เจอร์เกน คล็อปป์ อดีตผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ส่งคำพูดสุดแสบถึง 3 บิ๊กทีมพรีเมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในงานอีเวนต์พิเศษที่เป็นการอำลาเจ้าตัวกับ “หงส์แดง”

โดย คล็อปป์ อดีตกุนซือ ลิเวอร์พูล ไปร่วมอีเวนต์พิเศษที่เป็นการจัดขึ้นที่ เอ็มเอสแบงก์ อารีนา เพื่อเป็นการพบปะ และอำลาแฟนบอล “หงส์แดง” อย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 28 พ.ค. โดยมีคนมาเข้าร่วมกว่า 11,000 ราย

และภายในงานดังกล่าว คล็อปป์ ได้พูดเรื่องการตัดสินใจย้ายมาคุมทีม ลิเวอร์พูล ว่า เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตนอกจากการแต่งงานกับ อุลลา ภรรยาของเจ้าตัว

Liverpool manager Jurgen Klopp speaks during an event at the M&S Bank Arena Liverpool to say goodbye in Liverpool, England, Tuesday, May 28, 2024. Klopp has left the club following nine years in charge where he was able to win eight major honours including the Premier League and Champions League. Liverpool and West Ham replaced Klopp and David Moyes with Arne Slot and Julen Lopetegui, respectively. (Peter Byrne/PA via AP)

 

นอกจากนั้นเฮดโค้ชวัย 56 ปี ถูกถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นหาก แมนฯ ซิตี้ โดนตัดสินว่าละเมิดกฎการเงิน 115 ข้อหาจริง และมีการริบแชมป์ลีก 2 สมัยในปี 2018-19 และ2021-22 ซึ่งเจ้าตัวตอบเอาฮาว่า “ถ้าคุณจะจัดขบวนรถบัสฉลองแชมป์ที่ว่า ผมก็จะมาร่วมขบวนด้วยแน่ ผมไม่สนหรอกว่ามันจะกินเวลานานเท่าไหร่ ไม่สนเลยสักนิด”

ขณะเดียวกัน คล็อปป์ ชื่นชม การบริหารงานของ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) กลุ่มทุนเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล และได้พูดถึงกลุ่มทุนของ ท็อดด์ โบห์ลี เจ้าของทีม เชลซี ด้วย

“คุณนึกภาพออกไหมว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นยังไงถ้าใช้เงินได้แบบไร้ขีดจำกัด ? ลองนึกภาพถ้า คีลิยัน เอ็มบัปเป ย้ายมาเล่นที่นี่ หาก จู๊ด เบลลิงแฮม ย้ายมาเล่นที่นี่ และหาก เออร์ลิง ฮาลันด์ มาเล่นกับที่นี่ แต่นั่นไม่ใช่แนวทางของเราอยู่แล้ว มันไม่เข้ากับแนวทางของเรา เราคว้าแชมป์ตามที่เราทำได้ และเราก็ทำได้ด้วยแนวทางของ ลิเวอร์พูล เรามีการหารือกันอย่างหนักขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นสโมสรอื่นๆ ไม่ได้ทำแบบเรา”

“เราสร้างอัฒจันทร์ใหม่ 2 ฝั่ง, สร้างสนามซ้อมแห่งใหม่, เรานำ เมลวู้ด กลับมาเป็นของเราได้ ที่จริงผมก็คิดตั้งแต่ตอนที่เราขายมันไปแล้วว่าการขาย เมลวู้ด เป็นความคิดที่ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา เหล่าเจ้าของทีมทำในสิ่งที่เจ้าของทีมทำกัน ช่างน่าเซอร์ไพรส์ นั่นคือเหล่าเจ้าของทีมต้องการเงิน ขอโทษด้วยที่ผมต้องบอกกับคุณแบบนั้น อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ว่าพวกเขาได้เงินทุกวันหรอกนะ พวกเขาควักเงินลงทุนไปกับบางอย่างด้วย”

“โลกมันเป็นแบบนั้น เราควรจะดีใจที่เรามีพวกเขามาเป็นเจ้าของทีมของเรา ไม่ใช่พวกที่ไปซื้อทีมในกรุงลอนดอน ถ้าคนกลุ่มนั้นมาเป็นเจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ผมคงไม่มีทางอยู่กับทีมได้ถึง 1 ปีแน่ๆ”

“อารมณ์ของเจ้าของทีมกลุ่มนั้นเป็นประมาณว่า เรามีพัฒนาการที่ดีนะ แต่ไม่ดีพอ เพราะงั้นปลดเขาซะ จากนั้นอีก 1 ปีก็ ปลดอีกคน จนท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็เล่นฟุตบอลได้ดีจนทำให้ทุกคนคิดว่า พวกเขาอาจจะกลับมาแล้วก็ได้ แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยังปลดกุนซือออกไปอยู่ดี”

“หลายคนมักจะคิดว่าสถานการณ์ของที่อื่นดีกว่าทีมของตัวเองอยู่เสมอ แต่ที่จริงแล้วเรามีกลุ่มเจ้าของทีมที่มีความรับผิดชอบในการทำงานกับสโมสรอย่างมาก และทำงานหนัก เพื่อให้ทีมได้ประสบความสำเร็จ ผมรู้สึกว่าตัวเองได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี เราทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว และผมก็พอใจกับสิ่งที่ทำได้”

เท่านั้นยังไม่พอ คล็อปป์ ยังเหน็บ แมนยู ในกรณีการจัดการกับนักเตะ “ถ้าคนทั้งโลกสูญเสียความไว้วางใจ และหมดศรัทธาในตัวนักเตะคนใดคนหนึ่ง คนเป็นผู้จัดการทีมก็คือคนที่ต้องหนุนหลังนักเตะ ผมไม่สามารถยอมรับกับแนวคิดที่ว่า เขาไม่มีประโยชน์ เหมือนที่ทีมอื่นๆ กัน เช่นทีมที่ซื้อนักเตะด้วยเงิน 80 ล้านปอนด์แล้วปล่อยเขาไปเล่นกับที่อื่นแบบยืมตัว”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน