ไทยจีพี – การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” กำลังจะวนมาจัดกันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ประเทศไทย อีกครั้ง เป็นสนามที่ 18 ของฤดูกาล ภายใต้ชื่อรายการ “พีที กรังด์ ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024” ระหว่าง 25-27 ตุลาคม 2567

แน่นอนว่าช่วงเวลาดังกล่าว แฟนความเร็วทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้าสู่บุรีรัมย์ จำนวนมหาศาล เพราะสนามนี้ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ ในช่วงท้ายของฤดูกาลก่อนจะตัดสินแชมป์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดพิเศษมากมายรอต้อนรับ

แต่หากยังลังเล หรือยังไม่ทราบถึงความพิเศษในครั้งนี้ “ข่าวสด กีฬา” จึงขอรวมมาให้กับ 5 เหตุผลที่แฟนความเร็วต้องมาชม “ไทยจีพี” ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ได้สักครั้ง
1. กีฬาระดับโลกที่ต้องไปดูกับตาสักครั้งในชีวิต

– โมโตจีพี คือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 75 ปี มีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งไม่บ่อยนักที่รายการระดับนี้จะเดินทางมาจัดที่ประเทศไทย โดยสัญญาที่มีกับทาง ดอร์น่า สปอร์ตส์ เจ้าของลิขสิทธิ์ นั้นจะสิ้นสุดที่ปี พ.ศ. 2569 หลังจากนี้ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะมีการต่อสัญญา หรือกลับมาจัดที่ไทยอีกหรือไม่ ดังนั้นหากเป็นแฟนความเร็ว หรือสนใจกีฬาชนิดนี้อยู่แล้ว จะพลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวงกับโอกาส และประสบการณ์ระดับโลก ที่จะได้สัมผัสหากเดินทางไปที่บุรีรัมย์
2. ไปทีเดียวได้ดูถึง 2 เรซ

– ปกติแล้วแพตเทิร์นการแข่งขันแต่ละสนามของโมโตจีพี จะเป็นในรูปแบบของการซ้อมวันศุกร์, ควอลิฟายวันเสาร์ และลงแข่งขันในวันอาทิตย์ แต่ในปีที่แล้วมีการเพิ่มการแข่งขัน สปิรินต์เรซ เข้ามา ทำให้ช่วงวันเสาร์จะมีการดวลความเร็วกันเพิ่มขึ้น ส่งผลให้แฟนความเร็วที่ซื้อบัตรเข้าชม ได้รับความคุ้มค่าขึ้นไปอีกกับ สปรินต์เรซ ในวันเสาร์ และเมนเรซในวันอาทิตย์
3. คุ้มค่าที่สุด+กิจกรรมจัดเต็ม
– พูดถึงความคุ้มค่าแล้ว จะมีที่ไหนคุ้มค่ากว่าการได้ดูในประเทศไทย แน่นอนว่าเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นเบากว่าการต้องบินไปดูในต่างประเทศ ซึ่งจะมีเรื่องของ ค่าตั๋วที่แพงกว่า ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าครองชีพ ฯลฯ ที่จะงอกเงยตามมา แต่สำหรับบัตรเข้าชมที่ประเทศไทย นอกจากจะถูกกว่าแล้ว แฟนความเร็วยังสามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่น ส่วนลดต่างๆได้หลายช่องทาง ซึ่งสามารดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ @Chang Circuit Buriram

นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตจาก Chang Music Connection ตลอด 3 วัน ที่แฟนๆจะได้พบกับศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ยังโอม, ก้อง ห้วยไร่, จ๊ะ นงผณี, แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก รวมถึงการแข่งขัน “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” และจุดบริการ Chang Shuttle Station บริการ “ชัตเติ้นแต๋น” นับร้อยคัน มาใช้ในการรับ-ส่งผู้ชมสู่เซอร์กิต กันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย
4. มีนักแข่งไทยให้เชียร์ – ร่วมส่งท้าย ‘ก้อง’ ในบ้าน
– นี่ปีสุดท้ายของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยที่จะลงแข่งทิ้งทวนรุ่นโมโตทู ในสนามโฮมเรซ ก่อนที่ปีหน้าจะขยับขึ้นไปขับเคี่ยวในรุ่นพรีเมียร์คลาสอย่างโมโตจีพี ซึ่งคงจะดีไม่น้อยหากได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งกำลังใจให้ “ก้อง” คว้าชัยชนะในโฮมเรซ และร้างเพลงชาติไทยในสนามไปพร้อมๆกัน

นอกจาก “ก้อง” แล้ว ก็ยังมี “ก๊อง” ธัชกร บัวศรี นักขับมากฝีมือจากค่ายฮอนด้าอีกคนลงในรุ่น โมโตทรี ด้วยที่แฟนๆทุกคนสามารถตามมาให้กำลังใจกันได้
5. โอกาสในการใกล้ชิดนักแข่งระดับโลก

– หากคิดว่าแค่ชมติดขอบสนามยังไม่เพียงพอ ยังสามารถร่วม กิจกรรม Hero Walk และ Meet & Greet ได้อีกด้วย โดยกิจกรรมนี้จะให้นักแข่งระดับโลกออกมาโชว์ตัว พร้อมแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ โดยเปิดแบบโอเพ่น แม้ว่าจะไม่มีบัตรเข้าชม แต่หากซื้อบัตร Admission เพียงวันละ 100 บาท หรือเหมา 3 วัน 200 บาท ก็จะได้ร่วมกิจกรรมนี้เช่นกัน เรียกได้ว่าใกล้ชิดกระทบไหล่ให้ฟินปรอทแตกกันไปข้าง