มือจุดพลุ เมื่อ 7 ปีที่แล้วในเกมชิงชนะเลิศซูซูกิ คัพ ยอมรับสารภาพหมดแล้ว ว่าจุดจริง รอคำพิพากษาจากศาล แถมมีลุ้นโดนมาสมาคมบอลฟ้องค่าเสียหาย

จากกรณีแฟนบอลกลุ่มหนึ่งจุดพลุแฟลร์ภายในสนามราชมังคลากีฬาสถาน ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทย พบกับอินโดนีเซีย นัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 ธ.ค.59 หรือเมื่อ 7 ปีก่อน โดยเกมนั้นทีมชาติไทย เป็นฝ่ายชนะ 2-0 คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

แต่ว่าการจุดพลุแฟร์ในสนามเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี) รวมถึงสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) โดยครั้งนั้นสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ถูกปรับเงิน 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 1,076,790 บาท และสมาคมได้แจ้งความเอาผิดกับผู้จุดพลุเกมดังกล่าวด้วย

ล่าสุด พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.หัวหมาก ได้ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าว่าถึงตอนนี้คดีไปอยู่ในชั้นศาล ซึ่งกลุ่มแฟนบอลที่เป็นผู้ต้องหาได้ให้การรับสารภาพในชั้นศาลหมดทุกคนแล้ว โดยทยอยให้การรับสารภาพ กระทั่งต้นเดือนธ.ค.66 ผู้ต้องหาชุดสุดท้ายสารภาพแล้ว ศาลจะใช้ประกอบการพิพากษาลงโทษต่อไป

ขณะเดียวกัน เมื่อศาลพิพากษาโทษแล้วมีความเป็นไปได้ที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในลำดับต่อไป ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสมาคมกีฬาฟุตบอล ชุดใหม่ ที่จะมีการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.67

สำหรับคดีแฟนบอลจุดพลุในสนามฟุตบอล สร้างความเสียหายต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ อย่างต่อเนื่อง โดนปรับจากกรณีดังกล่าว จนหวาดเสียวว่าจะส่งผลถึงการโดนแบน นอกจากเคสที่ราชมังคลากีฬาสถานแล้ว ยังมีเหตุที่ ม.ธรรมศาสตร์รังสิต, บีจี สเตเดียม และจากฟุตบอลชายหาดเอเชีย ที่พัทยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน