ศึกฟุตบอล ยูโร 2024 ปิดฉากลงไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทีมงานข่าวสดได้เลือกนักเตะที่โดดเด่นประจำทัวร์นาเมนต์มา 11 ราย จัดเป็นทีมยอดเยี่ยมด้วยแผนการเล่น 4-5-1

ทีมยอดเยี่ยม ยูโร 2024 ของข่าวสด

ผู้รักษาประตู : ดิโอโก คอสตา (โปรตุเกส)

ได้ลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ 5 นัด เสียไป 3 ประตู และเก็บคลีนชีต 3 นัด มีจังหวะเซฟในเกมรวมทั้งหมด 11 ครั้ง ตัวเลขตรงนี้ถือเป็นสถิติที่ดี แม้จะยังไม่ใช่คนที่เด่นสุด

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ของคอสตาอยู่ที่แมตช์รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่งทีมเสมอสโลวีเนียในเวลา 120 นาที 0-0 แล้วชนะจุดโทษ 3-0 มือกาวรายนี้ได้เซฟจังหวะสำคัญที่ผู้เล่นสโลวีเนียหลุดเดี่ยว จากนั้นเซฟจุดโทษรวดเดียว 3 หน ความโดดเด่นนี้ไม่มีผู้รักษาประตูคนไหนเทียบได้อีกแล้ว

(REUTERS/Wolfgang Rattay)

แบ๊กขวา : ฌูลส์ คุนเด (ฝรั่งเศส)

แม้เรื่องเกมรุกจะดูไม่มีอะไรน่าสนใจนัก แต่ในแง่เกมรับแล้วต้องบอกว่าคุนเดมีสถิติบางด้านที่โดดเด่นเมื่อเทียบกับนักเตะตำแหน่งเดียวกัน

ทัวร์นาเมนต์นี้คุนเดชิงบอลมาให้ทีมได้ 41 ครั้ง มากสุดเป็นอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ และวิ่งระยะทางรวม 66.6 กิโลเมตร มากสุดในทีมและเป็นอันดับ 10 ของทัวร์นาเมนต์ โดยเจ้าตัวยังได้รางวัลเพลเยอร์ ออฟ เดอะ แมตช์ 1 นัดด้วย

(REUTERS/Kacper Pempel)

เซนเตอร์แบ๊ก : มาร์ก เกอี (อังกฤษ)

แม้จะเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่หนแรกในอาชีพ แต่เกอีก็ถือว่าโชว์ฟอร์มได้ดี จนช่วยให้อังกฤษผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ

เกอีมีสถิติชิงบอลให้ทีมได้มากถึง 44 ครั้ง สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของทัวร์นาเมนต์ นอกนั้นยังมีการเข้าปะทะ 6 ครั้ง เคลียร์บอลสำเร็จ 7 ครั้ง บล็อกลูกยิง 7 ครั้ง ขณะที่เกมรุกเองก็ยังมีบทบาทกับการจ่ายบอล 443 ครั้ง เข้าเป้า 92.67% และแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงได้ 1 ประตูด้วย

(REUTERS/Piroschka Van De Wouw)

เซนเตอร์แบ๊ก : ยาคา บิโยล (สโลวีเนีย)

แม้สโลวีเนียจะจบเส้นทางเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ทีมก็ไม่แพ้คู่แข่งรายไหนทั้งในเวลา 90 นาที และ 120 นาที ซึ่งเกมรับนั้นเป็นปัจจัยสำคัญกับผลงานไร้พ่าย และบิโยลเป็นแกนหลักของแดนหลังที่ทีมขาดไม่ได้เลย

ทัวร์นาเมนต์นี้บิโยลมีสถิติเกมรับโดดเด่น โดยเคลียร์บอลสำเร็จถึง 36 ครั้ง เป็นจำนวนสูงสุดของทัวร์นาเมนต์ นอกนั้นยังมีเข้าปะทะ 12 ครั้ง ชิงบอลให้ทีมได้ 25 ครั้ง บล็อกลูกยิง 6 ครั้ง ช่วยให้สโลวีเนียกลายเป็นทีมที่ถูกเจาะตาข่ายได้ยากมากๆ

(REUTERS/Lee Smith)

แบ๊กซ้าย : มาร์ก กูกูเรยา (สเปน)

ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น กูกูเรยาโดนวิจารณ์อย่างหนักถึงฟอร์มการเล่นกับสโมสรที่ย่ำแย่ จนถูกมองว่าไม่น่าติดทีมชาติด้วยซ้ำ แต่แข้งรายนี้ก็ลบคำสบประมาทอย่างหมดจด

กูกูเรยาเป็นแบ๊กซ้ายที่ไม่บกพร่องในเกมรับ ชิงบอลให้ทีมได้ 34 ครั้ง มากเป็นอันดับ 9 ของทัวร์นาเมนต์ และวิ่งระยะทางรวม 63.1 กิโลเมตร เป็นอันดับ 12 ของทัวร์นาเมนต์

ส่วนเกมรุก กูกูเรยาก็เป็นตัวช่วยสำคัญในการขับเคลื่อนเกมทางกราบซ้ายของสเปน โดยจ่ายบอล 323 ครั้ง เข้าเป้า 92.17% ซึ่งในจำนวนนี้มีลูกแอสซิสต์ให้เพื่อน 1 ประตูด้วย นอกจากนี้ ยังบุกเข้าพื้นที่แนวรุก 16 ครั้ง และเรียกฟาวล์ได้ 12 ครั้ง

(REUTERS/Lisi Niesner)

กองกลางตัวรับ : โรดรี (สเปน)

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์เป็นสิ่งการันตีอยู่แล้ว การที่สเปนทำผลงานยอดเยี่ยมถึงขั้นคว้าแชมป์ด้วยฟอร์มสวยหรูเช่นนี้ โรดรีเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากๆ

โรดรีทำหน้าที่ห้องเครื่องคอยขับเคลื่อนแดนกลางให้สเปน ต้องมีบทบาทอย่างสูงทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยวิ่งระยะทางรวม 68.5 กิโลเมตร มากเป็นอันดับ 9 ของทัวร์นาเมนต์ ได้บอล 487 ครั้ง จ่ายบอล 439 ครั้ง เข้าเป้า 92.8% ชิงบอลให้ทีมได้ 33 ครั้ง และยิงได้ 1 ประตู

(AP Photo/Manu Fernandez)

กองกลางตัวรับ : กรานิต ชากา (สวิตเซอร์แลนด์)

แม้จะตกรอบก่อนรองชนะเลิศ แต่สวิตเซอร์แลนด์ก็ไม่แพ้ใครใน 90 นาที และ 120 นาทีเลย ทั้งที่ในเส้นทางต้องเจอทีมแกร่งอย่างเจ้าภาพเยอรมนี, แชมป์เก่าอิตาลี และรองแชมป์เก่าอังกฤษ

ชากาทำหน้าที่ห้องเครื่องแดนกลางและทำให้สวิตเซอร์แลนด์เล่นได้ดีเยี่ยม เจ้าตัววิ่งระยะทางรวม 61.99 กิโลเมตร ได้บอล 455 ครั้ง จ่ายบอล 401 ครั้ง เข้าเป้า 90.8% โดยแข้งรายนี้ได้รางวัลเพลเยอร์ ออฟ เดอะ แมตช์ ไปถึง 2 หน

(REUTERS/Kai Pfaffenbach)

กองกลางตัวรุก : ลามิน ยามาล (สเปน)

คู่ควรกับรางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์อย่างแท้จริง สำหรับเจ้าหนูยามาลที่เพิ่งอายุครบ 17 ปีเต็มไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ด้วยวัยเพียงเท่านี้ ยามาลได้ทำลายสถิติหลายอย่าง รวมถึงเป็นนักเตะที่ยิงประตูในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ด้วยอายุน้อยสุดด้วย โดยยูโรหนนี้เจ้าตัวยิงไป 1 ประตู และเป็นผู้ทำแอสซิสต์สูงสุดถึง 4 ครั้ง และจากทักษะที่เห็นกันมาตลอดการแข่งขัน ก็คงไม่ต้องบรรยายถึงแข้งรายนี้มากนักแล้ว

(AP Photo/Frank Augstein)

กองกลางตัวรุก : ดานี โอลโม (สเปน)

แม้ทีแรกจะเป็นตัวสำรอง แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนาม โอลโมก็โชว์ฟอร์มเด็ดดวง โดยเฉพาะศึกหนักกับเยอรมนีในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งเจ้าตัวยิง 1 ประตู และแอสซิสต์อีก 1 ประตู พร้อมคว้ารางวัลเพลเยอร์ ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

ทัวร์นาเมนต์นี้โอลโมยิงไป 3 ประตู แอสซิสต์ 2 หน ได้รางวัลดาวซัลโวร่วม ซึ่งหากใช้เกณฑ์ตัดสินคนคว้ารางวัลแบบทัวร์นาเมนต์หนก่อน โอลโมก็คงได้รางวัลเพียงคนเดียวไปแล้ว

(REUTERS/Heiko Becker)

กองกลางตัวรุก : จามาล มูเซียลา (เยอรมนี)

เป็นนักเตะอีกคนที่ได้รางวัลดาวซัลโวร่วมกับจำนวน 3 ประตู แข้งรายนี้ถือเป็นกำลังหลักในแนวรุกที่เยอรมนีขาดไม่ได้ เจ้าตัวอาศัยความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลปั่นป่วนแนวรับคู่แข่งได้ไม่น้อย แถมยังมีทีเด็ดเรื่องการจบสกอร์ด้วย

นอกจากนี้ มูเซียลาถึงขั้นทำให้ ดานี การ์บาฮาล แบ๊กขวาของทีมแชมป์อย่างสเปน ต้องโดนใบเหลืองถึง 2 หน เป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม ซึ่งนี่เป็นใบแดงแรกของสเปนในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ที่ ดิเอโก ยอเรนเต ได้รับในแมตช์พบโรมาเนียเมื่อปี 2019 เลยทีเดียว

ขณะที่จังหวะชวนกังขาซึ่งบอลโดนแขน มาร์ก กูกูเรยา ในเขตโทษ นั่นก็เกิดจากการยิงของมูเซียลาด้วยเช่นกัน ซึ่งน่าสนใจว่าหากลูกไม่ติดแขนกูกูเรยา มูเซียลาก็อาจเป็นฮีโร่ทำประตูชัยพาทีมชนะได้เลย

(REUTERS/Wolfgang Rattay)

กองหน้า : โคดี กักโป (เนเธอร์แลนด์)

อีกหนึ่งนักเตะที่ได้รางวัลดาวซัลโวร่วมกับจำนวน 3 ประตู โดยกักโปนั้นยังมีแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงอีก 1 ประตูด้วย และถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่ทำให้เนเธอร์แลนด์มาไกลถึงรอบรองชนะเลิศ

กักโปไม่เพียงแต่จะทำสกอร์เท่านั้น แต่เจ้าตัวยังมีส่วนสำคัญกับการสร้างความอันตรายในแดนหน้า จากการเลี้ยงบอล 19 ครั้ง จ่ายบอลไปที่จุดสำคัญ 15 ครั้ง วิ่งสอดมาที่จุดสำคัญ 19 ครั้ง และถูกทำฟาวล์ 8 ครั้ง

(REUTERS/Fabrizio Bensch)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน