โปรตุเกสปิดฉากรอบคัดเลือก ยูโร 2024 ได้สวยหรู ทำสถิติชนะรวดทั้ง 10 นัด ขณะที่เซอร์เบียเจ๊าคู่แข่ง แต่ก็เพียงพอจะทำให้คว้าตั๋วสู่รอบสุดท้ายอีกทีม

การแข่งขันฟุตบอล ยูโร 2024 รอบคัดเลือก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน กลุ่มเจ “ฝอยทอง”โปรตุเกส เปิดสนามเอสตาดิโอ โชเซ อัลวาลาเด รับการมาเยือนของไอซ์แลนด์

เกมนี้เจ้าบ้านส่ง คริสเตียโน โรนัลโด, บรูโน แฟร์นานเดส, เชา เฟลิกซ์ ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนใช้งาน วิลลุม ปอร์ วิลลุมส์สัน, ยอน ดากูร์ ปอร์สไตน์สสัน, อัลเฟรด ฟินน์โบกาสัน

เริ่มเกมมา 7 นาที บรูโน แฟร์นานเดส แทงบอลทะลุแนวรับให้ โอตาวิโอ หลุดมารับทางด้านซ้ายของเขตโทษแล้วเตะบอลลอยขึ้นหวังเปิดไปเสาสอง กลายเป็นว่าลูกย้อยไปชนเสา โปรตุเกสพลาดได้ประตูขึ้นนำ

นาที 21 ยังคงเป็นโปรตุเกสที่มีโอกาสบุกสวยๆ แบร์นาร์โด ซิลวา หยอดบอลลึกเข้าเขตโทษให้ เชา เฟลิกซ์ ปราดมาแปมุมแคบ ฮาคอน วัลดิมาร์สสัน ยังใช้เท้าเซฟได้

นาที 37 โปรตุเกสได้ประตูขึ้นนำ 1-0 แบร์นาร์โด ซิลวา เลี้ยงบอลจี้เข้าพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนดีดส้นย้อนหลัง บรูโน แฟร์นานเดส แตะแล้วกดด้วยขวาลูกพุ่งเสียบเสาสองอย่างสวยงาม

นาที 45 โอกาสของโปรตุเกสมาถึงอีกครั้ง แบร์นาร์โด ซิลวา ทำชิ่งให้ รูเบน ดิอาส หลุดเข้าด้านขวาของเขตโทษแล้วยิงมุมแคบ ฮาคอน วัลดิมาร์สสัน พุ่งปัดออกไปได้เยี่ยม จบครึ่งแรก “ฝอยทอง” นำอยู่ 1-0

ครึ่งหลังนาที 66 เชา เฟลิกซ์ ยิงจากด้านซ้ายของเขตโทษแล้วนายทวารรับกระฉอก คริสเตียโน โรนัลโด รีบตามมายิงซ้ำก็ยังติดนายทวาร แต่บอลก็ยังหลุดมาเข้าทาง ริคาร์โด ฮอร์ตา ซ้ำดาบสามเข้าไป โปรตุเกสบวกเพิ่มเป็น 2-0

นาที 80 โปรตุเกสได้ฟรีคิกบริเวณใกล้เส้นเขตโทษด้านขวา ราฟาเอล เกร์เรยโร ยิงด้วยซ้ายบอลตรงกรอบ แต่ลูกไม่ค่อยหนีตัว ฮาคอน วัลดิมาร์สสัน ที่ทุบออกไปได้

นาที 90+3 ไอซ์แลนด์เกือบยิงได้ ออร์รี ออสการ์สสัน ล็อกหลบคู่แข่งในเขตโทษก่อนสับไกยิง ดิโอโก คอสตา เซฟบอลเด้งไปหา อาร์นอร์ อิงวี เตราสตาสัน ยิงแฉลบกองหลังไปชนคาน จบเกมโปรตุเกสซิวชัย 2-0 ทำสถิติชนะรวด 10 นัดในรอบคัดเลือกหนนี้

ผลคู่อื่น บอสเนีย แพ้ สโลวะเกีย 1-2, ลิกเตนสไตน์ แพ้ ลักเซมเบิร์ก 0-1

อันดับหลังจบ 10 นัด 1. โปรตุเกส (30 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. สโลวะเกีย (22 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. ลักเซมเบิร์ก (17 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 4. ไอซ์แลนด์ (10 คะแนน), 5. บอสเนีย (9 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 6. ลิกเตนสไตน์ (0 คะแนน)

กลุ่มเอ “กระทิงดุ”สเปน เปิดสนามเอสตาดิโอ มูนิซิปาล โฆเซ ซอร์ริยา เอาชนะจอร์เจีย 3-1 ทำให้สเปนคว้าแชมป์กลุ่มนี้

เจ้าบ้านได้ประตูจาก โรแบ็ง เลอ นอร์กม็องด์ นาที 4, เฟร์ราน ตอร์เรส นาที 55, ลูกา โลโชชวิลี นาที 72 (ทำเข้าประตูตัวเอง) ส่วนทีมเยือนได้จาก ควิชา ควารัตส์เคเลีย นาที 10

ผลอีกคู่ สกอตแลนด์ เสมอ นอร์เวย์ 3-3

อันดับหลังจบ 8 นัด 1. สเปน (21 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. สกอตแลนด์ (17 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. นอร์เวย์ (11 คะแนน), 4. จอร์เจีย (8 คะแนน – ไปเพลย์ออฟ), 5. ไซปรัส (0 คะแนน)

กลุ่มเอฟ “ปีศาจแดง”เบลเยียม เปิดสนามสตาด รัว โบดวง ไล่ถล่มอาเซอร์ไบจาน 5-0 เบลเยียมจึงแซงขึ้นมาคว้าแชมป์กลุ่ม

โรเมลู ลูกากู ระเบิดฟอร์มเหมาคนเดียว 4 ประตูให้เบลเบียมนาที 17, 26, 30 และ 37 อีกลูกได้จาก เลอันโดร ตรอสซาร์ด นาที 90 ขณะที่อาเซอร์ไบจานต้องเหลือ 10 คน เอ็ดดี อิสราฟิลอฟ ถูกไล่ออกนาที 24

ผลอีกคู่ สวีเดน ชนะ เอสโตเนีย 2-0

อันดับหลังจบ 8 นัด 1. เบลเยียม (20 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. ออสเตรีย (19 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. สวีเดน (10 คะแนน), 4. อาเซอร์ไบจาน (7 คะแนน), 5. เอสโตเนีย (1 คะแนน)

กลุ่มจี เซอร์เบียเปิดสนามกราดสกี สตาดิโอน ดูโบชิชา เสมอกับบัลแกเรีย 2-2 แต่ก็เพียงพอจะทำให้เซอร์เบียผ่านเข้ารอบสุดท้ายอีกทีม

เจ้าบ้านได้ประตูจาก มิลอส เวลจ์โควิช นาที 16, เซอร์ดยาน บาบิช นาที 82 ส่วนทีมเยือนได้จาก จอร์จี รูเซฟ นาที 59, คิริล เดสโปดอฟ นาที 69

ผลอีกคู่ ฮังการี ชนะ มอนเตเนโกร 3-1

อันดับหลังจบ 8 นัด 1. ฮังการี (18 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 2. เซอร์เบีย (14 คะแนน – เข้ารอบแล้ว), 3. มอนเตเนโกร (11 คะแนน), 4. ลิทัวเนีย (6 คะแนน), 5. บัลแกเรีย (4 คะแนน)

ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายแล้ว : เยอรมนี (เจ้าภาพ), เบลเยียม, ฝรั่งเศส, โปรตุเกส, สเปน, สกอตแลนด์, ตุรกี, ออสเตรีย, อังกฤษ, ฮังการี, สโลวะเกีย, แอลเบเนีย, เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์, โรมาเนีย, สวิตเซอร์แลนด์, เซอร์เบีย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน