มาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมบอลไทย ยอมรับหนักใจชิงแชมป์อาเซียทับซ้อนบอลลีก เตรียมเรียกสโมสรถกเรื่องปล่อยนักเตะร่วมทีมชาติไทย

เมื่อ 12 ก.ย. “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมด้วย นายวัชร วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ ร่วมกันแถลงข่าวการคว้าลิขสิทธิ์ฟุตบอล 4 รายการของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งอาเซียน (เอเอฟเอฟ)

นายวัชร กล่าวว่า ทางไทยรัฐทีวีได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลระดับภูมิภาคทั้ง 4 รายการ ได้แก่ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ มิตซูบิชิ อิเล็คทริก คัพ 2024”, ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน “อาเซียน คลับ แชมเปียนชิพ ชอปปี้ คัพ” 2 ฤดูกาล, ฟุตบอลหญิงชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียน “อาเซียน วีเมนส์ แชมเปียนชิพ” และ ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี “อาเซียน ยู-23 แชมเปียนชิพ” ส่วนมูลค่านั้นค่อนข้างสูงแต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นจำนวนเท่าไหร่

ด้านมาดามแป้งกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราต้องลุ้นตลอดว่าจะมีการถ่ายทอดสดหรือไม่โดยเฉพาะรายการชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่จะทำให้คนไทยได้รับชมกันตั้งแต่นัดแรกของทีมชาติไทย ส่วนเป้าหมายไม่มีอย่างอื่นนอกจากแชมป์เท่านั้น เพราะเป็นสิ่งที่แฟนบอลไทยทุกคนต้องการ แน่นอนว่าส่วนตัวอยากให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันให้ได้ แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าในส่วนของโปรแกรมฟุตบอลลีก กับชิงแชมป์อาเซียนที่ทับซ้อนกันมีการพูดคุยเรื่องตัวนักเตะอย่างไรบ้าง มาดามแป้ง กล่าวว่า เรื่องนี้ค่อนข้างหนักใจ แต่มีการวางแผนเอาไว้แล้ว ในสัปดาห์หน้าจะมีการพูดคุยร่วมกับสโมสรในไทยลีก 1 ถึงการขอตัวนักกีฬามาร่วมทีมชาติ ซึ่งจะมีมาตรการที่เป็นมาตรฐานเอาไว้

“แน่นอนว่าทุกสโมสรอยากให้ทีมตัวเองมีผลงานดี แต่ทีมชาติเองละเลยไม่ได้ เชื่อว่าทุกสโมสรจะเข้าใจและมีการเสียสละให้กับทีมชาติ ไม่งั้นเราจะไม่ได้ตัวนักเตะเลย แผนที่วางเอาไว้เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมือจากสโมสรเป็นอย่างดี แต่ทีมที่ไม่มีโปรแกรมการแข่งขันก็อาจจะขอตัวนักเตะมาร่วมทีมเยอะหน่อย เข้าใจว่าการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ แต่ก็ยังมั่นใจว่าสโมสรจะเห็นใจ”

เมื่อถามถึงทีมชาติอินโดนีเซีย ที่มีตัวโอนสัญชาติจำนวนมากและผ่านเข้าถึงฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก รอบ 3 แล้วนั้น มาดามแป้งกล่าวว่า จริงๆ ในอาเซียนน่ากลัวทุกทีม ถึงในรอบแรกไทยยังไม่เจออินโดนีเซีย แต่ที่ผ่านมายังไม่เคยแพ้อินโดนีเซียในชิงแชมป์อาเซียนมาก่อน ฉะนั้นยังเชื่อว่าสู้ได้

ด้าน มาซาทาดะ อิชิอิ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า ในช่วงฟีฟ่าเดย์ทั้งคิงส์คัพ เดือนต.ค. และเดือนพ.ย. จะเป็นการเตรียมทีมเพื่อชิงแชมป์อาเซียน เข้าใจว่าไม่สามารถเลือกตัวหลักๆ ได้ ดังนั้นนักเตะที่เรียกมาในช่วงฟีฟ่าเดย์จะเป็นชุดที่เล่นชิงแชมป์อาเซียนเป็นหลัก โดยมีลิสต์นักเตะเอาไว้จำนวนหนึ่ง สุดท้ายต้องมาดูผลงานในลีกอีกครั้ง ขณะที่พวกตัวหลักอย่าง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน, “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และ “ตังค์” สารัช อยู่เย็น ต้องดูอีกครั้งว่าจะได้ตัวมาเล่นในชิงแชมป์อาเซียนหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน