เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย เผยตัดสินใจอยู่ทีมมาดามแป้ง เพราะเชื่อมั่นการบริหารสมาคมบอล – ยืนยันตนจะพัฒนาทีมชาติไทยขึ้นไปอีกระดับ

เดอะตุ๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าทีมชาติไทย เคยประกาศจะลงสมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แต่หลังจากทราบว่า “มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรการท่าเรือ เอฟซี จะลงสมัครชิงตำแหน่งเช่นกัน จึงถอนตัวออกไป ก่อนจะมาเปิดตัวเป็นทีมงานของมาดามแป้ง ในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเมื่อ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา

อดีตกองหน้าหมายเลขหนึ่งทีมชาติไทย กล่าวว่า “ก่อนอื่นต้องขอบคุณ มาดามแป้ง ที่ให้เกียรติผมเข้ามาเป็นหนึ่งในสภากรรมการ ความจริงคือมาดามแป้งติดต่อผมมา บอกว่าอยากให้ผมมาร่วมพัฒนาฟุตบอลไทย ผมยินดี ผมเก่งเรื่องฟุตบอล มาดามแป้งเก่งเรื่องบริหาร ผมเลยยินดีที่จะเข้ามาช่วยในเรื่องฟุตบอล”

“เรายังไม่ได้คุยกันถึงขอบข่ายการทำงาน แต่นี่คือสมาคมฟุตบอล และผมอยู่กับฟุตบอล เพราะฉะนั้นขอบข่ายงานของผมคงเกี่ยวกับฟุตบอลนี่แหละ พัฒนาตั้งแต่เด็ก 8 ขวบ ไปจนถึงทีมชาติไทย ทุกองคาพยพ ทีมชาย ทีมหญิง โค้ช และการพัฒนาผู้ตัดสิน ที่ตรงกับส่วนที่เราสามารถทำได้ รวมทั้งการพัฒนาฟุตบอล T3, T2, T1 ระบบต่าง ๆ ที่ยังอิรุงตุงนังอยู่ทุกวันนี้”

“แรกเริ่มจะสมัครเอง เพราะไม่มีใครสมัครเลย พวกเขาอาจจะรอเวลาหรืออะไรบางอย่าง แต่ผมรอไม่ได้ ในเมื่อทุกคนเงียบ ผมเลยเสนอตัว เพราะว่าต้องการหาทางออกที่จะพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างจริงจัง ตัวผมก็อยู่กับฟุตบอลไทยมา 48 ปีแล้ว มีความรู้ในเรื่องของฟุตบอลพอประมาณ อยากพัฒนาฟุตบอลไทยเลยลงสมัคร”

“แต่หลังจากมาดามแป้ง แจ้งว่าจะลง ตัวผมศรัทธามาดามแป้ง ที่มีความโปร่งใสและเป็นคนรักฟุตบอลอยู่แล้ว ผมเลยขอถอนตัวโดยไม่ลังเล หลังจากนั้นมาดามแป้งชวนให้ผมเข้ามาร่วมพัฒนาฟุตบอลไทย ผมเองยินดี”

“ในอดีตที่ผ่านมา ผู้บริหารและคนในวงการฟุตบอลจะคล้ายๆ นักการเมือง ผมพูดตรงๆ คือบางทีไม่ถูกกัน ฝั่งนี้ค่ายนี้ ฝั่งนู้นค่ายนู้น แต่มาดามแป้ง สามารถรวมคนทุกหมู่ทุกเหล่าเข้ามาอยู่ด้วยกันได้ ไม่มีแล้วใครเสื้อสีไหน ทีมอะไร เราแค่ต้องการพัฒนาฟุตบอลไทย ด้วยความรักความสามัคคี และต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถ”

“ผมมีความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการรวมผู้ใหญ่ในวงการฟุตบอลทุกค่ายเลยก็ว่าได้ มาดามแป้งเชิญคนจากทุกลีก ผู้ทรงคุณวุฒิ รวมถึงคนที่มีความรู้ในทุกแขนง ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้เดินหน้าไป”

“ผมต้องประชุมวางแผนกับดร.ชาญวิชญ์ ผลชีวิน ก่อน จากนั้นจะไปคุยกับผู้บริหารทั้งหลาย เพื่อดูว่าคนรุ่นเก่า รุ่นใหม่ หรือว่ารุ่นปัจจุบัน ขาดอะไรไป เราจะกางข้อมูลและนำมารวมเป็นเนื้อเดียวกัน และออกมาเป็นนโยบายของสมาคม”

“โค้ชที่จบการอบรมไม่ว่าจะระดับไหน ผมต้องเอาพวกท่านมาใช้งาน รวมถึงอดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทยด้วย เราทำงานคนเดียวไม่ได้ เหมือนกับฟุตบอลที่เล่นกันเป็นทีม เน้นระบบทีมเวิร์ก เราต้องหาคนที่มีคุณภาพหลากหลายเข้ามาช่วยงาน ผมเองต้องใช้ทีมเวิร์ก ทำคนเดียวคงไม่ประสบความสำเร็จ อดีตนักเตะทีมชาติ โค้ชทีมชาติ แล้วพวกที่เรียนจบโปรไลเซนซ์ที่ตกงานกันเยอะ พวกเราใช้พวกคุณแน่ เตรียมตัวไว้ได้เลย”

“ผมขอพูดเลยว่าในยุคของมาดามแป้ง ทีมชาติไทยต้องมีโค้ชกองหน้า ผมจะหาโค้ชกองหน้ามาสอน จะเชิญกองหน้าระดับโลกมาให้ความรู้นักเตะและโค้ช ฉะนั้นต่อไปฟุตบอลไทยจะมีแต่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ผมจะไปเชิญอดีตกองหน้าอย่าง พิพัฒน์ ต้นกันยา, ศรายุทธ ชัยคำดี หรือ เนติพงษ์ ศรีทองอินทร์ มาคุยกัน เพื่อดูว่าจะพัฒนากองหน้าไทยแบบไหน เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะเราขาดอยู่ นี่คือเป้าหมายที่ผมอยากจะทำ การพัฒนากองหน้าทีมชาติไทย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน