พลังเตะโลกจำ! ‘เทนนิส พาณิภัค’ ลั่น 7 สิงหา ขอใส่หมดแม็กซ์ ป้องกันแชมป์โอลิมปิกอีกสมัย ก่อนจะอำลาทีมชาติหลังจบทัวร์นาเมนต์นี้

“อยากฝากถึงทุก ๆ คน 7 ส.ค. นี้ ฝากเชียร์ด้วยนะคะ สำหรับการแข่งชันแมตซ์สุดท้าย สำหรับตัวหนูก็ใส่สุดหมดแม็กซ์แน่นอนค่ะ ในทุก ๆ 6 นาที หนูทำเต็มที่แน่นอนฝากทุกๆคนเชียร์ด้วยค่ะ”

โอลิมปิก 2024 คือการลงแข่งโอลิมปิกในสมัยที่ 3 ของ เทนนิส-ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ผู้เป็น“ความหวังสูงสุดของคนไทย ซึ่งได้ประกาศไว้ว่า นี่จะเป็นภารกิจสุดท้ายของเธอในฐานะนักกีฬาเทควันโด ทีมชาติไทย

พาณิภัค เป็นหนึ่งใน 4 นักกีฬาทีมชาติไทยที่เคยได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์มากกว่า 1 เหรียญ

โดยได้เหรียญทองแดงใน โอลิมปิก 2016 ต่อด้วยเหรียญทองในโอลิมปิก 2020 (แข่งปี 2021) หากหนนี้คว้าเหรียญคล้องคอได้อีก ภาณิภัค จะถือครองสถิติเป็นนักกีฬาที่ได้เหรียญ 3 โอลิมปิก และคงไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้ไปอีกหลายสิบปี

ก้าวแรกบนเส้นทางอันยาวไกล เริ่มต้นขึ้นเมื่อเธออายุได้ 7 ขวบ จากเริ่มหัดเล่นและฝึกฝนเทควันโดตามประสาเด็กคนหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลงแข่งเทควันโดที่จังหวัดภูเก็ตในวัย 9 ขวบ จากแรงจูงใจของผู้เป็นพ่อ ที่บอกกับเธอว่าจะให้เงินหากเธอได้เหรียญรางวัล แต่ปรากฏว่าในการแข่งขันครั้งนั้นเธอกลับ ‘แพ้’ อย่างราบคาบ และโดนเพื่อน ๆ ล้อ จนเกิดเป็นแรงผลักดันให้เธอตั้งใจเล่นเทควันโดอย่างจริงจัง

พาณิภัค ฝึกฝนกีฬานี้เรื่อยมา เผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้ ความผิดหวัง จวบจนกระทั่งเธออายุได้ 12 ปี ชัยชนะจากรายการแข่งขันเล็ก ๆ ก็เริ่มปรากฎ ในวัย 13 ปี เธอได้คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 27 สู่เส้นทางการเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในที่สุด

หลังจากได้เข้าเป็นทีมชาติไทย พาณิภัค ก็ได้สร้างผลงานมากมาย โดยคว้าทั้งหมด 27 แชมป์ ทั้งยังได้รับเหรียญทองแดงจากการแข่งขันโอลิมปิกในปี 2016 และในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 พาณิภัค ยังได้สร้างความสุขให้แก่คนไทยทั่วประเทศด้วยการคว้าเหรียญทองเทควันโด เหรียญแรกของไทยในโอลิมปิก

อย่างไรก็ตาม การเดินทางอันยาวไกลย่อมมีวันสิ้นสุดลง ด้วยสภาพร่างกายที่บาดเจ็บมาหลายครั้งจากการฝึกซ้อมและแข่งขัน พาณิภัค ได้ประกาศว่าในการแข่งขันโอลิมปิก 2024 นี้ จะเป็นเตะสุดท้ายของเธอ ที่พร้อมจะยอมแลกเพื่อคว้าชัยชนะมาให้ได้

เมื่อตั้งใจว่าจะ “เลิกเล่น” ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พาณิภัค พยายามอย่างเต็มที่ในทุกรายการ เพื่อทิ้งทวนผลงานที่ดีให้ประเทศชาติ โดยเฉพาะการคว้าเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2022 เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน นับเป็นแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน หลังจากเคยได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย

“การป้องกันแชมป์เอเชียนเกมส์เป็นเป้าหมายแรก ซึ่งก็สำเร็จแล้ว นับเป็นการอำลาเอเชียนเกมส์อย่าง สมบูรณ์แบบ เป้าหมายต่อไปคือการ ป้องกันแชมป์โอลิมปิก 2024 ในปีหน้า ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ก่อนจะอำลา ทีมชาติ” พาณิภัค กล่าว

แข่งสำคัญที่ พาณิภัค (ไทย-อันดับ 1 โลก) ในโอลิมปิก 2024

1. เมิร์ฟ ดินเซล (ตุกี-อันดับ 2 โลก) รายนี้เจอกับพาณิภัค บ่อยและมักจะผลัด กันแพ้ชนะ โดยพาณิภัคแพ้ในชิงแชมป์โลก และกรังด์ปรีซ์ ขณะที่พาณิภัคชนะในศึก กีฬามหาวิทยาลัยโลก และกรังด์ปรีซ์ ปี 2022

2. อาเตรียน่า เซเรโซ่ (สเปน-อันดับ 3 โลก) เธอคือคู่ชิงโอลิมปิก 2020 แต่เจอกันในกติกาใหม่(นับแพ้-ชนะ เป็นยก) พาณิภัคชนะได้ตลอด

3. เลน่า สตอยโควิช (โครเอเชีย-อันดับ 4 โลก) เธอคือนักกีฬายุโรปอีกคนที่น่า จับตามอง แต่เจอกันมักจะเป็นพาณิภัค ที่ชนะได้

4. ดาเนียล่า ซูซ่า (เม็กซิโกอันดับ 5 โลก) พาณิภัคเคยแพ้ในศึกชิงแชมป์โลก 2022 แต่ช่วงหลังฟอร์มของซูซ่า คร็อปลงไป

5. ฉิง ก้วะ (จีน-อันดับ 6 โลก) รายนี้เคยเจอกันในเอเชี่ยนเกมส์ 2022และกรังด์ปรีซ์ที่ผ่านมา ซึ่งพาณิภัคชนะได้

เส้นทางต่อไป หลังการรับใช้ชาติคือ การผันตัวไปสร้างนักกีฬา ขึ้นมาใหม่ ในนาม โรงเรียนสอนเทควันโด ชื่อ “พาณิภัคยิม” ที่ย่านกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเริ่มเปิดสอนในวันที่ 1 ก.ย. 2566 เพื่อถ่ายทอดเทคนิคให้กับเยาวชนได้เดินหน้า มุ่งสู่เหรียญทองโอลิมปิก แชมป์โลก และรายการสำคัญอย่างที่ ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ เคยทำได้

ไม่ใช่แต่เฉพาะเยาวชน หรือ เทควันโด เท่านั้น เพราะ “พาณิภัคยิม”จะมีคลาสโยคะสำหรับผู้ใหญ่ คุณพ่อ -คุณแม่ ให้ได้เรียนด้วยเนื่องจากทุกวันนี้คนหันมารักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกายกันมากขึ้นตามเทรนโลก

โอลิมปิกครั้งถัดไป แม้จะไม่ปรากฎชื่อ ภาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ แต่พลังและลีลาการเตะของ “เทนนิส” จะประทับอยู่ในความทรงจำเสมอ ส่งต่อทั้งแรงบันดาลใจ และทักษะความสามารถ ให้กับเด็กรุ่นใหม่ ให้ก้าวสู่สังเวียน เทควันโดระดับโลกได้อย่างยาวไกล ยิ่งใหญ่ และสง่างาม

Photo : FB สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย Taekwondo Association of Thailand

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน