แบดมินตันคนพิการถือเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่เป็นความหวังในมหกรรมกีฬาของทัพพาราลิมปิกไทย ซึ่งที่ผ่านมาหลายคนอาจคุ้นชื่อของ “แก่น” อำนวย เวชวิฐาน และ “ปุ๊” สุจิรัตน์ ปุกคำ สองสาวแกร่งที่สร้างชื่อเสียง และอยู่ในระดับโลกมาอย่างยาวนาน แต่ปัจจุบันไทยกำลังมีดาวรุ่งน่าสนใจ ที่ช่วง 1-2 ปีมานี้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว โดยเฉพาะการคว้าแชมป์โลก 2022 ที่ญี่ปุ่น และเหรียญทองอาเซียนพาราเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา
“โปเต้” ณัฐพงษ์ มีชัย เจ้าหนูมหัศจรรย์วัย 16 ปี คือดาวรุ่งคนดังกล่าว ที่ว่ากันว่าในอนาคตคือคนที่จะสร้างประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีนักแบดคนพิการไทยคนไหนเคยทำได้นั่นคือเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์
“โปเต้” ณัฐพงษ์ เป็นนักกีฬาแบดมินตันคนแคระในประเภท SH6 บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจุดเริ่มต้นในการเล่นแบดมินตันนั้นเกิดจาดความผูกพันธ์และได้รับการซึมซับมาตั้งแต่เด็กๆ

“ผมชอบเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็ก ตอนแรกก็เตะฟุตบอลเล่นกับเพื่อนๆแถวบ้าน แต่รู้สึกว่าร้อนแดด จึงหาอย่างอื่นทำ แล้วพอดีคุณพ่อกับคุณแม่ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่อยู่ที่สนามแบดมินตันกรุงเก่า ซึ่งผมก็ไปวิ่งเล่นที่สนามเป็นประจำอยู่แล้ว จึงอยากลองเล่นแบดมินตันดูบ้าง ทำให้รู้สึกว่ามันสนุกดีเลยเริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังมาตั้งแต่ 8 ขวบ”
ตลอดระยะเวลาหลายปี “โปเต้” ได้รับการฝึกฝนแบดมินตันกับครูผู้ฝึกสอนในสนามแบดมินตันกรุงเก่า รวมถึงได้ลงแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ต่างๆด้วยแต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ได้รับรู้ความเป็นจริงว่า ร่างกายของตัวเองนั้นสู้กับคนปกติไม่ไหว
“ผมได้รับการฝึกฝนให้เล่นกับคนปกติมาโดยตลอด ฝึกซ้อมแบบมืออาชีพวันละ 8 ชั่วโมง และยังได้ไปลงแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่างๆตามปกติ แต่สุดท้ายมันก็มีเรื่องของความต่างทางด้านร่างกายเข้ามาเกี่ยวไม่ว่าอย่างไรก็สู้เขาไม่ได้ ทำให้บางครั้งก็รู้สึกท้อเหมือนกัน”

แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “โปเต้” นั้นไม่ได้อยู่เพียงแค่ในสนาม นอกจากจะได้รับรู้ถึงความต่างทางด้านร่างกายแล้ว นอกสนามเขาก็มักจะถูกบูลลี่จากคนรอบข้างอีกด้วย แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่ “โปเต้” ได้พบกับเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือ
“ไอ้เตี้ย เป็นคำที่ผมมักจะได้ยินอยู่เสมอจากคนรอบข้าง บางครั้งจากรุ่นน้อง บางครั้งจากรุ่นพี่ ก็รู้สึกเสียใจ และรู้สึกแย่ที่เขาเรียกเราอย่างนั้น แต่ผมโชคดีที่เพื่อนของผมไม่มีใครล้อผมเลย กลับกันหากมีใครมาพูดไม่ดีใส่ ก็จะออกตัวแทนให้ บางครั้งไปเอาคืนให้ผมก็มี ต้องขอขอบคุณพวกเขาที่คอยช่วยเหลือ”

จุดเปลี่ยนของชีวิต “โปเต้” เกิดขึ้นตอนอายุ 14 ปี เมื่ออาจารย์ พิพัฒน์ จันทรไพจิตร ผู้จัดการทีมแบดมินคนพิการทีมชาติไทย ได้รับรู้ถึงความสามารถของ “โปเต้” จึงชวนให้เขาไปร่วมซ้อมกับทีมชาติไทย ก่อนที่ทักษะอันน่าทึ่งที่ฝึกฝนร่วมกับคนปกติมาแรมปีจะผลิดอกออกผล ทำให้เขาได้ติดทีมชาติไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่ญี่ปุ่น ปี 2022 ซึ่ง “โปเต้” ก็สร้างเซอร์ไพรส์คว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ และเป็นนักแบดมินตันที่อายุน้อยที่สุด ที่คว้าแชมป์โลกได้ด้วย

“กีฬาแบดมินตันนั้นช่วยเปลี่ยนชีวิตของผมไปเลย ผมได้กลายเป็นที่รู้จัก มีคนที่คอยส่งกำลังใจ และคอยสนับสนุน ที่สำคัญคือทำให้ผมสามารถหาเงินช่วยเหลือคุณพ่อคุณแม่ได้ ซึ่งเวลาเพียงแค่ 2 ปีที่ติดทีมชาติไทย ผมหาเงินช่วยครอบครัวได้แล้วเกือบ 5 แสนบาท อนาคตก็หวังจะไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เล่นต่อไปเรื่อยๆจนตัวเองไม่ไหว”
ปัจจุบัน “โปเต้” อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น แม้ยังไม่ใช่วัยที่ร่างกายอยู่ในช่วงพีกที่สุดแต่ก็พาตัวเองขึ้นไปรั้งอยู่ในอันดับ 10 ของโลกแล้ว เชื่อว่าในอนาคตหากเขาได้เติบโต เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และพัฒนาตัวเองต่อไป คงไม่ไกลเกินฝันที่จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแบดมินตันไทยคนแรก ก้าวไปถึงเหรียญทองพาราลิมปิกเกมส์