบบิท ลงสนามรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มไอ ไปแล้ว 3 นัด แพ้รวด ยังไม่มีคะแนน หากเกมนี้แพ้และอีกคู่อุลซาน ฮุนได เสมอ หรือชนะยะโฮร์ ดารุล ตะซิม จะส่งผลให้บีจี ตกรอบแบ่งกลุ่มทันที แม้ว่าจะเหลือโปรแกรมอีก 2 นัด
เริ่มเกมเจ้าถิ่นที่ภาษีเหนือกว่าเป็นฝ่ายเปิดหน้าบุกเข้าใส่ทันทีและแค่ 16 นาทีได้ลูกโทษที่จุดโทษจากการทำฟาวล์ในเขตโทษของ ชนภัช บัวพันธ์ ก่อนที่ ยาสุโตะ วากิซากะ จะรับหน้าที่สังหารให้ฟรอนตาเลขึ้นนำ 1-0
เข้าสู่นาที 33 เจ้าบ้านเล่นผิดพลาดจากการออกบอลของ จอง ซอง รยอง ผู้รักษาประตู โดนชนาธิปตัดบอลได้หน้ากรอบเขตโทษก่อนยิงเล่นทางตุงตาข่ายให้บีจี ปทุม ตามตีเสมอ 1-1
อย่างไรก็ตามนาที 40 ยาสุโตะ วากิซากะ ได้ยิงจุดโทษจากการทำฟาวล์ของวัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร ให้เจ้าถิ่นนำอีกครั้ง 2-1 แต่ว่านาที 41 ดานิโล อัลเวส จ่ายให้ชนาธิปยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมให้บีจีเสมอกับฟรอนตาเล 2-2 ในครึ่งแรก
ครึ่งหลังฟรอนตาเลยังเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่องมีโอกาสส่งบอลไปตุงตาข่ายจากลูกโหม่งของ มาร์ซินโญ แต่ว่าผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แล้วพบว่ามีจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตามนาที 68 ยาสุโตะ วากิซากะ เปิดเตะมุมให้ คาซูยะ ยามามูระ โหม่งให้ฟรอนตาเลนำอีกครั้ง 3-2
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาที 90+8 ไทเซ มิยาชิโระ ยิงประตูปิดท้ายให้คาวาซากิ ฟรอนตาเล เปิดบ้านชนะบีจี ปทุม ยูไนเต็ด 4-2 เก็บเพิ่มเป็น 12 คะแนนเต็มเข้ารอบสองแน่นอนแล้ว ส่วนบีจียังไม่มีคะแนนโอกาสตกรอบแรกมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์