ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ มีประวัติศาสตร์ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก ในเกมนัดแรกของฟุตบอลเอเชียน คัพ เมื่อไม่เคยเอาชนะใครได้เลย แถมยังชนะเพียง 2 ครั้ง

ช้างศึก มีการปรับเปลี่ยนสำคัญในตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน จาก มาโน โพลกิง กุนซือชาวเยอรมัน-บราซิเลียน มาเป็น มาซาทาดะ อิชิอิ โค้ชชาวญี่ปุ่น ก่อนจะเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่สุดของทวีปเอเชีย อย่าง “เอเชียน คัพ 2023” รอบสุดท้าย ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งต้องยอมรับว่าถ้ามองตามหน้าเสื่อ ทีมชาติไทย เป็นรองทุกชาติ ไม่ว่าจะเป็น คีร์กิซสถาน (อันดับ 98 โลก), โอมาน (อันดับ 74 โลก) และ ซาอุดีอาระเบีย (อันดับ 56 โลก)

หลังจากประกาศรายชื่อ 26 คนสุดท้าย ทีมชาติไทย ต้องเจอข่าวไม่สู้ดีนัก เมื่อ เอกนิษฐ์ ปัญญา ตัวรุกที่เล่นในญี่ปุ่น ตัดสินใจถอนตัว เพื่อร่วมซ้อมกับอูราวะ เรดส์ ไดมอนด์ส แถมก่อนหน้านี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางคนสำคัญ รวมถึง ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวความหวังได้รับบาดเจ็บ ทำให้แฟนบอลไทยแอบหวั่นใจไม่น้อย เพราะขุมกำลังที่เหลืออยู่นั้น มีคำถามว่าจะแกร่งพอเล่นกับการท้าทายเวทีระดับทวีปเอเชียหรือไม่

เกมนัดแรกไทยต้องเล่นกับคีร์กิซสถาน ที่ไม่เคยเจอกันมาก่อนในระดับทีมชาติชุดใหญ่ เกมนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ ตัดสินใจป้องกันเกมกลางอากาศเรื่องเกมรับด้วยการเลือก เอเลียส ดอเลาะ กับ พรรษา เหมวิบูลย์ เพื่อลดข้อด้อยด้านรูปร่างของทีมชาติไทย

ขณะที่กองกลางตัดสินใจถอด สารัช อยู่เย็น เจ้าประจำ เพื่อใช้งาน พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ยืนคู่กับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ส่วนแนวรุกเลือกใช้แข้งดาวรุ่งทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ, ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา รวมถึง บดินทร์ ผาลา ที่กำลังฟอร์มดีกับการท่าเรือ เอฟซี

ผลการแข่งขันอย่างที่เราทุกคนได้เห็นว่า ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายชนะ 2-0 เก็บ 3 แต้มในเกมนัดแรกของเอเชียน คัพ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และแม้ว่าเกมในสนาม ทีมชาติไทย จะเป็นรองทุกด้าน ทั้งการครองบอล โอกาสจบสกอร์ แต่ว่าจังหวะน่าจะได้ประตูนั้น ทัพช้างศึกเหนือกว่าชัดเจน

ประตู 2-0 จาก ศุภชัย ใจเด็ด ในนาที 26 และนาที 48 ทำให้ ทีมชาติไทย เล่นง่าย แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับเรื่องการวางแผนของ มาซาทาดะ อิชิอิ อย่างแรกคือการเดาทางคู่แข่งออก เนื่องจาก ทีมชาติไทย มีค่าเฉลี่ยความสูงเป็นรองสุดท้ายในเอเชียน คัพ ครั้งนี้ จึงตัดสินใจใช้ เอเลียส ดอเลาะ กับ พรรษา เหมวิบูลย์ ยืนเซ็นเตอร์แบ๊ก และตอบโจทย์ทันที เพราะช่วยป้องกันเกมกลางอากาศได้ยอดเยี่ยม ทำให้ ปฏิวัติ คำไหม ผู้รักษาประตูแทบไม่เจองานยาก

ส่วนแบ๊กทั้งสองฝั่งทั้ง ธีราทร บุญมาทัน ที่เล่นแบ๊กซ้าย แต่ไม่พยายามเติมเกมขึ้นสูง อาศัยการวางบอลแม่นยำซึ่งเป็นจุดขายทำให้ ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา เกือบจะทำประตูแรกของตัวเองบ่อยครั้ง แถมยังเปิดสวยๆ เกือบจะบวกประตูเพิ่มอีกด้วย

ขณะที่แบ๊กขวา นิโคลัส มิกเกลสัน ใช้ความสดทะยานขึ้นหน้า พาทีมชาติไทยสร้างโอกาสจบสกอร์ แถมป้องกันเกมรับในเรื่องความสามารถเฉพาะตัวของคีร์กิซสถานได้อยู่หมัด

ขยับขึ้นมาที่แผงกองกลางตัวรับ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ กับ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี แบ่งงานชัดเจน โดยเฉพาะ “เจ้าเตอร์” วีระเทพ ที่เล่นได้แน่นอน สุขุม โดยเฉพาะการลงมาช่วยเกมรับ สอดประสาน อ่านสถานการณ์เกมอย่างแม่นยำ แถมยังสร้างโอกาสสวนกลับได้ดี ถือเป็น “มดงาน” ที่น่ายกย่อง หากไม่นับ ศุภชัย ใจเด็ด ที่ยิง 2 ประตู วีระเทพ คือแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้

ส่วนแผงเกมรุกทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ, ศุภณัฎฐ์ เหมือนตา รวมถึง บดินทร์ ผาลา ต่างทำงานของตัวเองได้ยอดเยี่ยม เพียงแต่ขาดโชคชะตาเล็กน้อย เช่น ศุภณัฎฐ์ น่าจะมี 2 ประตูในเกมนี้ ทั้งยิงชนคาน ยิงติดเซฟ ถือเป็นประสบการณ์ที่เจ้าตัวต้องพัฒนาต่อไป รวมถึงบดินทร์ ที่ทำให้กองหลังคู่แข่งคาดเดายากจนนำมาซึ่งประตูขึ้นนำ

ด้าน สุภโชค เหมือนรู้ตัวว่าโดนไล่ตามประกบแน่ จึงรับบทบาทเป็น “ผู้ให้” และเกือบจ่ายให้น้องชาย (ศุภณัฎฐ์) เบิกสกอร์แรกในเอเชียน คัพ ได้ ขณะที่ “เจ้าอาร์ม” ศุภชัย ใจเด็ด ผลงาน 2 ประตูบนเวทีระดับนี้คงไม่มีคำถาม เพราะนี่คือความหวังใหม่ในการพังประตูของทีมชาติไทย การอ่านจังหวะ การเข้าทำ แทบลงล็อกไปหมด สมแล้วที่เป็นตัวแทนคนไทย ลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวไทยลีก

ทั้งหมดทั้งมวลคือผลการแข่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับในการวางแผนของ มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าโค้ชชาวญี่ปุ่น ที่มองเกมขาด บางคนอาจมีคำถามว่าเลือกนักเตะที่ “เด็กเก่า” ของตัวเองหรือเปล่า เพราะอิชิอิอยู่ไทยมาตั้งแต่ปี 2019 สมัยคุมสมุทรปราการ ซิตี้ ก่อนจะคว้า 3 แชมป์ 2 ปีติดที่บุรีรัมย์

ไม่ได้บอกว่าเกมต่อจากนี้ไป ทีมชาติไทย จะชนะทั้งโอมาน ชนะซาอุดีอาระเบีย แต่วันนี้ อิชิอิ ทำให้เห็นว่า ทีมชาติไทย กล้าสู้ กล้าดวลกับชาติชั้นนำของเอเชีย

ไม่ว่าแผนการเล่นเกมต่อไปจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าเราจะเห็นอะไรใหม่ๆ ของ ทัพช้างศึก บนเวทีใหญ่ระดับเอเชียน แน่นอน ที่สำคัญเตือนสติกันไว้ตรงนี้ด้วยว่าโอกาสที่ ทีมชาติไทย จะก้าวไปถึงแชมป์ เอเชียน คัพ หนนี้นั้นยากเหลือเกิน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน