คืนนี้ได้อีก 2 ทีมเข้ารอบสุดท้าย ยูโร 2024 ฮังการีคว้าตั๋วชนิดลุ้นถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แถมเป็นคู่แข่งที่ยิงตีเจ๊าให้ ส่วนสโลวะเกียชนะคู่แข่งได้ตามเป้าหมาย
การแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2024 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน กลุ่มจี บัลแกเรียเปิดสนามวาซิล เลฟสกี รับการมาเยือนของ “แม็กยาร์”ฮังการี
เกมนี้เจ้าบ้านจัด สปาส เดเลฟ, คิริล เดสโปดอฟ, มาร์ติน มินเชฟ ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนนำโดย มาร์ติน อดัม, เควิน โชโบธ, โดมินิก โซโบสไล
เริ่มเกมมา 10 นาที ฮังการีได้ฟรีคิกบริเวณใกล้เส้นเขตโทษด้านขวา โดมินิก โซโบสไล เปิดมาหน้าประตูให้ มาร์ติน อดัม โขกเผาขนไม่เหลือซาก ทีมเยือนนำ 1-0
นาที 24 คิริล เดสโปดอฟ บุกมาถึงพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนจะจ่ายบอลเข้ากลางให้ สปาส เดเลฟ แตะหลบคู่แข่งแล้วตวัดยิงเสียบตาข่าย บัลแกเรียตีเสมอ 1-1
นาที 36 วาเลนติน อันตอฟ ไปผลักใส่ มาร์ติน อดัม ผู้ตัดสินจึงแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่อันตอฟออกจากสนาม บัลแกเรียต้องเหลือ 10 คน
นาที 39 บัลแกเรียเกือบต้องเหลือ 9 คน เอ็นเดร บ็อตกา กระชากบอลกำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษแล้วล้มลงหลังถูก อิเลีย กรูเยฟ ปาดเข้าปะทะ ผู้ตัดสินจึงแจกใบแดงให้กรูเยฟและให้ฟรีคิกแก่ฮังการี
อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินได้ไปดูวีเออาร์แล้วมองว่าจังหวะปะทะนั้นบ็อตกาพุ่งล้ม จึงยกเลิกฟรีคิกของฮังการีและใบแดงของกรูเยฟ รวมถึงหันมาแจกใบเหลืองให้บ็อตกาแทน ก่อนที่จะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-1
ครึ่งหลังนาที 57 มิลอส เคอร์เคซ พาบอลเข้าเขตโทษแล้วแตะยาวเกินทำให้ต้องสไลด์เพื่อเล่นต่อ แล้วกลายเป็นว่าไปปะทะใส่ อเล็กซ์ เพ็ตคอฟ เคอร์เคซจึงได้รับใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ฮังการีเหลือ 10 คนเท่ากัน
นาที 77 คิริล เดสโปดอฟ พาบอลลุยเข้าเขตโทษแล้วถูก อัตติลา ซาไล ขัดขาล้มลง ผู้ตัดสินจึงให้จุดโทษบัลแกเรีย เดสโปดอฟลุกมาสังหารเองเข้าไปในนาที 78 เจ้าบ้านนำ 2-1
เกมทำท่าจะจบด้วยชัยชนะของบัลแกเรีย กระทั่งนาที 90+7 ฮังการีได้ฟรีคิกระยะไกล โดมินิก โซโบสไล เปิดโค้งไปหน้าประตู อเล็กซ์ เพ็ตคอฟ พยายามโหม่งสกัดแต่พลาดเข้าประตูตัวเอง สกอร์จึงจบเสมอกัน 2-2 และทำให้ฮังการีคว้าตั๋วไปรอบสุดท้าย
อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน มอนเตเนโกร ชนะ ลิทัวเนีย 2-0
อันดับบนตารางคะแนน 1. ฮังการี (ลงสนาม 7 นัด : 15 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. เซอร์เบีย (7 นัด : 13 คะแนน), 3. มอนเตเนโกร (7 นัด : 11 คะแนน), 4. ลิทัวเนีย (8 นัด : 6 คะแนน), 5. บัลแกเรีย (7 นัด : 3 คะแนน)

กลุ่มเอ ไซปรัสเปิดสนามอัลฟาเมกา สเตเดียม แพ้ต่อ “กระทิงดุ”สเปน 1-3
เจ้าบ้านได้ประตูจาก คอสตาส พิเลอาส นาที 75 ส่วนทีมเยือนได้จาก ลามีน ยามาล นาที 5, มิเคล โอยาร์ซาบาล นาที 22, โฆเซลู นาที 28
ผลอีกคู่ จอร์เจีย เสมอ สกอตแลนด์ 2-2
อันดับบนตารางคะแนน 1. สเปน (ลงสนาม 7 นัด : 18 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. สกอตแลนด์ (7 นัด : 16 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. นอร์เวย์ (7 นัด : 10 คะแนน), 4. จอร์เจีย (7 นัด : 8 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 5. ไซปรัส (8 นัด : 0 คะแนน)

กลุ่มเอฟ เอสโตเนียเปิดสนามเอ. เลอ ค็อก อารีนา แพ้ต่อออสเตรีย 0-2
ทีมเยือนได้ประตูจาก คอนราด ไลเมอร์ นาที 25, ฟิลิปป์ เลียนฮาร์ต นาที 39
ผลอีกคู่ อาเซอร์ไบจาน ชนะ สวีเดน 3-0
อันดับบนตารางคะแนน 1. ออสเตรีย (ลงสนาม 8 นัด : 19 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. เบลเยียม (7 นัด : 17 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. สวีเดน (7 นัด : 7 คะแนน), 4. อาเซอร์ไบจาน (7 นัด : 7 คะแนน), 5. เอสโตเนีย (7 นัด : 1 คะแนน)

กลุ่มเจ สโลวะเกียเปิดสนามสตาดิโอน เตเฮลเน โพเน เอาชนะไอซ์แลนด์ 4-2 ทำให้สโลวะเกียคว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายอีกทีม
เจ้าบ้านได้ประตูจาก ยูราย คุชกา นาที 30, ออนเดรย์ ดูดา นาที 36 (จุดโทษ), ลูคัส ฮาราสลิน นาที 47 และ 55 ส่วนทีมเยือนได้จาก ออร์รี ออสการ์สสัน นาที 17, อันดรี กุดยอห์นเซน นาที 74
ผลคู่อื่น ลักเซมเบิร์ก ชนะ บอสเนีย 4-1, ลิกเตนสไตน์ แพ้ โปรตุเกส 0-2
อันดับบนตารางคะแนนหลังผ่าน 9 นัดเท่ากัน 1. โปรตุเกส (27 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. สโลวะเกีย (19 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. ลักเซมเบิร์ก (14 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 4. ไอซ์แลนด์ (10 คะแนน), 5. บอสเนีย (9 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 6. ลิกเตนสไตน์ (0 คะแนน)
รายชื่อทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแล้ว : เยอรมนี (เจ้าภาพ), เบลเยียม, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สเปน, สกอตแลนด์, ตุรกี, ออสเตรีย, อังกฤษ, ฮังการี, สโลวะเกีย