ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แม้ว่าจะเล่นเป็นทีมเยือนแต่ว่าเล่นได้อย่างไม่เป็นรองเมลเบิร์น ซิตี้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเฉือนชนะศึกเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก
ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัวแทนจากไทยลีก มีโปรแกรมสำคัญฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก 2032-24 นัดที่ 4 กลุ่มเอช ด้วยการออกไปเยือนเมลเบิร์น ซิตี้ ทีมดังในศึกเอลีก ออสเตรเลีย ที่เมลเบิร์น เรคแทนกูลาร์ สเตเดียม เมื่อ 8 พ.ย.
โดยสามเกมก่อนหน้านี้สโมสรตัวแทนจากไทยลีก ทำผลงานชนะ 1 แพ้ 2 มี 3 คะแนน รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม ส่วนเมลเบิร์นชนะ 2 เสมอ 1 รั้งจ่าฝูง ดังนั้นเกมนี้บุรีรัมย์จำเป็นต้องมีแต้ม เพื่อโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์ใน 2 เกมสุดท้าย
เปิดฉากครึ่งแรกแม้ว่าเมลเบิร์นจะได้เล่นในบ้านตัวเอง แต่เพิ่งเปลี่ยนกุนซือใหม่เป็น ออเรลิโอ วิดมาร์ ที่เคยทำงานในไทยลีก จึงยังไม่ผลีผลามสร้างเกมบุกมากนัก ทำให้เกมค่อนข้างสูสี แต่ว่าหลังจากผ่านครึ่งทางเจ้าถิ่นเริ่มโหมเกมบุกหนัก และสามารถส่งบอลสู่ก้นตาข่ายได้ถึง 2 ครั้ง แต่ว่าโดนจับล้ำหน้าทั้งหมด จบ 45 นาทีแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0
ครึ่งหลังเมลเบิร์นยังเร่งเกมบุกอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังชัยชนะในบ้านตัวเอง และเพิ่มโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์ค่อนข้างแน่นอน แต่ว่าการสร้างโอกาสกลับไม่แน่นอนในจังหวะสุดท้าย
นาที 63 บุรีรัมย์ขึ้นเกมบุกทางกราบขวา ศศลักษณ์ ไหประโคน เล่นชิ่งกับ ดิออน คูลส์ เปิดไปเสาสอง ธีราทร บุญมาทัน ได้แปยัดผู้รักษาประตูป้องกันไว้ได้ แม้ว่าบุรีรัมย์จะได้ซ้ำแต่ยังติดบล็อกกองหลังเจ้าถิ่น
นาที 75 เกมต้องหยุดลงเมื่อ โกรัน เคาซิช กองกลางของบุรีรัมย์โดนผลักล้มลงในกรอบเขตโทษ วีเออาร์แจ้งให้ผู้ตัดสินในสนามดูภาพรีเพลย์ แต่เมื่อดูแล้วยังยืนยันว่าไม่ฟาวล์ทำให้บุรีรัมย์พลาดได้ลูกโทษที่จุดโทษ
อย่างไรก็ตามนาที 85 บุรีรัมย์ได้ลูกโทษที่จุดโทษจากการที่ธีราทร บุญมาทัน พยายามเปิดบอลไปในกรอบเขตโทษ อาซิซ เบฮิช กองหลังเจ้าถิ่นทำแฮนด์บอล ก่อนที่ โกรัน เคาซิช จะรับหน้าที่สังหารให้ขุนพลปราสาทสายฟ้าขึ้นนำ 1-0 ในนาที 86
จากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่มทำให้จบเกมเมลเบิร์น ซิตี้ เปิดบ้านแพ้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 0-1 บุรีรัมย์ทำสถิติลงสนาม 4 นัด ชนะ 2 แพ้ 2 มี 6 คะแนน ยังมีโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์