การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2024 ประจำวันที่ 25 มิถุนายน เกมในกลุ่ม ดี ระหว่าง “กังหันสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ เจอกับ ออสเตรีย ที่สนามโอลิมเปียสตาดิโอน กรุงเบอร์ลิน
คู่นี้เคยเจอกันมาทั้งหมด 19 ครั้ง เนเธอร์แลนด์ชนะ 9 นัด เสมอกัน 4 นัด ออสเตรียชนะ 6 นัด หนล่าสุดพบกันในยูโร 2020 รอบแบ่งกลุ่ม เนเธอร์แลนด์ชนะ 2-0
ส่วนผลงานในศึกยูโร ลงแข่ง 2 นัดเท่ากัน เนเธอร์แลนด์ชนะ 1 เสมอ 1 เก็บไป 4 คะแนน นำจ่าฝูง จากการชนะโปแลนด์ 2-1 และเสมอฝรั่งเศส 0-0 เข้ารอบแน่นอนแล้ว อยู่ที่ว่าจะจบอันดับไหนของกลุ่มเท่านั้น
ส่วนออสเตรียชนะ 1 แพ้ 1 มีอยู่ 3 คะแนน อยู่อันดับ 3 จากการแพ้ฝรั่งเศส 0-1 และชนะโปแลนด์ 3-1 สถานการณ์แทบไม่กดดันแล้ว เพราะเกมนี้ขอแค่ไม่แพ้ก็ฉลุยทันที หรือแพ้สกอร์ห่างไม่เกิน 3 ประตูก็จะเข้ารอบเช่นกัน
ขณะที่ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม เนเธอร์แลนด์ ส่ง บาร์ต แฟร์บรูกเกน, ลุตชาเรล เกียร์เตราดา, สเตฟาน เดอ ไฟร, เฟอร์จิล ฟาน ไดก์, นาธาน อาเก, เยอร์ดี สเคาเตน, ทิจจานี ไรน์เดอร์ส, โจอี เฟียร์มัน, ดอนเยลล์ มาเลน, เมมฟิส เดอปาย, โคดี กักโป
ออสเตรีย ประกอบด้วย พาทริก เพนต์ซ, อเล็กซานเดอร์ พราสส์, ฟิลิปป์ เลียนฮาร์ต, มักซิมิเลียน โวเบอร์, สเตฟาน พอช, โฟลเรียน กริลลิตช์, นิโคลัส ไซวาล์ด, โรมาโน ชมิด, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, พาทริก วิมเมอร์, มาร์โก อาร์เนาโตวิช
ช่วงต้นเกมเป็น ออสเตรีย ที่ได้ทำเกมขึ้นมาทักทายฝั่ง เนเธอร์แลนด์ก่อน แต่ยังไม่ได้จังหวะเข้าถึงหน้าปากประตู
เกมดำเนินมาเพียงแค่นาทีที่ 6 ของเกม ออสเตรียทำเกมขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเปิดเข้ามาถึงหน้าปากประตู และเป็น ดอนเยลล์ มาเลน ผู้เล่นของเนเธอร์แลนด์ สกัดบอลพลาดเข้าประตูไป ทำให้ขุนพลออสเตรีย ออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0

REUTERS/Fabian Bimmer
หลังเสียประตูแบบสุดช็อก กังหันสีส้มพยายามทำเกมเพื่อทวงประตูคืน เพียงแต่เกมรุกของพวกเขายังไม่เด็ดขาดพอที่จะยิงประตูได้
นาทีที่ 13 เนเธอร์แลนด์ทำเกมรุกต่อเนื่อง และ โคดี กักโป มีจังหวะได้เปิดเข้ามาหน้าปากประตู ทิจจานี ไรน์เดอร์ส ที่ไร้ตัวประกบได้แปลแต่บอลโดนไม่เต็มเท้าเฉี่ยวออกเสาประตูไป
นาทีที่ 23 เนเธอร์แลนด์เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ซัดของ ดอนเยลล์ มาเลน แต่สุดท้ายบอลผ่านหน้าปากประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย
ช่วง 20 นาทีท้ายของครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างเปิดเกมรุกเข้าใส่กัน ต่างฝ่ายต่างมีจังหวะที่ได้ลุ้นทำประตู แต่ยังไม่มีทีมใดทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก เป็น ออสเตรีย ที่ออกนำอยู่ 1-0
เริ่มครึ่งหลังเพียง 2 นาที ชาวี ซิโมนส์ แย่งบอลมาจากผู้เล่นออสเตรียและลากเกมขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจ่ายให้ โคดี กักโป ได้ซัดด้วยเท้าขวาเสียบเสาสองเข้าไปอย่างเด็ดขาด ให้ทัพกังหันตามตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ และเป็นประตูที่2 ของแข้งวัย 25 ปี ในทัวร์นาเมนต์นี้

REUTERS/Annegret Hilse
หลังจากได้ประตูตีเสมอ เนเธอร์แลนด์ มีโอกาสมีหลายครั้งในการจะบวกสกอร์เพิ่ม แต่พวกเขายังทำไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตามเมื่อโจมตีคู่ต่อสู้ไม่ได้ เนเธอร์แลนด์ก็ถูกลงโทษ นาทีที่ 59 จากจังหวะที่ โฟลเรียน กริลลิตช์ เปิดบอลจากริมเส้นเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น โรมาโน ชมิด พุ่งตัวโหม่งแบบสุดท้ายบอลเข้าประตูไป พร้อมพาออสเตรียออกนำอีกครั้ง 2-1
เนเธอร์แลนด์ยังคงโหมเข้าใส่ แต่ยังเจาะเกมรับของออสเตรียไม่ได้ จนกระทั่งนาทีที่ 76 โคดี กักโป เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เวาต์ เว็กฮอร์สต์ ได้โหม่งเช็ดบอลมาเข้าทางของ เมมฟิส เดอปาย ได้ซัดเข้าประตูไป
อย่างไรก็ตามจังหวะดังกล่าวผู้ตัดสินมองว่า เดอปาย ทำแฮนด์บอลไปก่อนแล้ว แต่หลังจากเช็กวีเออาร์ ผู้ตัดสิน ตัดสินให้ประตูดังกล่าวเป็นประตูตีเสมอ 2-2 ของเนเธอร์แลนด์
นาทีที่ 80 แฟนบอลออสเตรียได้เฮลั่นสนาม หลังได้ประตูออกนำจากการประสานงานของ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ กับ คริสทอฟ เบาม์การ์ตเนอร์ ก่อนสุดท้ายจบที่ ซาบิตเซอร์ ได้ยิงเข้าไป ออสเตรียออกนำอีกครั้ง 3-2

REUTERS/Fabrizio Bensch TPX IMAGES OF THE DAY
ถัดมาอีกสองนาที ออสเตรียเกือบได้เฮอีกครั้ง หลัง คริสทอฟ เบาม์การ์ตเนอร์ ได้ยิงมุมแคบเข้าไป แต่จังหวะดังกล่าวล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
เนเธอร์แลนด์ ยังเดินหน้าหวังทวงประตูตีเสมอ และเกือบได้เช่นกันกัน จาก เวาต์ เว็กฮอร์สต์ แต่บอลหลุดกรอบประตูออกไป
จากนั้นทีมกังหันสีส้ม พยายามโหมหนักแต่ยังไม่ผ่านมือ พาทริก เพนต์ซ ผู้รักษาประตูของออสเตรีย จบ 90 นาที เป็น ออสเตรีย เฉือนเอาชนะ เนเธอร์แลนด์ เป็นแบบสุดมัน 3-2
สรุปตารางคะแนนกลุ่มดี ออสเตรีย มี6 คะแนนจากการลงเล่น 3 นัด เข้ารอบด้วยการเป็นจ่าฝูงของกลุ่ม อันดับสองเป็นของ ฝรั่งเศส มี 5 คะแนน และอันดับสาม เนเธอร์แลนด์ เข้ารอบด้วยการเป็นอันดับสามที่ดีที่สุด และอันดับ 4 ในขณะที่ โปแลนด์ ตกรอบด้วยการมีเพียง 1 คะแนน