“บิ๊กปิ๊บ” ปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ตอบคำถามประเด็นต่างๆ ผ่านทางไลฟ์พิเศษ The South Stand รวมถึงประเด็นการลาออกจากสภากรรมการสมาคมฟุตบอลไทย จนกลายเป็นดราม่าว่าแตกหักกับ “มาดามแป้ง”นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมฟุตบอลคนปัจจุบัน
ในประเด็นดังกล่าวนายใหญ่ เดอะ แรบบิท ชี้แจงว่า ยังคงทำงานร่วมกัน เพียงแต่ในคนละบทบาท ซึ่งในบทบาทของตน คือทำงานในนามสโมสร และร่วมกันพัฒนาฟุตบอลลีก ไปจนถึงทีมชาติ
โดย นายปวิณ กล่าวว่า “ณ วันนี้ยังปกติอยู่ ไม่ได้มีอะไร แค่เพียงอย่างที่บอกว่าผมทำงานในนามของสโมสรแล้ว เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องเดินต่อ เราประชุมไทยลีกเราก็ต้องเจอกันอยู่ดี ประชุมนั่นนี่ที่เกี่ยวกับฟุตบอลไทย โดยเฉพาะลีก ก็หนีไม่พ้น เราต้องเจอกันอยู่”
“เรื่องก็คือ การที่เราสโมสรทุกสโมสรมีหลักเกณฑ์ หลักการ จุดยืนของตัวเอง และการที่จะเดินต่อยังไงสุดท้ายก็ร่วมช่วยกันพัฒนาลีก เพื่อให้มีศักยภาพมากกว่านี้ ตะกุกตะกักยังไงก็ต้องสู้ไป โจทย์มีอยู่แค่นั้น”
“ผมยังยืนยันว่า ทุกมุมการกระทำของผม ทุกมุมมองมีทั้งซ้ายและขวา ทั้งหน้าและหลัง คิดได้หมด ให้ผมตอบวันนี้ก็จะมีอีกสี่มุมที่จะมีการตอบ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ผมพูด ด้านดีไม่ดี ด้านบวกด้านลบ ผมจะบอกว่าผมอยู่ในวงการฟุตบอล เป็นหนึ่งในผู้บริหารสโมสร 16 ทีม ที่มีหน้าที่ร่วมจับมือกัน ผลักดันให้ฟุตบอลลีกมันโตไป และตรงนี้มันก็นำไปสู่ทีมชาติไทยทุกรุ่น ผมจบได้แค่ว่าสุดท้ายเราก็ต้องร่วมมือกันอยู่ดี แต่ในบทบาทไหน ก็แต่ละคนมีบทบาท”
นอกจากนี้ นายปวิณ ยังตอบคำถามที่ว่าจะมีโอกาสกลับมาร่วมงานกับ มาดามแป้ง นวลพรรณ อีกหรือไม่ ซึ่งเรื่อง บิ๊กปิ๊บ กล่าวว่า “ทุกวันนี้ยังทำงานกันอยู่ ในบทบาทที่แตกต่างกันไป ถ้าอยู่ดีๆผมไม่ทำฟุตบอลแล้ว ผมไม่ยุ่งเกี่ยวกับวงการฟุตบอลอันนั้นคือแยกไปเลย”
“แต่ในขณะเดียวกันผมมีบทบาทของผมในวันนี้ และมันก็มีส่วนเกี่ยวข้องธุรกิจฟุตบอล เกี่ยวกับลีก เราก็เกี่ยวข้องกันตรงทีมชาติอยู่ดี จะเป็นในบทบาทของสปอนเซอร์ ในบทบาทของการดูแลผู้เล่น ในบทบาทของอื่นๆ ยังไงก็ยังทำงานร่วมกันอยู่ ถ้าพูดในรูปแบบของภาพใหญ่แต่ในบทบาทเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง”
ส่วนในประเด็นการลาออกจากสภากรรมการ และลาออกจากการทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลทีมฟุตบอลชายรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะกระทบกับทีมชาติหรือไม่ นายปวิณ ยืนยันว่ายังคงสนับสนุนทีมชาติเหมือนเดิม หากสมาคมฟุตบอลต้องการ
“เรามีคอนแทคกันและกัน และยังสนับสนุนกันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำการ หรือแม้กระทั่งชุดใหญ่ หรือชุดยู-23 ถ้าต้องการเข้ามาใช้ เราก็ยังซัพพอร์ตกันอยู่ อยู่ในสัญญา ผมไม่ได้ไปไหน รูปแบบของความคิด กับ นโยบาย มันไม่เหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำให้ตัวอื่นมันหายไป มันก็ยังอยู่
ขณะที่คำถามที่ว่าจะมีโอกาสหรือไม่ ที่นายปวิณ จะหันมาลงสมัครเป็นนายกสมาคมฟุตบอลไทยในสมัยหน้า ซึ่งเรื่องนี้เจ้าตัวปฎิเสธ พร้อมกล่าวเสริมว่า สิ่งที่จะทำมีเพียงการช่วยพัฒนาฟุตบอลลีกให้แข็งแกร่งเท่านั้น
“ไม่ครับ เป้าหมายของผมคือเข้ามาช่วยเป็นหนึ่งสโมสรที่เข้ามาช่วยวงการฟุตบอล ซึ่งก็ตอบโจทย์มาตั้งแต่ต้นแล้ว ตั้งแต่ปี 2006 เราก็ช่วยในบทบาท มันไม่มีคนไหนคนเดียวที่ทำได้หมดหรอกครับ แต่เราจะเลือกว่าเรา มีความแข็งแกร่งด้านไหนแล้วเราเข้าไปช่วยตรงนั้น”
“ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่า บีจี ก็อยู่ในจุดที่คนในวงการฟุตบอลก็ทราบว่าเราแข็งเรื่องอะไร อ่อนเรื่องอะไร เราก็จะเอาเรื่องแข็งที่เราเก่งมาช่วยพัฒนาในส่วนนี้ ส่วนทีมอื่นเขาก็มีเรื่องที่เขาเก่ง แล้วมาผสมผสานกัน กับอีกสโมสร มันก็ช่วยกันหมด แต่อย่างที่บอกการพัฒนาพื้นฐาน ของนักฟุตบอลก็มาจากสโมสร สุดท้ายก็อยู่ที่ทีมชาติที่จะต้องวางแผนการให้ชัดเจนก่อน”
ชมไลฟ์เต็มได้ที่