เจองานแรกก็สาหัสเอาการสำหรับ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นที่ต้อง คุมทัพ ช้างศึก ฟุตบอล ทีมชาติไทย เจอกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ชาติบ้านเกิดในวันปีใหม่

อิชิอิ กุนซือ 56 ปี ได้รับการแต่งตั้งในวันที่ 22 พ.ย. หมายความว่า อิชิอิ อดีตกุนซือสมุทรปราการ – บุรีรัมย์ มีเวลา 39 วัน

รูปเกม ครึ่งแรกเป็นการพบกันของ ชุดบี กับ ชุดบี 0-0 ถือว่าสูสี เหมือนว่า อิชิอิ จะเน้นมายันเอาผลการแข่งขันไว้ก่อน

แต่พอครึ่งหลังเท่านั้นแหละ ทีมชาติญี่ปุ่น ชุดเกือบเอ ทีมชาติไทยชุด เอ 5-0

ทีมของอิชิอิ อาจจะพอต่อบอลสู้ แต่คุณภาพของทีม ชัดเจนว่า “ต่าง”

สีสันในเกมรุกแทบไม่มีโอกาสได้สะกิด ญี่ปุ่น ได้เลย ไทย โดนเกมเพรสซิ่งของญี่ปุ่นเล่นงานแบบไม่ได้ลืมหูลืมตา เราแย่งบอลมาได้ก็จริงแต่หากนับเอาไม่น่าเกิน 10-20 วินาที ก็จะโดนเกมเพรส หนักๆ ไล่จนเสียบอลคืนไป

และจำเป็นต้องปรับเรื่องของเกมรับที่ นักเตะบางคนอาจไม่เหมาะกับการแบกเกมรับไว้ตลอดทั้งเกมอีกแล้ว

โดยเฉพาะความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ที่เราโดนลงโทษทันที จากการเสียบอลของสารัช อยู่เย็น และ การจับบอลพลาดแค่นิดเดียวของ เอเลียส ดอเลาะห์ ก็กลายเป็นประตูทันที

มุมกลับกัน เมื่อญี่ปุ่นพลาด จะมีนักเตะอีกคนเข้ามาซัพพอร์ตทันที สิ่งนี้สินะที่เรียกว่า “ระบบ” ของทีม

การแพ้ทีมระดับโลกด้วยสกอร์แบบนี้ และช้างศึกแทบจะโงหัวไม่ขึ้นใน 45 นาทีหลัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก หากมองที่ปัจจัยแวดล้อมอย่างเป็นธรรมต่อตัวเองมากพอ

ไม่ใช่แค่เราจะเสีย แต่มันต้องมีสิ่งที่ได้กลับมาบ้าง คือ นักเตะใหม่ๆ หรือแข้งตัวเก๋าเอง ได้สัมผัสเกมระดับนี้ ได้เห็นฝีเท้าของ ทีมระดับโลก ได้เจอกับของแข็งแท้ๆ ที่ทำให้ได้เห็นกำแพงแล้วว่า นี่คือทีมที่เสมอ อุรุกวัย 1-1, ชนะเปรู 4-1, บุกไปชนะเยอรมนี 4-1, ชนะ ตุรกี 4-2, ชนะแคนาดา 4-1, ชนะตูนิเซีย 2-0 คุณภาพล้นขนาดไหน

ที่สำคัญ ขุมกำลังยิ่งเด่นชัด ญี่ปุ่น มีนักเตะแบบนี้ในสต็อกเป็นร้อยๆคน เข้าแถวรอเบียด รอโอกาสในทีมชาติ

ขณะที่เรามีนักเตะในคลังทีมชาติช่างเบาบาง สโมสรไม่ปล่อยนักเตะสักคนก็แทบจะดิ้นกันแล้ว

ฉะนั้น ไม่มีอะไรต้องอาย สมาคมฟุตบอล ยุคใหม่ควรใส่ใจกับอนาคต ที่กำลังจะมาถึง และเรียนรู้ความผิดพลาดจากอดีตให้มากที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน