คณะพิจารณาวินัย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศลงโทษ นรา ยูไนเต็ด ปล่อยแฟนบอลเข้าสนามเกินความจุ แมตช์ลูกชายสมรักษ์ คำสิงห์ ลงสนามยิงท้ายเกม

คณะพิจารณาวินัย มารยาทจัดประชุม ครั้งที่ 7 ประจำฤดูกาล 2567/68 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณาเหตุการณ์ไม่ปกติในการแข่งขันฟุตบอล และ เรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน ดังนี้

กรณีเหตุการณ์ไม่ปกติของการแข่งขันกีฬาฟุตบอล

1.ฟุตบอลรายการเมืองไทย ลีก (ไทยลีก 2) วันที่ 21 กันยายน 2567 คู่ระหว่างอยุธยา ยูไนเต็ด พบชลบุรี เอฟซี

– เหตุการณ์
ในนาทีที่ 84 ขณะที่กิตติพงษ์ แสนสนิท ผู้เล่นชลบุรีได้เข้าสกัดในลักษณะยกขาไปขวางสัมผัสบริเวณหน้าอกนรากรณ์ แก่งกระโทก ผู้เล่นอยุธยา ยูไนเต็ด ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แล้วคาดโทษกิตติพงษ์ หลังจากนั้นกองเชียร์อยุธยา ยูไนเต็ด ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลัก ตะโกนด่าถ้อยคำที่หยาบคายพร้อมกัน ประมาณ 5 ครั้ง โดยมีผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 เป็นผู้ยืนยัน

– ผลพิจารณา
ลงโทษกองเชียร์อยุธยา ยูไนเต็ด ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายโดยพร้อมเพรียงกัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 4.1 วรรคสอง ปรับเงิน 30,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 20,000 บาท

2.ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 วันที่ 21 ก.ย. คู่ระหว่างบ้านค่าย ยูไนเต็ด พบปลวกแดง ยูไนเต็ด

– เหตุการณ์
นาทีที่ 53 ธรรมรัตน์ แว่นมณี ผู้เล่นปลวกแดงได้กระโดดถีบที่หน้าท้องลูคัส เฟลิเป ผู้เล่นบ้านค่าย ผู้ตัดสินจึงได้ให้ใบแดงโดยตรงประพฤติผิดอย่างร้ายแรง ไล่ออกจากสนาม ผู้ตัดสินได้แจ้งเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ผู้ตัดสินให้ใบแดงธรรมรัตน์แล้วนั้น ผู้เล่นคนดังกล่าวได้เข้ามาด่าผู้ตัดสินด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย และท้าทายผู้ตัดสินให้ออกไปเจอกันข้างนอกสนาม

– ผลพิจารณา
ลงโทษผู้เล่นหมายเลข 5 นายธรรมรัตน์ด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายและข่มขู่เจ้าหน้าที่การแข่งขันด้วยพฤติกรรมที่ไม่สุภาพท้าทายต่อผู้ตัดสิน ยังไม่ยอมรับคำตัดสิน ไม่ควรแสดงพฤติกรรมดังกล่าว อันอาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสนามแข่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.9 ถูกพักการแข่งขัน 3 นัด และปรับเงิน 60,000 บาท แต่เป็นฟุตบอลไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 15,000 บาท

3.ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 วันที่ 22 ก.ย. คู่ระหว่างม.นอร์ทกรุงเทพ พบทหารอากาศ เอฟซี

– เหตุการณ์
เริ่มแข่งขันล่าช้า 2 นาที เวลา 15.10 น. เสร็จสิ้นการวอร์ม ทหารอากาศทยอยเดินเข้าห้องพักนักกีฬา แต่ม.นอร์ทกรุงเทพ ยังคงอบอุ่นร่างกายกันต่อ, เวลา 15.15 น. นักกีฬาม.นอร์ทกรุงเทพ เสร็จสิ้นการวอร์มจึงเริ่มทยอยเดินเข้าห้องพักนักกีฬา, เวลา 15.20 น. นักกีฬาทหารอากาศพร้อมกันที่อุโมงค์ปล่อยตัวนักกีฬาแล้ว แต่นักกีฬาม.นอร์ทกรุงเทพ ยังไม่ออกจากห้อง

โดยหลังจากตรวจเช็กอุปกรณ์นักกีฬาทหารอากาศเสร็จเรียบร้อยในช่วงระหว่างนั้นผู้ควบคุมการแข่งขันแจ้งให้โฆษกสนามประกาศเรียกและให้ผู้ตัดสินที่ 4 ได้กดกริ่งติดตามเรียกม.นอร์ทกรุงเทพอยู่ตลอด, เวลา 15.25 น. นักกีฬาม.นอร์ทกรุงเทพ เริ่มทยอยเดินออกจากห้องพักนักกีฬามาที่จุดปล่อยตัวนักกีฬาเพื่อลงทำการแข่งขัน, เวลา 15.27 น. เดินลงสู่สนาม เวลา 15.29 น. เคารพเพลงสรรเสริญพระบารมี เวลา 15.32 น. เริ่มทำการแข่งขัน (ล่าช้า 2 นาที)

– ผลพิจารณา
ลงโทษม.นอร์ทกรุงเทพ ไม่ทำตามกำหนดการขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลัง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 เป็นความผิดครั้งแรก จึงลงโทษเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้สโมสรปฏิบัติตามกำหนดการขั้นตอนและการนับเวลาถอยหลังอย่างเคร่งครัด และหากผู้ได้รับลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดได้เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ ให้สมาคมกีฬาฟุตบอลต้องรับผิดชอบนั้น สโมสรจะต้องเป็นผู้ชดใช้ค่าเสียหายนั้นๆ เองทั้งหมดด้วย (ถ้ามี)

4.ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 วันที่ 22 ก.ย. คู่ระหว่างนรา ยูไนเต็ด พบยะลา ซิตี้ โดยเกมนี้เป็นแมตช์แรกที่ “โบ๊ท คำสิงห์”ภูวรักษ์ คำสิงห์ ลูกชายของ สมรักษ์ คำสิงห์ ฮีโร่เหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นโอลิมปิกเกมส์ เมื่อปี 1996 ได้รับโอกาสลงสนามในช่วงท้ายเกม ก่อนจะยิงประตูปิดท้ายให้เจ้าบ้านเอาชนะ 2-0 โดยใช้เวลาเพียง 15 วินาที

– เหตุการณ์
ในที่ประชุมผู้จัดการทีม ผู้จัดการสนามนราได้แจ้งต่อที่ประชุมเรื่องฝ่ายรักษาความปลอดภัย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 8 นาย รปภ. 25 นาย และอส. 8 นาย กระจายตามจุดต่างๆ ทั่วสนาม ความจุสนามจำนวน 1,500 ที่นั่ง ซึ่งในวันแข่งขันสนามมีผู้ชมเข้ามาชม จำนวน 2,000 คน เกินความจุที่แจ้งไว้ 1,500 ที่นั่ง ทำให้ผู้ชมล้นไปรอบสนามและอัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามที่ยังสร้างไม่เสร็จ ซึ่งบริษัท ไทยลีก จำกัด ยังไม่อนุญาตให้สโมสรใช้งาน

ทางผู้จัดการสนามได้มาชี้แจงกับผู้ควบคุมการแข่งขันว่าทางสโมสรได้ห้ามปรามทุกวิถีทาง แต่กองเชียร์ยังไม่เชื่อฟัง ประกอบกับวันนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียง 8 นาย ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลัก เป็นอัฒจันทร์ซึ่งกำลังก่อสร้าง มีผ้าสแลนสีเขียวกั้นเป็นแถบยาวบริเวณหน้าอัฒจันทร์

แต่บริเวณทางขึ้นอัฒจันทร์ไม่ได้มีการกั้นรั้วเพื่อป้องกันไม่ให้กองเชียร์ขึ้นไปได้ โดยผู้ควบคุมการแข่งขันได้รับแจ้งจากแมตซ์เซ็นเตอร์ว่า อัฒจันทร์ฝั่งตรงข้ามอัฒจันทร์หลักที่กำลังก่อสร้างจะทำการสร้างแล้วเสร็จประมาณต้นเดือนพ.ย. โดยแมตซ์เซ็นเตอร์ได้รับแจ้งข้อมูลจากนายรูดสลาม ดอเลาะ ตำแหน่งผู้ประสานงานสโมสรนรา ยูไนเต็ด

– ผลพิจารณา
1) ลงโทษนรา ยูไนเต็ด ยินยอม หรือปล่อยปละละเลย หรือประมาทเลินเล่อ ให้กองเชียร์เข้าชมการแข่งขันเกินความจุของสถานที่จัดการแข่งขัน มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.16 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เป็นฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 12,500 บาท

2) ลงโทษนรา ยูไนเต็ด ปล่อยปละละเลยให้กองเชียร์ อยู่ในสถานที่ที่ไม่ได้จัดไว้ให้เป็นที่นั่ง มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 5.3.17 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เป็นฟุตบอลรายการไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 12,500 บาท

5.ฟุตบอลรายการไทยลีก 3 วันที่ 22 ก.ย. คู่ระหว่างพิษณุโลก เอฟซี พบชาติตระการ ซิตี้

– เหตุการณ์
ในนาทีที่ 69 ได้นายพัสกร เฟื่องฟุ้ง สโมสรชาติตระการ ไปกระทำฟาวล์ฉุดดึง เอเคเน วิกเตอร์ อาซิเก ผู้เล่นพิษณุโลก ทำให้นักกีฬารายดังกล่าวไม่พอใจ จึงได้เหวี่ยงศอกกลับใส่ทำให้ไปถูกบริเวณปากของพัสกร ทำให้ฟันซี่หน้าหักประมาณ 2 ซี่ และผู้ตัดสินได้เรียกให้แพทย์ประจำสนามเข้ามาทำการปฐมพยาบาล แล้วนำผู้บาดเจ็บส่งตรวจเช็กที่โรงพยาบาลต่อไป หลังจากนั้นผู้ตัดสินได้ให้ใบแดงกับเอเคเน วิกเตอร์

– ผลพิจารณา
ลงโทษเอเคเน วิกเตอร์ เพิ่มเติมจากโทษใบแดงที่ได้รับ เนื่องจากทำร้ายร่างกาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัส สูญเสียอวัยวะถึงขั้นต้องใส่ฟันปลอมทดแทนฟันเดิมที่หักไป มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 1.12 (3) ถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนาม 5 นัด และปรับเงิน 80,000 บาท แต่เป็นฟุตบอลไทยลีก 3 จึงลงโทษปรับหนึ่งในสี่ ปรับเงิน 20,000 บาท และผู้กระทำต้องรับผิดชอบต่อค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นและที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และค่าสินไหมทดแทนด้วย

(พิจารณาเรื่องร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน)

1.ฟุตบอลลีกอาชีพรายการช้าง เอฟเอ คัพ วันที่ 11 ก.ย. คู่ระหว่างสายมิตรกบินทร์ ยูไนเต็ด พบลำปาง เอฟซี (สโมสรสายมิตรกบินทร์ร้องเรียน 1 เหตุการณ์)

– เหตุการณ์
ในนาทีที่ 73 นายสุประวีณ์ มีประทัง สโมสรลำปาง ได้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับนายเมธี สาระคำ โหม่งบอลเข้าประตู ซึ่งในจังหวะก่อนที่นายเมธี สาระคำ สโมสรลำปาง จะโหม่งบอลเข้าประตูนั้น ผู้ตัดสินได้เป่าให้สัญญาณนกหวีดแล้ว แต่ผู้ตัดสินได้ตัดสินให้เป็นประตูกับลำปาง

– ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษนายเอกชัย เพ็ชรฉ่ำ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากผู้ตัดสินได้เป่านกหวีดก่อนที่ลูกบอลจะเข้าประตู เพราะเห็นว่ามีการกระทำผิดที่ต้องให้เตะโทษจุดโทษ และจังหวะต่อเนื่องมีการทำประตูได้ ผู้ตัดสินจึงพิจารณาให้ได้เปรียบจึงแจ้งให้เป็นประตู ซึ่งถือว่าตัดสินไม่ถูกต้อง เพราะเมื่อมีการเป่านกหวีดการเล่นต้องหยุดไม่สามารถให้ได้เปรียบได้ ผู้ตัดสินพิจารณาการกระทำผิดกติกาผิดพลาดส่งผลต่อการเป็นประตู และมีผลต่อการแข่งขัน

ลงโทษนายพิสิษฐ์ สุขได้พึ่งบวรภัค ผู้ประเมินผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากเขียนรายงานประเมินผลไม่ถูกต้องตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง

2.ฟุตบอลลีกอาชีพรายการ “เมืองไทย ลีก” ไทยลีก 2 วันที่ 15 ก.ย. คู่ระหว่างชลบุรี เอฟซี พบลำปาง เอฟซี (สโมสรลำปาง ร้องเรียน 2 เหตุการณ์)

– เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 56 นายชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว สโมสรชลบุรีส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับอมาดู อ็อตตารา ยิงประตูเข้าไป ซึ่งในจังหวะดังกล่าวผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ไม่ได้มีการยกธงแจ้งผู้ตัดสินว่าเป็นลูกล้ำหน้า จึงทำให้ลำปางเสียประตูจากจังหวะดังกล่าว

– ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษนายศาสตร์สัมพันธ์ เกณฑ์สระคู ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากไม่ได้ยกธงแจ้งล้ำหน้าและมีการทำประตูได้ ซึ่งมีผลต่อการแข่งขัน

– เหตุการณ์ที่ 2
ในนาทีที่ 88 หลังจากที่ผู้เล่นชลบุรี ทำฟาวล์ใส่ผู้เล่นลำปาง เกิดเหตุการณ์ชุลมุนต่อเนื่อง ผู้ตัดสินที่ 4 ได้แจ้งกับผู้ตัดสินว่าจูดิวาน ฟลอร์ ดา ซิลวา ผู้เล่นลำปาง ต่อยไปยังบริเวณแขนของผู้เล่นชลบุรี ผู้ตัดสินจึงได้ทำการไล่ออก (ใบแดง)

– ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษนายบุญส่ง ประชุมรักษ์ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากการเหวี่ยงแขนใส่ของผู้เล่นทั้งสองไม่มีความรุนแรงที่มากนัก ผู้ตัดสินควรที่จะคาดโทษ (ใบเหลือง) ให้กับผู้เล่นทั้งสอง แต่การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องของผู้ตัดสินที่ 4 ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาดที่ทำการไล่ออก (ใบแดง) กับจูดิวาน ฟลอร์ ดา ซิลวา

ลงโทษนายกิติศักดิ์ พิกุลเงิน ผู้ตัดสินที่ 4 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 3 สัปดาห์ เนื่องจากให้ข้อมูลไม่ตรงกับความเป็นจริงแก่ผู้ตัดสิน

3.ฟุตบอลลีกอาชีพรายการ “เมืองไทย ลีก” ไทยลีก 2 วันที่ 15 ก.ย. คู่ระหว่างศรีสะเกษ ยูไนเต็ด พบเชียงใหม่ ยูไนเต็ด (สโมสรศรีสะเกษ ร้องเรียน 2 เหตุการณ์)

– เหตุการณ์ที่ 1
ในนาทีที่ 56 ดานิโล โลเปส ผู้เล่นศรีสะเกษได้เปิดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับ เฟรตาส ริเบโร โหม่งบอลเข้าประตู ซึ่งในจังหวะดังกล่าวผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ได้ยกธงแจ้งผู้ตัดสินว่าเป็นลูกล้ำหน้า จึงทำให้ศรีสะเกษไม่ได้ประตูจากจังหวะดังกล่าว

– ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษนายณัฐพล ชื่อสำราญ ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 เดือน เนื่องจากผู้เล่นไม่ได้อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าชัดเจน แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 กลับยกธงแจ้งล้ำหน้าและมีการทำประตูได้ ซึ่งมีผลต่อการแข่งขัน

– เหตุการณ์ที่ 2
ในช่วงพักการแข่งขันครึ่งเวลาแรก ขณะที่ผู้ตัดสินอยู่ในห้องพัก ทางฝ่ายบริหารศรีสะเกษ สังเกตและพบเห็นผู้ตัดสินบางท่านใช้โทรศัพท์พูดคุยภายในห้องพัก ก่อนที่จะออกมาทำการตัดสินในครึ่งเวลาหลัง

– ผลพิจารณาโทษ
ลงโทษนายกฤษฏา หลวงยศ ผู้ตัดสิน ปฏิบัติหน้าที่บกพร่อง ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษข้อ 57 (2) ภาคทัณฑ์ เนื่องจากใช้โทรศัพท์ในการปิดระบบการแจ้งเตือนที่ไปรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีการใช้เพื่อพูดคุยทางโทรศัพท์กับใครก็ตาม แต่ไม่ได้ขออนุญาตผู้ควบคุมการแข่งขัน จึงเป็นประพฤติตนไม่เหมาะสมและผิดตามระเบียบที่กำหนดไว้

ลงโทษนายพีระพล ภูอุดม ผู้ควบคุมการแข่งขัน ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด ตามระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขันฯ ตามบทลงโทษหมวดที่ 9 ลักษณะโทษ ข้อ 57 (8) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์ เนื่องจากมิได้จัดเก็บรักษาโทรศัพท์จากผู้ตัดสินและผู้ประเมินผู้ตัดสิน ไว้ในที่เก็บให้มิดชิด โดยรวบรวมและวางไว้ในห้องผู้ตัดสิน จนนำมาสู่เหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น มีความบกพร่อง ทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจของ ซึ่งมีผลต่อภาพลักษณ์ของการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพตามมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน