ลิเวอร์พูลมีเหงื่อตกกว่าจะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ โดยยิงขึ้นนำก่อนแล้วฟูแลมอาศัยลูกฮึดตามตีเสมอได้ แต่ก็เป็นฝั่ง “หงส์แดง” ที่ชนะสกอร์รวมอยู่ดี
การแข่งขันฟุตบอล คาราบาว คัพ อังกฤษ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง เมื่อวันที่ 24 มกราคม ศึกระหว่าง 2 ทีมจากพรีเมียร์ลีก “เจ้าสัวน้อย”ฟูแลม เปิดสนามคราเวน ค็อตเทจ รับการมาเยือนของ “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล แมตช์แรกที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลชนะ 2-1
เกมนี้เจ้าบ้านจัด ราอูล ฆิเมเนซ, วิลเลียน, อันเดรอัส เปเรยรา ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนใช้งาน ดาร์วิน นูนเญซ, โคดี กักโป, หลุยส์ ดิอาซ
เริ่มเกมมา 7 นาที เป็นฟูแลมที่เกือบออกนำ ติโมธี กาสตาญ หลุดมาทางด้านขวาแล้วเตะเข้ากลางแบบกึ่งยิงกึ่งผ่าน บอลพุ่งมาทำท่าจะเสียบเสาแรก ควิวิน เคลเลเฮอร์ ต้องล้มตัวปัดทิ้ง
นาที 11 บอลลอยไปทางกราบซ้ายของสนาม หลุยส์ ดิอาซ ชิงจังหวะชนะกองหลังแล้วพักลงมาได้ จากนั้นหลุดเข้าเขตโทษแล้วแตะหาช่องก่อนยิงแฉลบกองหลังตรงกรอบ ผู้รักษาประตูพยายามปัดแต่บอลก็ยังชนเสาเข้าไปอยู่ดี ลิเวอร์พูลนำ 1-0
นาที 28 โคดี กักโป งัดบอลข้ามแนวรับให้ ดาร์วิน นูนเญซ หลุดเข้าเขตโทษแล้ววอลเลย์ไปชนเสา หลุยส์ ดิอาซ ตามมายิงซ้ำเข้าไป แต่ผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะเล่นของนูนเญซแล้ว ลิเวอร์พูลไม่ได้ประตูเพิ่ม
นาที 32 โอกาสเป็นของฟูแลม ราอูล ฆิเมเนซ รับบอลได้แล้วเลี้ยงมาก่อนจะยิงจากระยะประมาณ 25 หลา บอลพุ่งเรียดเข้าหามุมประตู ควิวิน เคลเลเฮอร์ ล้มตัวปัดทิ้งไปได้ จบครึ่งแรกลิเวอร์พูลยังนำอยู่ 1-0
ครึ่งหลังนาที 53 ฟูแลมเกือบตีเสมอ วิลเลียน เปิดบอลให้ โทซิน อดาราบิโอโย โฉบมากระโดดโหม่งได้ก่อนนายทวาร บอลลงพื้นไปเข้าทาง อันเดรอัส เปเรยรา วิ่งมายิงมุมแคบลูกชนเสา
หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีลิเวอร์พูลโต้กลับทันที ก่อนจะเป็น ดาร์วิน นูนเญซ จ่ายบอลให้ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ แตะเข้าพื้นที่เขตโทษแล้วสับไกยิง แบร์นด์ เลโน ใช้ขาเซฟได้หวุดหวิด
นาที 58 โอกาสของลิเวอร์พูลมาถึงอีก หลุยส์ ดิอาซ พาบอลขึ้นมาแล้วจ่ายให้ ดาร์วิน นูนเญซ เลี้ยงเข้าทางพื้นที่ด้านซ้ายของเขตโทษแล้วปั่นกะให้เสียบเสาสอง แบร์นด์ เลโน ยังกระโดดปัดทิ้งได้
นาที 76 แฮร์รี วิลสัน ได้บอลทางริมเส้นด้านซ้ายแล้วหักหลบคู่แข่งจนหลุดเข้าเขตโทษ ก่อนเปิดมาบริเวณเสาแรกให้ อิสซา ดิย็อป โฉบมาชาร์จเข้าไป ฟูแลมตีเสมอ 1-1
นาที 80 วิลเลียน จ่ายบอลให้ แฮร์รี วิลสัน พาบุกขึ้นมาจนสบช่องยิงจากระยะเกือบ 30 หลา บอลพุ่งตรงกรอบบีบให้ ควิวิน เคลเลเฮอร์ ต้องพุ่งปัดทิ้ง ฟูแลมพลาดแซงนำ ก่อนจะจบเกมด้วยสกอร์ 1-1 ทำให้ลิเวอร์พูลชนะผลรวม 3-2
ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศไปพบกับเชลซี โดยจะเตะที่สนามเวมบลีย์ สเตเดียม วันที่ 25 กุมภาพันธ์