จากประเด็นในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก เกมที่ สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านเอาชนะ สโมสรราชบุรี เอฟซี 1-0 เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากฝั่งราชบุรี มองว่าผู้ตัดสินตัดสินไม่เป็นธรรมจากจังหวะที่พวกเขาควรได้ประตูตีเสมอในช่วงท้ายเกม

โดยเกมดังกล่าว ราชบุรี ออกไปพ่าย สุโขทัย 0-1 ซึ่งเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นเกิดขึ้นในนาทีที่ 90+4 หลัง กรวิชญ์ ทะเล ผู้เล่นของราชบุรี ส่งบอลเข้าประตูไปแล้ว ทว่า วุฒิพงษ์ เกตุคำ ผู้ตัดสินชี้ขาดในเกมนี้มองว่าเป็นการฟาวล์ไปก่อนหน้านี้ ทำให้ผู้มาเยือนชวดได้ประตูตีเสมอ

นอกจากนี้หลังเกมเพจอย่างเป็นทางการของสโมสร ราชบุรี ได้โพสต์ข้อความ พร้อมลงชื่อประธานสโมสร ว่าจังหวะดังกล่าวนั้นเป็นสิ่งที่ อัปยศ และ เลวร้ายที่สุด การกระทำดังกล่าวถือเป็นการทำร้ายฟุตบอลไทยอย่างที่สุด พร้อมทิ้งท้ายว่า ให้ย้อนดูจังหวะดังกล่าว ว่าเป็นการโกงหรือไม่

รวมถึง ประธานสโมสรราชบุรี เอฟซี ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงประเด็นดังกล่าวอีกครั้ง โดยมองว่าจังหวะดังกล่าวนั้นผู้ตัดสินเลือกที่จะตัดเกม ทั้งๆที่ราชบุรีมีโอกาสในการยิงประตู พร้อมระบุขอประกาศศึกกับผู้ตัดสินที่มีพฤติกรรมแบบนี้ ถ้าผู้ตัดสินคนดังกล่าวยังได้ขึ้นมาเป่าในไทยลีกอีก เจ้าตัวจะลาออกจากสภากรรมการสมาคมฟุตบอล

ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ นำโดย นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันฟุตบอล และเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน โดยกรณีที่น่าสนใจในการแข่งขันฟุตบอลรายการ “ไฮลักซ์ รีโว่ ไทยลีก” ไทยลีก 1 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2567 คู่ระหว่างสโมสรสุโขทัย เอฟซี พบ สโมสรราชบุรี เอฟซี

จากคำแถลงของคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ ระบุว่า ในนาทีที่ 90+4 ผู้เล่นหมายเลข 7 สโมสรราชบุรี เอฟซี ยิงเข้าประตูตีเสมอ จากจังหวะจ่ายบอลของผู้เล่นหมายเลข 11 สโมสรราชบุรี เอฟซี ซึ่งผู้ตัดสินอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 2 เมตร สามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจน โดยสโมสรราชบุรี เอฟซี เป็นฝ่ายครอบครองบอล ต่อหน้าผู้ตัดสิน ในจังหวะแรกไม่ได้เป่าฟาล์ว จนได้บอลมาตีเสมอ กลับเป่าตัดฟาล์ว ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันเป็นอย่างมาก พอเริ่มกลับมาแข่งขันต่อ ผู้ตัดสินกลับเป่าจบเวลาการแข่งขัน

ส่วนผลการพิจารณา ลงโทษนายวุฒิพงศ์ เกตุคำ ผู้ตัดสิน ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันฯ หมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ที่เป่าฟาวล์และไม่ปฏิบัติตามหลักการของ VAR Protocol ส่งผลต่อการเป็นประตู และมีผลต่อการแข่งขัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน