โจ ณัฐวุฒิ ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ร่ายยาว ‘ยูพีอาร์’ ไม่ปฎิบัติตามสัญญา หักค่าตัวเกินจริง แม้ว่าจะมีการโอนจ่ายแล้วเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา แต่เรื่องมันแดงไปแล้ว

ความเคลื่อนไหวประเด็นดราม่า บริษัท ยูพีอาร์ วิชชั่น เอ็นเตอร์เทรนเมนท์ ซึ่งดูแลโดย อองตวน ปินโต ค่าตัวของ โจ ณัฐวุฒิ นักมวยชื่อดัง ซึ่งในช่วงเย็นวันนี้นักมวยวัย 35 ปี

ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 25 ต.ค.67 โจ ณัฐวุฒิ นักชกชื่อดัง ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกับ พ่อเลี้ยงเจ วนาสุวรรณฟาร์ม ตอบคำถามถึงประเด็นดราม่าดังกล่าว โดยมีหลายประเด็นที่พูดถึง

โจ ณัฐวุฒิ เผยว่า ที่มาที่ไปในการไปเซ็นสัญญากับทาง บริษัท ยูพีอาร์ วิชชั่น เอ็นเตอร์เทรนเมนท์ ต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่ได้มาชกกับตะวันฉาย จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าขึ้น ทางยูพีอาร์ จึงได้เชิญไปสัมภาษณ์ทั่วไป หลังจากนั้นก็เชิญมาอีก ร่วมทำเสื้อด้วยกัน จึงมีการทำสัญญากันอย่างชัดเจน จึงตกลงที่จะเซ็นสัญญาไป เนื่องจากมองว่างเป็นสิ่งที่ดี เรามีเอกสารชัดเจน มันเป็นสิ่งที่ดีกับทั้งสองฝ่ายถ้าทำตามเอกสารชัดเจน ซึ่งในการเซ็นสัญญานั้นจะแบ่งเป็น 2 ฉบับ คือฉบับแรกคือเรื่องเสื้อ อีกฉบับจะเป็นเรื่องของการรับงานต่างๆข้างนอก

“เรื่องสัญญาเสื้อก่อนซึ่งเป็นประเด็นปัญหาอยู่ ตกลงเซ็นเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2567 มีระยะเวลา 3 เดือน คือจะจบลงในวันที่ 15 กันยายนนี้ เงือนไขของสัญญาคือเราตกลงขายตัวละ 1,290 บาท ทางผมจะได้รับ 400 บาทต่อตัว ไม่มีการหักใดๆทั้งสิ้น นั่นคือข้อตกลงในสัญญา และเงือนไขทุกวันที่ 5 ของเดือน ทางบริษัทจะต้องโอนเงินมาเข้าบัญชี และวันศุกร์สุดท้ายก่อนวันที่5 ของทุกเดือน (28 มิ.ย., 2 ก.ย. และ3 ส.ค.) ทางบริษัท ยูพีอาร์ จะต้องส่งเอกสารหลักฐานในการจำหน่ายอย่างชัดเจน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีการส่งเอกสารหลักฐานใดๆมาเลย ดังนั้นหลังจากนั้นจึงส่งให้เพื่อนเป้นคนประสานสอบถามไป เนื่องจากตัวผมเองต้องการโฟกัสกับการชก หลังจากนั้นก็มีการพูดคุยกันอยู่ตลอด” โจ ณัฐวุฒิ

“เรื่องยอดที่เขารายงานมาก่อนจะมีวันที่ 25 มิถุนายน มีการรายงานมาว่าเราขายได้ 350 ตัว แต่เป็นเอกสารที่เขาสร้างขึ้น ไม่มีการโอนเงิน และไม่มีหลักฐานการซื้อการขายจริง หลังจากนั้นก็หายเงียบไป เพราะกลับไปอเมริการและติดงานจึงไม่ได้มีการติดตาม ก่อนจะกลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้งจึงได้ติดตามทวงถามอีกครั้ง ซึ่งยอดจำหน่ายก็ไม่ตรงกัน วันที่ 18 กันยาแจ้งมาว่าขายได้ 268 ตัว ผมจึงคิดว่าควรจะทำตามสัญญาที่ตกลงกัน จากนั้นทางบริษัทได้ส่งไลน์มาแต่ผมเองไม่ได้มีการพูดคุย จะให้เพื่อนเป็นคนคุยเป็นหลัก เนื่องจากตัวผมเองโฟกัสกับการซ้อม ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือนไม่มีเอกสารหลักฐานการซื้อขายจริงเลย มีแต่เอกสารที่เขาทำขึ้นมาเท่านั้น และยังไม่มีการจ่ายเงินแม้แต่ครั้งเดียว”

โจ ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า”หลังจากนั้นจึงกลับมาคุยกันว่าจะขอยกเลิกสัญญาในส่วนของสัญญาฉบับหลักคือขอยกเลิกให้ บริษัท ยูพีอาร์ เป็นตัวแทนนักกีฬา ซึ่งเดิมมีสัญญา 1 ปี คือเรารู้สึกว่ากลิ่นมันไม่หอมแล้ว มันทำงานไปในทางเดียวกันไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรก็ชั่งจะไม่ขอทำร่วมด้วยอีกต่อไป ซึ่งได้ให้ทนายส่งเอกสารไปขอยกเลิกสัญญา หลังจากนั้นก็ยุติไม่มีการประสานงานไม่มีการโอนเงิน เงียบหาย จนวันที่พ่อเลี้ยงเจ ได้เชิญไปสัมภาษณ์ ก็พูดคุยกันจนมาถึงเรื่องงาน ทีนี้เรื่องก็เลยแดง กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา

“ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมาได้มีการโอนเงินค่าเสื้อเข้ามา หลังจากมีการโพสต์เรื่องต่างๆลงโซเชียล โอนเงินมา 147,200 บาท เท่ากับจำนวนเสื้อ 368 ตัว แต่เป็นการโอนมาให้ในวันที่เรื่องมันแดงไปแล้ว หลังจากที่มีการโพสต์ลงโซเชียลมีเดียไปแล้ว แต่ว่าโอนมาเฉยๆ ยังไม่มีเอกสารหลักฐานส่งมาให้ตามที่ระบุในสัญญา เนื่องจาก ยอดที่ส่งมาตัวเลขไม่ตรงกันเลยสักครั้ง ดังนั้นก็จะต้องรู้ให้ได้ ยังขอรอเอกสารต่อไป” โจ ณัฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติม

“ต่อมาสัญญาเรื่องของเอเจน ที่เซ็นกันเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน สัญญา 1 ปี ก็จะถึง 25 มิถุนายน ปีหน้า (2568) ตามที่ระบุในสัญญาก็ง่ายๆ ถ้ามีใครติดต่อง่นเข้ามาเขาก็จะเป้นคนคุยจัดการทุกอย่างก่อนจะมาบอกเราว่าได้เท่าไหร่ ในสัญญาระบุว่า ผมจะได้ 70 เปอร์เซ็นต์ บริษัท ยูพีอาร์ จะได้ 30 เปอร์เซ็นต์ จากอัตราจ้างทั้งหมดที่ได้จากผู้ว่าจ้าง

พ่อเลี้ยงเจ วนาสุวรรณฟาร์ม กล่าวเสริมในเรื่องนี้ว่า ยกตัวอย่างเหมือนผมไปจ่าง บริษัท ยูพีอาร์ ระบุตัว โจ ไปว่าจะให้มาถ่ายแบบ และ บริษัท ยูพีอาร์ ก็ต่อรองค่าตัวไปที่ 200,000 บาท ตามที่เห็น แต่ทางบริษัท ยูพีอาร์ ได้แจ้งโจไว้ว่าได้ค่าตัว75,000 บาท และจากที่ บริษัท ยูพีอาร์ ได้เขียนแถลงการออกมาว่าได้แจ้งให้ผุ้จัดการส่วนตัวโจแล้ว ซึ่งก็คือเพื่อนของโจ เป็นการับรู้ว่ามีการว่าจ้างอยู่ที่ 75,000 บาท เป้นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ดังนั้นตามสัญญา หากจ้าง 200,000 บาท ก็ต้องแบ่งกันตามสัญญา

โจ ณัฐวุฒิ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาเรื่องสัญญาที่ วนาสุวรรณฟาร์ม ได้ว่าจ้างกับ บริษัท ยูพีอาร์ ทาง บริษัทไม่เคยเอามาให้ดู มีแต่การแจ่งยอดว่าเขาจ้างเท่าไหร่ และต้องทำอะไรบ้างเท่านั้น ดังนั้น ก็จะรู้เพียงว่า งานที่ วนาสุวรรณฟาร์ม จ้างจะอยู่ที่ 75,000 บาท และถูกหักไปอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของค่าดำเนินการต่างๆในสัญญาระบุไว้ชัดเจนว่า ผมจะได้ 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์เขาจะนำไปบริหารจัดการอะไรก็เรื่องของเขา และตอนจ่างเงินเขาก็จ่ายเรามา 70 เปอร์เซ็นต์จริง แต่เป็นยอดจาก 75,000 บาท ดังนั้นมันไม่เกี่ยวว่าจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง

“นอกจากเรื่องของ วนาสุวรรณฟาร์ม แล้ว เรื่องมันใหญ่ขึ้น 2 วันที่ผ่านมา เขาได้มีการโอนเงินมาทั้งหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นค่าเสื้อ และในส่วนของ พ่อเลี้ยงเจ ในส่วนที่ยังค้างคาจากยอด 200,000 บาท ณ ตอนนี้ยอดตรงแล้ว แต่เป็นการโอนหลังจากเรื่องมันเกิดไปแล้ว ทีนี้มาถึงเรื่อง ผมมีงานกับ HDเกษตร ที่ให้ผมใส่ชุด HDเกษตร และถ่ายวีดีโอ วีดีโอสั้น แนะนำว่า HDเกษตร ขายอะไรบ้าง วันนั้นค่าจ้าง เขาบอกผมว่าผมได้ 13,000 บาทก็มาหักตามส่วน แต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา เขาไปทำเอกสารขึ้นมาใหม่กลายเป็นว่าค่าจ้างที่ผมได้รับคือ 40,000 บาท ซึ่งตัวเลขมันห่างกันเยอะมาก นี่ก็เป็นอีกเรื่อง ผมมีปัญหากับความไม่ชัดเจน ไม่ทำตามสัญญา”

พ่อเลี้ยงเจ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา ทาง ยูพีอาร์ พยายามทำให้คนเข้าใจว่า วนาสุวรรณฟาร์ม ว่าจ่าง ยูพีอาร์ และทางยูพีอาร์ ไปว่าจ่าง โจอีกที แต่จริงๆแล้วสัญญามันไม่ได้เป็นแบบนั้น และที่ผ่านมาไม่ใช่เครสเดียว ยังมีเครส HDเกษตร อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน