ภัทรพงษ์ ยุพดี นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทย ประกาศอำลาการรับใช้ทีมชาติเป็นที่เรียบร้อยในวัย 39 ปี
โดย ภัทรพงษ์ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุผลการรีไทร์ในครั้งนี้ โดยระบุว่า ผมขอใช้พื้นที่ส่วนตัวตรงนี้พูดถึงสิ่งที่ผมคิดสิ่งที่ผมรู้สึกในตอนนี้หน่อยนะครับ ขอตอบคำถามที่ถามผมมาเยอะมากไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า ทำไมโน้ตถึงเลิกเล่น มีหลายเหตุผลที่ผมเลิกเล่นครับ”
“เหตุผลแรกคือร่างกาย ร่างกายผมไม่พร้อมที่จะรับใช้ชาติแล้ว เพราะทุกครั้งที่ลงสนาม ผมบอกตัวเองเสมอ ผมต้องเล่นให้เต็มที่ให้สุดความสามารถ เพราะเรากำลังทำหน้าที่แทนคนไทยทั้งประเทศ และที่ผ่านมาผมก็พิสูจน์ให้ ทุกคนได้เห็นแล้วว่า ถ้าลูกยังไม่ตกพื้นผมก็พร้อมวิ่ง พร้อมชนทุกสิ่งเพื่อให้เราไม่เสียคะแนนและได้คะแนนจากฝ่ายตรงข้าม แต่ผมยอมรับเลยว่าหลายปีที่ผ่านมา ร่างกายของผมทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว และยังต้องใช้เวลานานในการที่จะฟื้นตัวกลับคืนมาเพื่อที่จะพร้อมเล่นในแต้มต่อๆไป”
“เหตุผลที่สอง ผมอยากเปิดโอกาสให้น้องๆได้มีโอกาสได้รับใช้ชาติเหมือนผมและเหมือนที่ผมเคยได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ครับ เพราะจุดที่ผมยืนคือความภาคภูมิใจที่สุดของนักตะกร้อ คือจุดที่นักตะกร้อหลายคนใฝ่ฝัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเปิดโอกาสให้น้องๆได้มาทำหน้าที่ตรงนี้และผมจะขอเป็นผู้ให้กำลังใจและส่งเสริมน้องๆที่พร้อมและเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ต่อไปครับ”
“เหตุผลที่สาม สูงสุดคืนสู่สามัญ เส้นทางการเป็นนักตะกร้อของผมได้เริ่มขึ้นตอน 8 ขวบและผมก็ทุ่มทั้งกายทั้งใจเรียกได้เลยว่าสุดตัวและหัวใจให้กับตะกร้อจนสุดท้ายผมก็ได้มายืนในจุดสูงสุดของการเป็นนักตะกร้อ อย่าลืมนะครับว่าสิ่งที่ผมสูญเสียไปคือเวลา เวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัว เวลาที่จะได้อยู่กับคนที่เรารัก ครับและนี่คืออีกหนึ่งเหตุผลที่ผมได้ตัดสินใจกลับลงมาจากจุดที่ผมเคยยืนครับ ผมก็อยากใช้เวลาที่มีต่อจากนี้อย่างมีความสุขกับครอบครัวกับคนที่ผมรักและคนที่รักผม อยู่แบบเรียบๆเงียบๆง่ายๆ”
ความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกันครับ สุขที่มั่นคงและยาวนานที่สุดคือสุขทางใจครับ คิดถึงกันหรืออยากพบปะพูดคุยกันผมก็จะรอทุกคนที่ร้านเล็กๆของผมนะครับ อีกเรื่องนะครับ เรื่องเงิน ใครมีใครได้ก็มีความสุข ผมมีผมได้รับมาผมก็มีความสุขและผมก็อยากให้คนที่เหนื่อยมากับผมได้รับความสุขเช่นกันครับ ผมรับด้วยความสำนึกในพระคุณ ผมให้ด้วยความเต็มใจ นั้นคือน้ำใจ ความเห็นใจ ความเข้าใจ การเป็นผู้รับมีความสุขมันง่าย การเป็นผู้ให้แล้วมีความสุขมันทำยาก แต่พวกผมทำได้ครับ ผมพอใจในสิ่งที่ผมได้ ผมเต็มใจในสิ่งที่ผมให้”
“ขอบคุณประเทศไทย ขอบคุณตะกร้อ ขอบคุณสมาคมและผู้บริหาร ขอบคุณพ่อแม่และครอบครัว ขอบคุณครูอาจารย์และโค้ชผู้ฝึกสอน ขอบคุณสปอนเซอร์และผู้สนับสนุน ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆน้องๆนักตะกร้อทุกคน ขอบคุณทุกแรงเชียร์ทุกกำลังใจ ขอบคุณคนที่พร้อมจะเข้าใจและพร้อมจะเผชิญทุกปัญหาไปพร้อมกันครับ ภัทรพงศ์ ยุพดี โน้ตตีนตะขอ ขอเป็นตำนานคนต่อไปจากใจ PY.7 ครับ ยิ้มจากใจให้มีความสุขที่ได้อ่านนะครับ พบกันบนความรู้สึกดีๆครับ”
สำหรับ ภัทรพงษ์ ยุพดี ประสบความสำเร็จในการคว้าเหรียญรางวัลในนามตัวแทนประเทศไทย และเป็นที่ยอมรับของแฟนๆในฐานะตัวชงที่ดีที่สุดคนหนึ่งของวงการตะกร้อไทย โดยเคยคว้ามาได้ถึง 8 เหรียญทองในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ และ 15 เหรียญจากมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ตลอดการรับใช้ทีมชาติไทย