บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมบอลไทย เผยกำลังเร่งเข้าหารือกับหน่วยงานรัฐบาล เพื่อดำเนินการจัดประชุมใหญ่ฟีฟ่า เดือนพ.ค.
ตามที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ได้คัดเลือกจากหลายประเทศที่ยื่นเสนอความพร้อม และโหวตให้ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 74 หรือ FIFA Congress โดยมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 17 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย นั้น ล่าสุดทางฟีฟ่ามีความกังวลหากว่างานดังกล่าวอาจไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศไทยในการประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ
ทั้งนี้ การประชุม FIFA Congress ที่จะเกิดขึ้นนั้น ประเทศไทยได้ถูกนับเป็นชาติแรกในภูมิภาคอาเซียน ที่ได้เป็นเจ้าภาพงานขนาดใหญ่ของวงการฟุตบอล หลังจากที่คณะทำงานได้นำเสนอวิสัยทัศน์ต่อ FIFA จนได้รับการยอมรับและอนุมัติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม FIFA Congress ครั้งนี้
โดยล่าสุด มร.มาธิอัส กราฟสตรอม เลขาธิการของฟีฟ่า ได้ส่งหนังสือเวียน เพื่อเรียนเชิญให้ชาติสมาชิกลงทะเบียนตอบรับเพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว คาดว่าในเบื้องต้นจะมีผู้เดินทางเข้ามาร่วมงานไม่น้อยกว่า 3,500 คน
นำโดยประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประธานจากสหพันธ์ฟุตบอลจากทุกทวีป ยุโรป (UEFA) เอเชีย (AFC) อเมริกา และแคริบเบียน(CONCACAF) อเมริกาใต้ (CONMEBOL) แอฟริกา (CAF) โอเชียเนีย (OFC) ร่วมด้วยนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลและผู้บริหาร จาก 211 ประเทศสมาชิก นักกีฬาฟุตบอลระดับตำนานและบุคคลสำคัญที่มีชื่อเสียง สื่อมวลชน เดินทางเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก
ซึ่ง บิ๊กอ๊อด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยได้พบกับผู้บริหารจากฟีฟ่าและเอเอฟซี ระหว่างการไปร่วมชมฟุตบอลเอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้าย ที่กาตาร์
ทางฟีฟ่า และเอเอฟซี จึงได้มีการสอบถามและแสดงความเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง ถึงความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพการประชุมที่ต้องได้รับความร่วมมือจากรัฐบาล
โดยเฉพาะในหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากจะมีบุคคลสำคัญจำนวนมากเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย และการได้รับการสนับสนุนเรื่องการเข้าออกประเทศในช่วงงานประชุม รวมถึงกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศและวัฒนธรรม
โดย พล.ต.อ.สมยศ ได้รายงานว่าได้ทำหนังสือไปยังนายกรัฐมนตรี ทราบว่าได้มอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผ่าน การกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานประสานความร่วมมือระหว่าง สมาคม และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และอยู่ในระหว่างการขอเข้าพบเพื่อหารือ กับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว เพื่อลงลึกในรายละเอียดต่างๆ ของการเตรียมความพร้อมต่อไป
ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. พบว่า การประชุมดังกล่าวจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ กว่า 228 ล้านบาท
การสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจในประเทศ ประมาณ 126 ล้านบาท ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลผู้เข้าประชุมแและจำนวนวันเข้าพักของแขกต่างประเทศที่ได้รับจากฟีฟ่า รวมถึงคนไทย ที่เข้าร่วมงาน กว่า 200 คน และคาดว่าจะเกิดการจ้างงานกว่า 160 อัตรา สร้างรายได้จากภาษีที่รัฐบาลเรียกเก็บโดยประมาณจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุมครั้งนี้ ประมาณ 7.79 ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมมูลค่าของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ และรายจ่ายที่ฟีฟ่าคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกจำนวนราว 16 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับ งานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ครั้งที่ 74 หรือ FIFA Congress มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 17 พ.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย