ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมาโพสต์ชี้แจงประเด็น พลังกาญจน์ เอฟซี ทวงถาม มาดามแป้ง จ่ายเงินไม่ครบตามที่ตกลง ชี้เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน
จากกรณีที่ พลังกาญจน์ เอฟซี หรือชื่อเดิม ดราก้อน ปทุมวัน กาญจนบุรี เอฟซี เคยออกมาเผยว่า “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จะลงทุนควักเงินส่วนตัวกว่า 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือทีม เนื่องจากต้องเลื่อน เกมการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอ คัพ 2023/24 กับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งเดิมที พลังกาญจน์ เอฟซี มีท่าทีว่าจะยอมให้ แบงค็อก ได้แชมป์โดยไม่ลงแข่งขัน เนื่องจากต้องแบกรับค่าใช้จ่าย แต่สุดท้ายมีการเจรจากัน และยอมลงทำการแข่งขันปกติ โดยเกมดังกล่าว แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายชนะจุดโทษคว้าแชมป์ไปครอง
อย่างไรก็ตามล่าสุด เพจ Kanchanaburi Power FC – พลังกาญจน์ เอฟซี ได้โพสต์ข้อความถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมีการทวงถามถึงจำนวนเงินดังกล่าว ที่ได้รับเพียง 5 แสนบาท พร้อมกับยืนยันว่าจะไม่รับเงินดังกล่าวหากไม่ครบตามจำนวนที่ตกลงไว้
ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 ก.ค.67 “เดอะตุ๊ก” นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน โฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นการชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใจความระบุว่า
สวัสดีครับ ผม นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ในนามโฆษกของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ
ขออนุญาตใช้พื้นที่ส่วนตัว ชี้แจงเกี่ยวกับการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ในประเด็นตามที่ สโมสรพลังกาญจน์ เอฟซี แถลงการณ์ออกมา และ ต้องอภัยสโมสรฯ ในความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน โดยใช้พื้นที่นี้เพียงแค่ต้องการให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น และ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสมาคมฯ ครับ
“เรื่องนี้ ต้องแยกเป็นสองประเด็น ประเด็นแรก คือ นายกสมาคมฯ ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในการพูดคุยหรือ รับปากด้วยวาจากับทาง สโมสร พลังกาญจน์ เอฟซี ในเรื่องที่จะมอบค่าใช้จ่าย จำนวนเงิน 1 ล้านบาท อีกทั้งตาม ระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ ก็ไม่สามารถทำได้ที่ตัวของ นายกสมาคมฯ หรือ สมาคมฯ จะมอบเงินให้กับทีมใดทีมหนึ่ง เพื่อให้เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลนัดใดนัดหนึ่ง”
“ส่วนตัวผม โดยเท่าที่ได้สอบถาม พบว่าบุคคลที่ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าว เป็นหนึ่งในทีมงานของ ท่านนายกฯ ที่หวังดีและพยายามหาทางออกให้กับสโมสรในช่วงเวลานั้น แต่รูปแบบของการชดเชยที่พูดไว้ เป็นในเชิง ให้การสนับสนุนทีมในฐานะสปอนเซอร์ ระหว่างบริษัทหนึ่ง กับ สโมสรเท่านั้น โดยจะมีการสนับสนุนในฤดูกาลถัดไป ตามรูปแบบปกติของบริษัททั่วไป ซึ่งตรงนี้การพูดคุยในรายละเอียดกันอาจมีความคลาดเคลื่อน หรือ ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ซึ่งตรงนี้อาจทำให้สโมสร พลังกาญจน์ เอฟซี มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน“
“ประเด็นที่สอง ในฐานะของสมาคมฯ การสื่อสารต่างๆ หรือการทำข้อตกลงต่างๆ กันสโมสร หรือ องค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ จะต้องเป็น นายกสมาคมฯ เลขาธิการสมาคมฯ โฆษกสมาคมฯ สภากรรมการ หรือ บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายในภารกิจนั้นๆ เท่านั้น ซึ่งต่อจากนี้กฎระเบียบต่างๆ ของสมาคมฯ จะถูกนำมาใช้เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และทำให้สโมสรสมาชิกเข้าใจผิดหรือคลาดเคลื่อนอีกต่อไป”
“ในนามของโฆษกสมาคมฯ ขอยืนยันอีกครั้งว่า สมาคมฯ ไม่มีนโยบายจ่ายเงินให้ทีมใดทีมหนึ่ง เพื่อเข้าร่วมแข่งขัน เพราะมิเช่นนั้นแล้วก็ต้องจ่ายทีมอื่นๆ ด้วย แต่เรามีนโยบายที่จะพัฒนาฟุตบอล ไทยให้เจริญก้าวหน้า ทั้ง องคาพยพ และมีนโยบายที่จะให้สโมสรฟุตบอลได้รับเงินสนัสนุนอย่าง เต็มความสามารถ ตามความตั้งใจของ นายกสมาคมฯ และ สมาคมฯ ทั้ง ไทยลีก 1 ไทยลีก 2 ไทยลีก 3 และทีมชาติไทย เพื่อให้ทุกสโมสรสมาชิกภายใต้ สมาคมฯ เดินหน้าต่อไป เช่นเดียว กับภาพรวมของวงการฟุตบอลไทย”
“อะไรที่ไม่ดี หรือ ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ถือเป็นบทเรียนที่ต่อไปจะต้องไม่ให้เกิดขึ้น อีก และ ผมต้องขออภัย สโมสร พลังกาญจน์ เอฟซี อีกครั้ง ที่เกิดเรื่องที่ทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนในครั้งนี้ สุดท้ายนี้สมาคมฯ ของยืนยันว่าจะร่วมมือกับทุกสโมสรพัฒนาวงการฟุตบอลไทยต่อไป ขอบคุณครับ”