การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024 เมื่อคืนวันที่ 21 มิถุนายน ที่ไลป์ซิก สเตเดียม (เรดบูลล์ อารีนา) เมืองไลป์ซิก ประเทศเยอรมนี เป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี นัดที่ 2 เนเธอร์แลนด์ ลงพบกับ ฝรั่งเศส โดยก่อนหน้านี้นัดแรก เนเธอร์แลนด์ เอาชนะ โปแลนด์ 2-1 ส่วน ฝรั่งเศส ชนะ ออสเตรีย 1-0

เกมนี้ เนเธอร์แลนด์ มาในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย บาร์ต แฟร์บรูกเกน : เดนเซล ดุมฟรีส์, สเตฟาน เดอ ไฟร, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, นาธาน อาเก : เยอร์ดี สเคาเตน, ชาวี ซิโมนส์, ทิจจานี ไรน์เดอร์ส : เจเรมี ฟริมปง, เมมฟิส เดอปาย, โคดี กักโป

ด้าน ฝรั่งเศส มาในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย ไมก์ เมนญอง : ฌูลส์ คุนเด, ดาโยต์ อูปาเมกาโน, วิลเลียม ซาลิบา, เธโอ แอร์กน็องเดซ : ออเรเลียง ชูอาเมนี, เอ็นโกโล ก็องเต, อาเดรียง ราบิโอต์ : อุสมาน เดมเบเล, มาร์กกุส ตูราม, อ็องตวน กรีซมันน์ โดยเกมนี้ คีลิยัน เอ็มบัปเป แนวรุกคนสำคัญที่ได้รับบาดเจ็บจมูกหักมาจากเกมชนะ ออสเตรีย 1-0 นั้นมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรอง

เริ่มเกมช่วงแรกเป็นฝรั่งเศส ที่ดูสร้างสรรค์โอกาสทำประตูได้จะแจ้งกว่า นาที 14 มาร์กกุส ตูราม ดีดบอลให้ อาเดรียง ราบิโอต์ ได้หลุดเข้าไปดวลกับ บาร์ต แฟร์บรูกเกน ผู้รักษาประตูเนเธอร์แลนด์เดี่ยวๆ แต่สุดท้าย ราบิโอต์ เลือกจ่ายให้ อ็องตวน กรีซมันน์ ที่อยู่ตำแหน่งดีกว่า จนกลายเป็นบอลย้อนหลังทำให้ พลาดโอกาสยิงทำประตูอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นเกมเปิดแลกกันสนุก ทั้งสองทีมรุกรับสวนกันอย่างได้ลุ้น แต่สุดท้ายยังขาดๆเกินๆ ทำให้ จบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลังเกมยังคงเปิดแลกกัน ทั้งสองทีมต่างเร่งเครื่องเพื่อเก็บชัยชนะ นาที 69 เป็นโอกาสของ เนเธอร์แลนด์ จากจังหวะของ เดปาย ที่ได้พลิกยิงในกรอบเขตโทษ ไมก์ เมนญอง เซฟได้แต่บอลยังไป เข้าทาง ชาวี ซิโมนส์ ที่ซัดจังหวะเดียวสวนตูมเข้าประตู อย่างไรก็ตาม เนเธอร์แลนด์ ได้ดีใจกันเพียงครู่เดียว ก็ต้องกลับมาเสียดายกันยกใหญ่ เมื่อผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจากไลน์แมนให้เป็นลูกล้ำหน้า เพราะมี เดนเซล ดุมฟรีส์ ไปยืนบังทาง ไมก์ เมนญอง เอาไว้ ซึ่งเมื่อเช็กวีเออาร์แล้ว ผู้ตัดสินยังยืนยันคำตัดสินเดิม ทำให้เกมยังเสมอกันที่ 0-0

ช่วงเวลาที่เหลือ ทั้งสองทีมยังพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่กัน แต่จนแล้วจนรอด ไม่สามารถเจาะประตูกันได้ จบ 90 นาที เนเธอร์แลนด์ เสมอ ฝรั่งเศส 0-0 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้ทั้งสองทีม มี 4 คะแนน เท่ากัน มีโอกาสกอดคอกันเข้ารอบต่อไปสูง

และจากผลเสมอนัดนี้ยังส่งผลให้ โปแลนด์ อันดับ 4 ของกลุ่ม ที่ยังไร้แต้ม ตกรอบแน่นอนแล้ว แม้จะเหลือการแข่งขันอีก 1 นัด เนื่องจากนัดสุดท้าย ต่อให้ โปแลนด์ เอาชนะ ฝรั่งเศส ได้จะมีเพียง 3 แต้มเท่านั้น ซึ่งเมื่อวัดเฮดทูเฮดแล้วยังแพ้ ออสเตรีย ทีมอันดับ 3 ที่มี 3 คะแนน จากการแข่ง 2 นัด

สำหรับนัดต่อไป เนเธอร์แลนด์ จะพบ ออสเตรีย ส่วน ฝรั่งเศส จะพบ โปแลนด์ โดยทั้งสองคู่จะเตะพร้อมกัน ในวันที่ 25 มิถุนายน เวลา 23.00 น.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน