แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกือบไม่มีแต้ม ทั้งที่นำก่อน 2 ประตู แต่ต้องมาไล่ตีเสมอปอร์โตช่วงทดเจ็บ ขณะที่ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ คว้าชัย 2 เกมรวด ยูฟ่า ยูโรปา ลีก
การแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ยูโรปา ลีก ฤดูกาล 2024-25 รอบลีก เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ปอร์โต จากโปรตุเกส เปิดสนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา รับการมาเยือนของ “ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จากอังกฤษ
เกมนี้เจ้าบ้านส่ง ซามู โอโมโรเดียน, เปเป, กาเลโน ลงสนาม ขณะที่ทีมเยือนนำโดย ราสมุส ฮอยลุนด์, บรูโน แฟร์นานเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด
เริ่มเกมมาแค่ 2 นาที โอกาสเป็นของฝั่งปอร์โต ซามู โอโมโรเดียน วิ่งมารับบอลทางด้านขวาแล้วจ่ายเข้าพื้นที่เขตโทษให้ กาเลโน สับไกยิงด้วยขวาลูกตรงกรอบ อ็องเดร โอนานา ต้องชกทิ้ง
นาที 7 มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบอลจาก คริสเตียน อีริกเซน ได้ทางกราบซ้าย ก่อนที่แรชฟอร์ดจะสำแดงความยอดเยี่ยมกระชากไปเองถึงพื้นที่เขตโทษ จากนั้นเลี้ยงหลบกองหลังแล้วยิงทะลักผ่านเซฟนายทวารเข้าไป แมนฯ ยูไนเต็ดนำ 1-0
นาที 20 มาร์คัส แรชฟอร์ด ส่งบอลเข้าพื้นที่ด้านซ้ายของเขตโทษให้ ราสมุส ฮอยลุนด์ วิ่งมายิงด้วยซ้ายแฉลบมือนายทวารเข้าหาประตู แม้จะมีกองหลังตามมาเตะทิ้ง แต่ผู้ตัดสินได้สัญญาณจากโกลไลน์ว่าบอลข้ามเส้นประตูไปแล้ว แมนฯ ยูไนเต็ดทิ้งห่าง 2-0
นาที 27 ชูเอา มาริโอ เปิดบอลจากฝั่งขวาเข้ากลาง นูสแซร์ มาซราวี กระโดดขึ้นแย่งโขกกับผู้เล่นปอร์โตแล้วดันโดนผิดเหลี่ยมลูกตรงกรอบประตูตัวเอง อ็องเดร โอนานา พุ่งปัดไม่พ้นอันตรายเลยถูก เปเป ตามมาโหม่งซ้ำเผาขนไม่เหลือ เจ้าบ้านไล่มา 1-2
นาที 34 ชูเอา มาริโอ ได้บอลบริเวณริมกรอบเขตโทษด้านขวา จึงจัดการบรรจงเปิดไปหน้าประตูให้ ซามู โอโมโรเดียน โฉบมาโขกเผาขนตุงตาข่าย ปอร์โตตีเสมอ 2-2
นาที 42 บรูโน แฟร์นานเดส หยอดบอลไปหน้าประตู ราสมุส ฮอยลุนด์ พักลงได้แต่เล่นต่อไม่ถนัด บอลไปติดกองหลังเป็นโอกาสให้ คาเซมิโร ปราดมายิง ดิโอโก คอสตา บล็อกไว้ไม่ให้แมนฯ ยูไนเต็ดได้ประตู จบครึ่งแรกเสมอกัน 2-2
ครึ่งหลังนาที 47 ปอร์โตได้โอกาสสวนกลับเร็ว นิโก กอนซาเลซ แทงบอลผ่านแนวรับให้ ฟรานซิสโก มูรา กระชากหลุดจากครึ่งสนามไปถึงพื้นที่เขตโทษแล้วพยายามแปเน้นๆ อ็องเดร โอนานา ยังดักถูกทางล้มตัวเซฟไว้ได้หวุดหวิด
นาที 50 นิโก กอนซาเลซ จ่ายบอลให้ เปเป กระชากหนีกองหลังไปถึงพื้นที่ด้านขวาของเขตโทษ ก่อนตบเข้ากลางให้ ซามู โอโมโรเดียน ตวัดยิงตุงตาข่าย ปอร์โตแซงนำ 3-2
นาที 65 ซามู โอโมโรเดียน เกี่ยวบอลไม่อยู่เท้า แต่กองหลังแมนฯ ยูไนเต็ดก็เล่นไม่ถนัดเช่นกันทำให้บอลไหลไปหาโอโมโรเดียนอีกครั้ง โอโมโรเดียนพยายามบรรจงแปหวังยิงประตู อ็องเดร โอนานา ล้มตัวปัดทัน
นาที 81 บรูโน แฟร์นานเดส ปราดมาเหยียดเท้าเข้าหาบอลที่ลอยมาหน้าประตู แต่กลายเป็นยกเท้าสูงถึงศีรษะ เนฮูเอ็น เปเรซ ที่เข้ามาโหม่งสกัด ผู้ตัดสินมองเป็นการเล่นอันตราย จึงให้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงแก่แฟร์นานเดส แมนฯ ยูไนเต็ดต้องเหลือผู้เล่น 10 คน
นาที 82 ปอร์โตเกือบได้ประตูเพิ่ม มาร์ติม แฟร์นานเดส แทงบอลจากแดนตัวเองขึ้นหน้าให้ เดนิซ กูล หลุดเดี่ยวจากครึ่งสนามแล้วพยายามบรรจงยิง อ็องเดร โอนานา ยังเซฟไว้ได้หวุดหวิด
นาที 88 คริสเตียน อีริกเซน ขยับมารับบอลทางกราบซ้าย แล้วจ่ายต่อให้ อเลฮานโดร การ์นาโช ลากตัดเข้ากลางก่อนยิงจากระยะประมาณ 25 หลา ดิโอโก คอสตา ต้องบินปัดทิ้งไม่ให้แมนฯ ยูไนเต็ดตีเสมอได้
นาที 90+1 แมนฯ ยูไนเต็ดได้ลูกเตะมุมฝั่งขวา คริสเตียน อีริกเซน เปิดบอลเข้ากลางให้ แฮร์รี แม็กไกวร์ กระโดดขึ้นโขกลูกกดลงพื้นเด้งเข้าประตูไป ทีมเยือนตีเสมอ 3-3 และจบเกมด้วยสกอร์นี้ในที่สุด
ทำให้ผ่านไป 2 นัดเท่ากัน แมนฯ ยูไนเต็ดมี 2 คะแนน อยู่อันดับ 21 ส่วนปอร์โตเก็บไป 1 คะแนน รั้งอันดับ 24

(REUTERS/Bernadett Szabo)
ทางด้านเฟเรนส์วารอช จากฮังการี เปิดสนามกรูปามา อารีนา แพ้ต่อ “ไก่เดือยทอง”ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ จากอังกฤษ 1-2
เกมนี้เจ้าบ้านได้ประตูจาก บาร์นาบาช วาร์กา นาที 90 ส่วนทีมเยือนได้จาก ปาป มาตาร์ ซาร์ นาที 23, เบรนแนน จอห์นสัน นาที 86
ผลคู่อื่น : ลาซิโอ (อิตาลี) ชนะ นีซ (ฝรั่งเศส) 4-1, มักคาบี เทล อาวีฟ (อิสราเอล) แพ้ มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก) 0-2, โอลิมเปียกอส (กรีซ) ชนะ บรากา (โปรตุเกส) 3-0, คาราบัก (อาเซอร์ไบจาน) แพ้ มัลโม (สวีเดน) 1-2
เรอัล โซเซียดาด (สเปน) แพ้ อันเดอร์เลกต์ (เบลเยียม) 1-2, เอฟเค อาร์เอฟเอส (ลัตเวีย) เสมอ กาลาตาซาราย (ตุรกี) 2-2, สลาเวีย ปราก (สาธารณรัฐเช็ก) เสมอ อาแจ็กซ์ (เนเธอร์แลนด์) 1-1, ฮอฟเฟนไฮม์ (เยอรมนี) ชนะ ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) 2-0
แอธเลติก บิลเบา (สเปน) ชนะ อาแซด อัล์กมาร์ (เนเธอร์แลนด์) 2-0, เบซิกตัส (ตุรกี) แพ้ ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (เยอรมนี) 1-3, เอล์ฟสบอร์ก (สวีเดน) ชนะ โรมา (อิตาลี) 1-0, ทเวนเต (เนเธอร์แลนด์) เสมอ เฟเนร์บาห์เช (ตุรกี) 1-1
เปาก์ (กรีซ) แพ้ เอฟซีเอสบี (โรมาเนีย) 0-1, เรนเจอร์ส (สกอตแลนด์) แพ้ โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส) 1-4, อูนิยง แซงต์ ชิลลัวส์ (เบลเยียม) เสมอ โบโด/กลิมต์ (นอร์เวย์) 0-0, วิกตอเรีย เพลเซน (สาธารณรัฐเช็ก) เสมอ ลูโดโกเร็ตส์ (บัลแกเรีย) 0-0
หลังจากผ่าน 2 นัด 8 อันดับแรกที่เป็นโควตาเข้ารอบอัตโนมัติมีดังนี้ 1. ลาซิโอ (6 คะแนน, ประตูได้เสีย +6), 2. โอลิมปิก ลียง (6 คะแนน, ประตูได้เสีย +5), 3. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ (6 คะแนน, ประตูได้เสีย +4), 4. เอฟซีเอสบี (6 คะแนน, ประตูได้เสีย +4)
5. อันเดอร์เลกต์ (6 คะแนน, ประตูได้เสีย +2), 6. อาแจ็กซ์ (4 คะแนน, ประตูได้เสีย +4), 7. ไอน์ทรักต์ แฟรงก์เฟิร์ต (4 คะแนน, ประตูได้เสีย +2), 8. กาลาตาซาราย (4 คะแนน, ประตูได้เสีย +2)