ลิเวอร์พูลยังครองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อย่างเหนียวแน่น หลังโชว์ฟอร์มบดชนะเชลซีด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าตลอด ขณะที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ชนะเบิร์นลีย์ได้ไม่ยาก
การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 31 มกราคม “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี
เกมนี้เจ้าบ้านส่ง ดาร์วิน นูนเญซ, ดิโอโก โชตา, หลุยส์ ดิอาซ ลงนำเกมรุก ขณะที่ทีมเยือนใช้งาน โคล พาลเมอร์, ราฮีม สเตอร์ลิง, คอเนอร์ กัลลาเกอร์
เริ่มเกมมา 8 นาที อเล็กซิส แม็กอัลลิสเตอร์ จ่ายขึ้นหน้าให้ ดาร์วิน นูนเญซ มีพื้นที่ทะลุผ่านแนวรับก่อนตัดสินใจซัดจากระยะไกลแบบเต็มข้อ ยอร์เย เปโตรวิช กระโดดปัดโดนปลายนิ้วลูกไปชนคานออกหลัง ลิเวอร์พูลยังไม่ขึ้นนำ
นาที 18 ลิเวอร์พูลเกือบได้เฮ อิบราอิมา โกนาเต วางบอลขึ้นหน้าทะลุผ่านแนวรับให้ ดาร์วิน นูนเญซ สปีดหลุดเข้าไปถึงพื้นที่เขตโทษแล้วยิงตามน้ำทันที ยอร์เย เปโตรวิช ล้มตัวปัดบอลไปชนเสาอย่างน่าเสียวไส้
นาที 23 คอเนอร์ แบรดลีย์ จ่ายบอลให้ ดิโอโก โชตา รับได้แล้วตัดสินใจพาบอลเลี้ยงตะลุยเข้าเขตโทษเอง กองหลังพยายามสกัดแล้วเอาไม่อยู่ทำให้โชตาหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษตุงตาข่ายจนได้ ลิเวอร์พูลนำ 1-0
นาที 31 ลิเวอร์พูลยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง คราวนี้เป็น โจ โกเมซ จ่ายบอลให้ เคอร์ติส โจนส์ ยิงจากบริเวณเส้นหน้าเขตโทษบอลเรียดทะลุแนวรับตรงหากรอบประตู ยอร์เย เปโตรวิช ยังเหนียวพุ่งตัวปัดทิ้งทัน
นาที 39 หลุยส์ ดิอาซ จ่ายบอลให้ คอเนอร์ แบรดลีย์ มีพื้นที่กระชากบอลเข้าไปถึงเขตโทษด้านขวา ก่อนตัดสินใจซัดเองบอลพุ่งเสียบเสาสองอย่างเฉียบคม เป็นประตูแรกของแบรดลีย์กับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลด้วย สกอร์กลายเป็น 2-0
นาที 45 ดิโอโก โชตา โฉบมารับบอลบริเวณหน้าประตูแล้วถูก เบอนัวต์ บาเดียชิล ทำฟาวล์ล้มลง ลิเวอร์พูลจึงได้จุดโทษ ดาร์วิน นูนเญซ รับหน้าที่สังหารไปชนเสาเสียเอง จบครึ่งแรก “หงส์แดง” นำอยู่ 2-0
ครึ่งหลังนาที 65 เฟอร์จิล ฟาน ไดก์ วางบอลไปถึง คอเนอร์ แบรดลีย์ รับได้แล้วกระชากหนีคู่แข่งหลุดไปทางขวา ก่อนเปิดเข้ากลางให้ โดมินิก โซโบสไล ขึ้นขวิดเสียบตาข่าย ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง 3-0
นาที 71 แคร์นีย์ ชุกวูเมกา พาบอลลุยขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู รับได้ในพื้นที่เขตโทษ ก่อนโยกหนีกองหลังแล้วซัดเข้าไป เชลซีไล่มาเป็น 1-3
นาที 76 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน หลุดมาทางด้านซ้ายของเขตโทษแล้วเปิดเข้ากลางให้ ดาร์วิน นูนเญซ โขกไปชนคานเต็มๆ แต่ลิเวอร์พูลก็ยังเป็นฝ่ายแย่งบอลได้และบุกต่อ ก่อนจะเป็น ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ยิงจากนอกเขตโทษติดเซฟ ยอร์เย เปโตรวิช
นาที 79 ดาร์วิน นูนเญซ ชนะการปะทะแย่งบอลกับกองหลัง จากนั้นนูนเญซหลุดไปทางด้านซ้ายแล้วเปิดพุ่งต่ำไปถึงเสาสอง หลุยส์ ดิอาซ จึงปราดมายิงไม่เหลือ ลิเวอร์พูลจึงชนะอย่างขาดลอย 4-1
ทั้งคู่ลงสนามไป 22 นัดเท่ากัน ลิเวอร์พูลเก็บเพิ่มเป็น 51 คะแนน นำจ่าฝูงเช่นเดิม ส่วนเชลซีมี 31 คะแนน อยู่อันดับ 10

ทางด้าน “เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “เดอะ คลาเร็ตส์”เบิร์นลีย์
ครึ่งแรกนาที 16 มาเตอุส นูเนส ครองบอลทางด้านขวาของเขตโทษ ก่อนจะสบจังหวะแตะแล้วหยอดไปหน้าประตูให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ โขกเข้าไปง่ายๆ แมนฯ ซิตี้นำ 1-0
นาที 22 แมนฯ ซิตี้ได้ฟรีคิกระยะไกล เควิน เดอ บรอยน์ ตัดสินใจจ่ายขึ้นหน้าทะลุผ่านแนวรับให้ ฮูเลียน อัลวาเรซ หลุดเข้าเขตโทษแล้วตวัดยิงตามน้ำผ่านนายทวารเข้าสู่ก้นตาข่าย สกอร์กลายเป็น 2-0 และจบครึ่งแรกไปแบบนี้
ครึ่งหลังนาที 46 ฟิล โฟเดน เลี้ยงจี้ใส่แนวรับเข้าทางด้านขวาของเขตโทษ ก่อนจ่ายมาบริเวณเส้นหัวกะโหลกหน้าเขตโทษให้ โรดรี ตวัดยิงเสียบตาข่าย แมนฯ ซิตี้นำห่าง 3-0
นาที 90+3 เบิร์นลีย์ตีไข่แตกจนได้ ดาวิด ดาโตร โฟฟานา เลี้ยงลุยเข้าไปทางริมเขตโทษด้านขวา แล้วตบเข้ากลางไปถึง อามีน อัล-ดาคิล ยิงเผาขนเข้าไป แต่จบเกมแมนฯ วิตี้ก็ยังชนะอยู่ดี 3-1
ตอนนี้แมนฯ ซิตี้ลงเตะไปแล้ว 21 นัด เก็บไป 46 คะแนน ยึดรองจ่าฝูง ส่วนเบิร์นลีย์แข่ง 22 นัด มีอยู่ 12 คะแนน รั้งอันดับ 19
ผลอีกคู่ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ชนะ เบรนต์ฟอร์ด 3-2